ลงทะเบียนขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า ชื่อผู้ใช้กับเจ้าของไม่ตรงกัน แก้ได้มั้ย?

ลงทะเบียนขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้า ชื่อผู้ใช้กับเจ้าของไม่ตรงกัน แก้ได้มั้ย?

โฆษก MEA มองสาเหตุชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ตรงกับเจ้าของที่วางเงินหลักประกันเกิดจากอะไร พร้อมเผยทำอย่างไรผู้ใช้ไฟฟ้าถึงได้เงินประกันการใช้ไฟฟ้า และทางออกที่จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต

การลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินประกันการใช้ไฟฟ้าคืนนั้น แม้การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เปิดเว็บไซต์ให้ลงทะเบียนเพื่อขอรับเงินคืนได้เมื่อวันที่ 25 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าบางคนก็ยังมีข้อติดขัดบ้าง โดยเฉพาะเรื่องรายชื่อเจ้าของเงินหลักประกันไฟฟ้า และชื่อผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ใช่คนเดียวกัน

 meternameนายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในฐานะโฆษก MEA

ล่าสุด Sanook Money ได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องนี้กับ นายจาตุรงค์ สุริยาศศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ในฐานะโฆษก MEA โดยมองว่ากรณีที่ชื่อผู้ใช้ไฟฟ้า กับชื่อเจ้าของเงินหลักประกันไฟฟ้าไม่ตรงกัน อาจมาจากการขายบ้านโดยไม่ได้ทำเรื่องการโอนสิทธิ์เงินประกันการใช้ไฟฟ้าให้ เช่น

นาย ก ขายบ้านให้นาย ข พร้อมทำเรื่องเปลี่ยนชือผู้ใช้ไฟฟ้าเป็นนาย ข เรียบร้อย แต่นาย ข ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินคืนประกันการใช้ไฟฟ้า เพราะเจ้าของที่วางเงินหลักประกันการใช้ไฟฟ้ายังเป็นเชื่อนาย ก อยู่

ดังนั้น วิธีแก้ นาย ข ควรเจราติดต่อกับ นาย ก เพื่อให้ นาย ก ลงทะเบียนขอรับเงินคืนประกันการใช้ไฟฟ้าคืนทางออนไลน์ เมื่อนาย ก ได้รับเงินคืนจากการไฟฟ้าแล้ว ก็ให้โอนเงินให้นาย ข อีกทีหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม โฆษก MEA อยากฝากเตือนว่าหากมีการซื้อ-ขายบ้านกันแล้ว ควรทำเรื่องเปลี่ยนชื่อหลักประกันให้เป็นคนปัจจุบันตั้งแต่แรก หากเพิกเฉยอาจเกิดกรณีเจ้าของบ้านรายใหม่โกงค่าไฟฟ้า หรือมิเตอร์ได้ จนท้ายที่สุดอาจนำไปสู่กระบวนการฟ้องร้องคดีอาญาด้วย

สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของหลักประกันการใช้ไฟฟ้า ได้แก่ หลักฐานสัญญาการซื้อ-ขาย หรือสัญญาเช่า, เบอร์โทรติดต่อ, เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก, E-mail และใบมอบอำนาจจากเจ้าของเก่า หากไม่มีก็ให้มาด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย