ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น46 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (24 ม.ค.) ปรับตัวลง 46.00 จุด หรือ 0.33% ปิดที่ 13,825.33 จุด ดัชนี S&P 500 ขยับขึ้น 0.01 จุด หรือ 0.01% ปิดที่ 1,494.82 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 23.29 จุด หรือ 0.74% ปิดที่ 3,130.38 จุด เพราะได้แรงหนุนจากจำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และรายงานที่ระบุว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตของหลายประเทศรวมถึงจีน เยอรมนี และสหรัฐขยายตัวแข็งแกร่งในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตาม ตลาดเคลื่อนตัวผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัท แอปเปิล อิงค์   ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นขานรับข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่งของสหรัฐ จีน และเยอรมนี โดยผลสำรวจของมาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นในภาคการผลิตของสหรัฐเดือนม.ค.ขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 56.1 จากเดือนธ.ค.ที่ระดับ 54.0 โดยดัชนี PMI เบื้องต้นภาคการผลิตเดือนม.ค.ขยายตัวรวดเร็วที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะขยายตัวขึ้นสู่ระดับ 53.0   นอกจากนี้มีรายงานว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นแตะ 51.9 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 เดือน จากระดับ 51.5 ในเดือนธ.ค. และดัชนี PMI เบื้องต้นรวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของเยอรมนีในเดือนม.ค.พุ่งขึ้นแตะ 53.6 จาก 50.3 ในเดือนธ.ค. ซึ่งส่งสัญญาณที่สดใส โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีภาคบริการที่แข็งแกร่ง   อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวนเนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการของแอปเปิล อิงค์ โดยหุ้นแอปเปิลร่วงลง 12.4% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% แตะระดับ 1.31 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 13.81 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในช่วงเวลาที่สิ้นสุดวันที่ 29 ธ.ค. ขณะที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 18% สู่ระดับ 5.45 หมื่นล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 5.49 หมื่นล้านดอลลาร์