ดัชนีดาวโจนส์ปิดร่วงลง 110.12 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (9 ต.ค.) ร่วงลง 110.12 จุด หรือ 0.81% ปิดที่ 13,473.53 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 14.40 จุด หรือ 0.99% ปิดที่ 1,441.48 จุด และดัชนี Nasdaq ร่วงลง 47.33 จุด หรือ 1.52% ปิดที่ 3,065.02 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลประกอบการในไตรมาส 3 ของภาคเอกชน   ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจในเอเชียตะวันออก ยกเว้นญี่ปุ่น จะขยายตัว 7.2% ในปี 2555 ซึ่งลดลงจากที่คาดการณ์ไว้ในเดือนพ.ค.ที่ 7.6% ขณะที่ไอเอ็มเอฟได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงญี่ปุ่น ในปี 2555 ลงมาอยู่ที่ระดับ  3.3% และลดคาดการณ์เศรษฐกิจในปี 2556 ลงมาอยู่ที่ระดับ 3.6%   ไอเอ็มเอฟเปิดเผยในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกว่า อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอยู่ในระดับช้าเกินกว่าที่จะฉุดอัตราว่างงานให้ลดลงอย่างยั่งยืนได้ สำหรับสถานการณ์ในยูโรโซนนั้น ไอเอ็มเอฟมองว่าหากมาตรการในระยะสั้นและระยะยาวนำมาใช้อย่างได้ผล ก็ถือเป็นเหตุผลที่จะเชื่อได้ว่ายุโรปจะสามารถผ่านวิกฤตการณ์ที่ยุ่งยากไปได้ในเร็วๆนี้ และมีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวขึ้นได้อีกครั้งในปี 2556   นักลงทุนจับตาดูสถานการณ์ในยุโรปอย่างใกล้ชิด โดยเมื่อวานนี้นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เรียกร้องให้รัฐบาลกรีซดำเนินการมากขึ้น ถึงแม้จะรับทราบว่ากรีซมีความก้าวหน้าอย่างมากในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ซึ่งการแสดงความเห็นของนายดรากิมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของกลุ่มทรอยกา ซึ่งประกอบไปด้วย ไอเอ็มเอฟ อีซีบี และสหภาพยุโรป (อียู) กำลังประชุมในกรีซ เพื่อหาทางลดยอดหนี้จำนวนมหาศาลของกรีซลง โดยกรีซยังต้องการเงินเพิ่มเติมในเร็วๆนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้   นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายพร้อมกับจับตาดูรายงานผลประกอบการของบริษัทเอกชน หลังจากอัลโค อิงค์ ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์อลูมิเนียม 2555 เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มอุปสงค์อลูมิเนียมในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่บริษัทอื่นๆ รวมถึงเฟดเอ็กซ์ และฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด ได้ปรับลดแนวโน้มผลประกอบการเช่นกัน นักลงทุนติดตามดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ โดยในเวลา 21.00 น.ตามเวลาไทยในวันนี้ สหรัฐจะเปิดเผยสต็อกสินค้าและยอดค้าส่งเดือนส.ค. และหลังจากนั้นธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book)