ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง23.66จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (16 ม.ค.) ลดลง 13,511.23 จุด ลดลง 23.66 จุด หรือ -0.17%  ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,472.63 จุด เพิ่มขึ้น 0.29 จุด หรือ +0.02% และดัชนี NASDAQ ปิดที่ 3,117.54 จุด เพิ่มขึ้น 6.77 จุด หรือ  +0.22% ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ขยับลงเพียงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของเจพีมอร์แกน และโกลด์แมน แซคส์   ธนาคารโลกเปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (GEP) ฉบับล่าสุด โดยคาดว่าเศษฐกิจโลกจะขยายตัวในอัตรา 2.4% ในปี 2556 ก่อนที่จะขยายตัวอย่างแข็งแกร่งที่ระดับ 3.1% ในปี 2557 พร้อมระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเปราะบางและมีแนวโน้มที่จะสร้างความผิดหวังให้กับตลาด แม้ว่าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจะปรับตัวขาลงนั้น มีน้อยกว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ตาม   ทั้งนี้ ธนาคารโลกคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวเพียง 2.3 ในปี 2555 และขยายตัว 2.4% ในปี 2556 จากนั้นจะขยายตัวแข็งแกร่งขึ้นสู่ระดับ 3.1% ในปี 2557 และขยายตัว 3.3% ในปี 2558   ในขณะที่ดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq ปิดบวก เนื่องจากภาวะการซื้อขายโดยรวมได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ เจพีมอร์แกนเปิดเผยว่า รายได้สุทธิในไตรมาส 4/2555 อยู่ที่ 5.69 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 4/2554 ที่ระดับ 3.73 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งข่าวดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นเจพีมอร์แกนพุ่งขึ้น 1.01%   ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดของสหรัฐที่มีผลต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ราคาผู้บริโภคสหรัฐเดือนธ.ค. 2555 ทรงตัว ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ หลังจากที่ร่วงลง 0.3% ในเดือนพ.ย. ขณะที่ต้นทุนด้านอาหารและที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นช่วยชดเชยราคาเชื้อเพลิง   ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐในเดือนธ.ค. 2555 ขยายตัว 0.3% เนื่องจากดีมานด์อุปกรณ์เพื่อการทำธุรกิจฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งผลผลิตจากเหมืองแร่ที่ขยายตัวขึ้น