รอบด้านตลาดหุ้น - บล.บัวหลวง

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

สรุปภาพตลาด   Rebound II รายวันคาดดัชนีฯ รีบาวด์ แนวรับ 1,272 จุด ต้าน 1,290 จุด ปัจจัยหนุน คือ 1) ตลาดหุ้นภูมิภาครีบาวด์หลังรับข่าว Fiscal cliff ไปมาก โดยวานศุกร์ผลหารือระหว่าง ปธน.โอบามา และผู้นำสภามีความเห็นที่สอดคล้องและท่าทีรอมชอมมากขึ้นต่อการแก้ปัญหา “Fiscal cliff” 2) ตลาดฯเก็งผลการประชุม BOJ พรุ่งนี้อาจมีเซอร์ไพร์ส QE 3) คาดถ้อยแถลงจากผลการประชุม EU Group, Council เรียกศรัทธากลับคืน ส่วนปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทย คือ วิตกต่อเสถียรภาพรัฐบาล-หากการชุมนุมสุดสัปดาห์นี้ยืดเยื้อ คาดหุ้นปันผลสูงในกลุ่ม Utilities และค้าปลีก จะยังคงดีกว่าตลาด และลุ้นรีบาวด์ในหุ้นที่ MSCI เพิ่มเข้าคำนวณดัชนีฯรอบนี้ ส่วนกลุ่มที่มี Downward revision (ปรับลดคาดการณ์กำไรฯ) กดดันราคาหุ้นยังคงเป็น ปิโตรฯ โรงกลั่น พลังงาน (คาดรีบาวด์ไม่ไกลแม้จะมีข่าวความไม่สงบในตะวันออกกลาง) พอร์ตระยะสัปดาห์ ใครที่ซื้อตามจากแนวรับ บริเวณ 1,270 จุด แนะนำ ถือเพื่อไปรอขายเล่นรอบ ให้น้ำหนักไม่ผ่านต้าน 1,290-1,300 จุด แล้วอ่อนตัวลง แนะรอจังหวะซื้อคืนใหม่อีกครั้งเมื่ออ่อนตัว โซนซื้อคืนอยู่ที่บริเวณ 1,270 +/- 5จุด  (Stop loss ถ้าต่ำกว่า 1,266 จุด) หุ้นเด่น (เล่นรอบ) MCOT แนวต้าน 36 บ.รับ 34.5 บ. (ปันผลดี-สูงกว่า 7%) ILINK แนวต้าน 19.5-20 บ. รับ 18 บ. (ได้ประโยชน์จาก CTH ได้ลิขสิทธิ์บอลพรีเมียร์ลีก จากการให้เช่าโครงข่ายใยแก้วฯทั่วประเทศเพิ่ม (Dark fiber) เนื่องจาก Capacity ของ SYMC ไม่พอรองรับ Traffic ส่วนเพิ่ม) CPN แนวต้าน 75 บ.รับ 71 บ.(เข้า MSCI มีผลสิ้นเดือนนี้)   ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ (+) Key events ในสัปดาห์นี้คาด Slightly positive ต่อตลาดฯ 1) EU group ประชุมวันอังคาร และ EU council ประชุมวันพฤหัสฯ- ศุกร์ ในประเด็นหนี้กรีซและการขอรับเงินช่วยเหลือสเปน คาดมีแถลงการณ์เชิงบวกเพื่อเรียกความเชื่อมั่นตลาดกลับคืน 2) ธ.กลางญี่ปุ่นประชุมวันอังคาร ตลาดเก็งอาจมี Surprise QE เหมือนรอบที่แล้ว แต่เราคาดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เพราะการเมืองกำลังจะเปลี่ยนแปลง (0) ตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้คาด Neutral 1) วันจันทร์จีดีพีไทย 3Q12 คาดลดลงจาก 4.2% y-y เหลือ 3% 2) ดัชนีฯภาคการผลิตจีน (พฤหัส) HSBC Flash PMI คาด พย.เพิ่มเป็น 50 จาก 49.5 จุด ส่วน ยุโรป คาด Flash PMI mfg ดีขึ้นเล็กน้อย 45.5 จาก 45.4 (-) สรุปกำไร บจ.ไทย 3Q12 โต 35% y-y (ยังน้อยกว่าคาด) และมีโอกาสปรับประมาณการณ์กำไรลงในกลุ่ม ปิโตรฯ, พลังงาน ส่วนเป้าหมายดัชนีฯปีนี้ เราคงไว้ที่ 1,275 จุด ส่วนปีหน้า 1,450 จุด (+) MSCI review คาดบวกต่อหุ้นที่เข้าคำนวณดัชนีฯ ทั้งนี้มีผล 30 พย. (แนะสะสมหุ้นที่เข้าคำนวณดัชนีฯ เมื่ออ่อนตัว คาดมีแรงซื้อจาก นลท.ต่างชาติในวันที่มีผลบังคับใช้) และส่งผลให้น้ำหนักหุ้นไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2.93% จากต้นปีที่ 2.65%: โดยหุ้นที่เข้าคำนวณ MSCI-TH Standard index 4 บจ.