ด่วน! ตลาดหลักทรัพย์ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ พักซื้อขายหุ้นชั่วคราว 30 นาที หลังดัชนีรูด 10%

ด่วน! ตลาดหลักทรัพย์ใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ พักซื้อขายหุ้นชั่วคราว 30 นาที หลังดัชนีรูด 10%

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หยุดพักการซื้อขายหุ้นชั่วคราวตามมาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ (Circuit Breaker)  หลังจากดัชนี SET ภาคบ่ายยังดิ่งหนักถึง 10%

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศว่า ทันทีที่เปิดการซื้อขายหุ้นไทยในภาคบ่ายของวันนี้ (12 มีนาคม 2563) โดยเมื่อเวลา 14.38 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,124.84 จุด ลดลง 125.05 จุด (-10.00%)

ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องประกาศหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (เซอร์กิตเบรกเกอร์) ครั้งที่ 1 ระยะเวลา 30 นาที ตั้งแต่เวลา 14:38 ถึง 15:08 น. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี 4 เดือน นับจากวันที่ 27 ตุลาคม 2551

โดยคาดว่าอาจเป็นผลสืบเนื่องในเชิงจิตวิทยาที่นักลงทุนกังวลกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) หลังจากประเทศไทยเริ่มพบผู้ป่วยมากขึ้น เช่นวันนี้มีการยืนยันว่าพบผู้ป่วยรวดเดียว 11 คน เป็นกลุ่มเดียวกันที่มีการสังสรรค์ ดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สูบบุหรี่มวนเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเคยใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่

ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการกันสำรอง 30% เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท ส่งผลให้ผู้ลงทุนต่างชาติตื่นตระหนกพากันเทขายหุ้นเป็นจำนวนมาก ดัชนีลดลงกว่า 142.63 จุด หรือ 19.52% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในวันเดียวในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นไทย ก่อนปิดตลาดที่ -108.41 จุด หรือลดลง 14.84% และมีการใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์เป็นครั้งแรกของตลาดในช่วงเวลา 11.26 น. ซึ่งเป็นช่วงที่ดัชนีลดลงกว่า 74.06 จุด หรือ 10.14%

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ตลาดหลักทรัพย์ฯ สั่งใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ 30 นาที ตั้งแต่เวลา 14.35 น. ซึ่งดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 449.91 จุด ลดลง 50.08 จุด หรือลดลง 10.02% ทั้งนี้ การปรับตัวลดลงของหุ้นไทยนั้นเป็นไปตามภูมิภาคหลายแห่งที่ร่วงแรงมากกว่า 10% เกิดจากความไม่มั่นใจของนักลงทุน หลังจากวิกฤติการเงินเริ่มลามไปสู่ภาคเศรษฐกิจจริง

ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2551 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยสั่งใช้มาตรการเซอร์กิตเบรกเกอร์ 30 นาที ตั้งแต่เวลา 16.04 น. ซึ่งในเวลานั้น ดัชนีร่วงลง 10% อยู่ที่ระดับ 389.58 จุด หรือลดลง 43.29 จุด หลังเปิดการซื้อขายอีกครั้งในรอบที่ 2 ดัชนียังคงปรับลดลงต่อเนื่อง โดยปิดตลาดช่วงบ่ายที่ระดับ 387.43 จุด ลดลง 45.44 จุด หรือลดลง 10.50% ดัชนีต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี เนื่องจากวิกฤติสินเชื่อซับไพรม์

สำหรับ เซอร์กิตเบรกเกอร์  (Circuit Breaker) จะใช้ในกรณีที่สภาวะการซื้อขายมีความผันผวนรุนแรง ราคาหลักทรัพย์โดยรวมเปลี่ยนแปลงลดลงมาก เพื่อให้นักลงทุนมีเวลาในการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างครบถ้วน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะหยุดทำการซื้อขายโดยอัตโนมัติเป็นการชั่วคราว 

โดยครั้งที่ 1 เมื่อดัชนีหุ้นไทยเปลี่ยนแปลงลดลงถึง 10% ของค่าดัชนีปิดในวันทำการก่อนหน้า ตลท.จะพักการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 30 นาที และครั้งที่ 2 เมื่อดัชนีหุ้นไทยเปลี่ยนแปลงลดลงถึง 20% (ลดลงอีก 10%) ของค่าดัชนีปิดในวันทำการก่อนหน้า ตลท.จะพักการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมดเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และหลังจากการทำงานครั้งที่ 2 ของเซอร์กิตเบรกเกอร์แล้ว ตลท.จะเปิดให้ทำการซื้อขายต่อไป จนถึงเวลาปิดทำการตามปกติโดยไม่มีการหยุดพักการซื้อขายอีก

หากระยะเวลาในรอบการซื้อขายที่เซอร์กิตเบรกเกอร์ทำงานนั้นเหลือไม่ถึง 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็ให้หยุดพักการซื้อขายเพียงระยะเวลาที่เหลือในรอบการซื้อขายนั้นแล้วเปิดให้ซื้อขายหลักทรัพย์ได้ตามปกติในรอบการซื้อขายถัดไป