ได้แก่ AOT BGH MAKRO CPN ส่วนหุ้นเข้า MSCI small cap ได้แก่ BAFS GOLD LOXLEY ROJNA SITHAI SRICHA SVI TK VIBHA และหุ้นออกจาก small cap EGCO MINT RATCH ROBINS TRUE (มีผลกระทบจำกัดเพราะ คาดมูลค่าตลาดสูงขึ้น จึงออกจาก Small Cap index)   Investment theme: หุ้นเพิ่ม MSCI แนะนำซื้อเพื่อไปรอขายวันที่มีผลบังคับใช้ จากคาดกองทุนต่างชาติ ที่อิงผลตอบแทนกับดัชนีฯ MSCI ปรับหุ้นเข้า/ออกตามการเปลี่ยนแปลง +CPN BGH MAKRO AOT SITHAI SRICHA หุ้นปันผลดี ปันผลสูง MCOT CFRESH SRICHA   วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336   ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาด   ประธานาธิบดีสหรัฐเจรจาเรื่องงบประมาณหลัง Thank Giving ประธานาธิบดีสหรัฐเจรจาเรื่องงบประมาณหลัง Thank Giving เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นอัตราภาษี และ ตัดงบประมาณ โอบามาเชี่อการเจรจาจะดำเนินไปด้วยดี แต่กระบวนการของการประชุมยังต้องดำเนินต่อเรื่องอีกหลายประเด็น ซึ่งโอบามาประเมินว่าอาจต้องใช้เวลา (Reuters)   เวิลด์แบงก์มองไทยเริ่มผงกหัวชี้ปีหน้าส่งออกพื้น-ศก.โต 5% ธนาคารโลกมองเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวหลังน้ำท่วม รื้อกรอบประมาณการจีดีพีเป็น 4.7% จากเดิม 4.5% มั่นใจปี 56 โตได้ 5% จากภาคส่งออกกลับมาโต 10-12% หลังจากปีนี้ทรุดเหลือแค่ 2.4% เผยปัจจัยเสี่ยงยังอยู่ที่เศรษฐกิจโลก แนะภาครัฐเก็บเม็ดเงินไว้รองรับเหตุฉุกเฉิน อย่าใช้เงินไร้ประสิทธิภาพ พร้อมเร่งพัฒนาบุคลากรหนีกับดักรายได้ปานกลาง ทั้งรับแข่งขันเออีซีดันสู่ประเทศมีรายได้สูง (หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ)   \"คลัง\" เสนอเลื่อนลดภาษีเงินได้ นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การพิจารณาปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ในปีนี้ ได้ทำให้ยอดการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรปีงบประมาณ 2555 หายไปประมาณ 20% หรือประมาณ 100,000 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายของการขยายฐานภาษีหลังจากการปรับลดดังกล่าวเพิ่มขึ้นเพียง 7% \"การพิจารณาปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในเวลานี้ถือเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการพลาดเป้าการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2556 ขณะที่รัฐบาลก็จะประกาศปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจาก 30% เหลือ 23% ในปีนี้ และปีหน้าเหลือเพียง 20%\" (หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)   สุดปลื้มรัฐหนุนค่าไฟ ยกนโยบายมาถูกทาง ดร.วิวัฒน์ แสงเทียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐโซลาร์ จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ทบทวนการส่งเสริมพลังงานทดแทนทุกชนิด โดยเฉพาะที่มีต้นทุนสูงอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ทำให้รัฐต้องสนับสนุนค่าไฟฟ้าสูงกว่า 8 บาทต่อหน่วย และเน้นส่งเสริมการติดตั้งโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิตไม่เกิน 8 เมกะวัตต์ ในชุมชนนั้น ผู้ประกอบการในธุรกิจโซลาร์เห็นว่าเป็นนโยบายที่รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว ทั้งนี้เพื่อก่อให้เกิดความมั่นคงของการบริหารพลังงานชาติมากขึ้น (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)   บีโอไอโชว์ยอดขอลงทุน 10 ด. นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) เปิดเผยถึงภาวะการลงทุนในช่วง 10 เดือน (ม.ค.-ต.ค.55) ว่ามีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 1,757 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 862,000 ล้านบาท โดยจำนวนโครงการปรับเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 1,408 โครงการ ขณะที่มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 94% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ 444,000 ล้านบาท (หนังสือพิมพ์บ้านเมือง)   จับตาพรบ.โครงสร้างพื้นฐาน คีย์หลักกองทุนอังกฤษเทเงินเข้าไทย สภาธุรกิจตลาดทุนเชื่อไปโรดโชว์อังกฤษกับรัฐบาลช่วยตอกย้ำกองทุนเมืองผู้ดีมั่นใจลงทุนหุ้นไทยยาว แต่จะเพิ่มน้ำหนักเมื่อ พ.ร.บ.โครงสร้างพื้นฐานเพื่อการลงทุนของรัฐบาลผ่านและทำตามแผนโดยไม่เสียวินัยคลังนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยหลังร่วมเดินทางไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) นักลงทุนที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ กับรัฐบาลไทยว่า การร่วมเดินทางไปครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความมั่นใจกับนักลงทุนสถาบันของประเทศอังกฤษ ที่เดิมมีสัดส่วนลงทุนในตลาดหุ้นไทยพอสมควรและส่วนใหญ่ลงทุนเป็นระยะเวลานานได้มั่นใจว่าไทยจะมีการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต เพราะจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศระยะยาวตามที่รัฐบาลได้ไปนำเสนอว่าจะมีหลายโครงการที่จะลงทุนเกี่ยวกับระบบโครงสร้างพื้นฐาน (หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์)   ชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ Tel. (662) 618-1330-1   รายงานวันนี้   หุ้น: GRAMMY           คำแนะนำ: ขาย          ราคาเป้าหมาย (บาท): 15.01 GRAMMY รายงานกำไรสุทธิเพียง 9 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 3/55 ลดลง 95% YoY และ 82% QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาด ผลประกอบการอ่อนแอเนื่องมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงสำหรับธุรกิจดาวเทียมจีเอ็มเอ็มแซทและรายได้จากธุรกิจเพลงและธุรกิจวิทยุต่ำ แม้ว่าไตรมาส4 จะเป็นช่วงไฮซีซั่น เราประมาณการขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/55 ที่ 67 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิไตรมาส 4/54 ที่ 22 ล้านบาท และกำไรสุทธิไตรมาส 3/55 ที่ 9 ล้านบาท   นักวิเคราะห์: ประสิทธิ์ สุจิรวรกุล   หมายเหตุ: รายงานดังกล่าวเป็นเพียงเนื้อหาโดยสรุป สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม   Technical Analysis   Security: STEC Position: ขายทำกำไร Reason: ปิดต่ำขณะที่เครื่องมือทางเทคนิคส่งสัญญาณเตือนการตัดลงของ MACD และราคาเคลื่อนที่ต่ำกว่าเส้นแนวรับ 22.5   Security: BJC Position: ขายทำกำไร Reason: ราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ให้ไว้ที่ 60 คาดส่งผลให้ราคาปรับตัวลงแรง แนะนำขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงออกไปก่อน   Security: TVO Position: ขายทำกำไร Reason: เครื่องมือทางเทคนิคบ่งชี้ถึงความเสี่ยง จากโมเมนตัมที่ลดลง และหลุดแนวรับสำคัญ 24 คาดหุ้นอาจปรับตัวลงแรง   Security: MCOT Position: ซื้อเก็งกำไร เป้าหมาย : 39/40 Stop loss: < 33.5 Reason: กำลังไต่ระดับขึ้นหากทะลุแนวต้านระยะสั้น 35 จะส่งผลให้แนวโน้มระยะกลางเป็นบวก มองเป้าหมายถัดไปที่ 39-40   Security: SCC Position: ซื้อเก็งกำไร เป้าหมาย : 400/404 Stop loss: < 370 Reason: ราคาหุ้น SCC ปรับตัวลงมากกว่า 8% ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ ปัจจุบันราคาหุ้นลงมาเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 25 วันและเริ่มฟื้นตัวพร้อมกับการปิดสูง จึงมีแนวโน้มดีดขึ้นในระยะสั้น   Security: CPN Position: ซื้อเก็งกำไร เป้าหมาย : 74.5/76 Stop loss: < 70 Reason: ราคาหุ้น CPN ปรับตัวลงลงมาทดสอบแนวรับสำคัญบริเวณ 70 ประเมินสัญญาณฟื้นตัวที่แนวรับ ขณะที่หุ้นยังคงส่งสัญญาณแข็งแกร่งมากกว่าตลาด   โดย บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง ประจำวันที่ 19 พ.ย. 2555