กสิกรไทยคาดเงินบาทสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหว30.45-30.75บาท/ดอลลาร์

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปภาวะตลาดเงินรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (1-5ต.ค.) เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 เดือน ท่ามกลางสัญญาณการไหลเข้าของเงินทุนที่ได้รับแรงกระตุ้นจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ   ที่ให้ภาพสดใสตลอดทั้งสัปดาห์ นอกจากนี้ แรงซื้อคืนเงินเอเชียในช่วงปลายสัปดาห์ ตามการปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์เสี่ยงและเงินยูโรหลังจากที่ไม่มีข่าวในเชิงลบจากยุโรปเพิ่มเติมเข้ามาในระหว่างสัปดาห์ ก็เป็นปัจจัยหนุนเงินบาทให้แข็งค่าขึ้นได้อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน   ในวันศุกร์ (5 ต.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 30.53 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับ 30.76 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (28 ก.ย.)   สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (8-12 ต.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.45-30.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องติดตามพัฒนาการของวิกฤตหนี้ยุโรป ผลการประชุมยูโรกรุ๊ป การประมูลพันธบัตรรัฐบาลเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลสต็อกสินค้าภาคค้าส่ง การค้าระหว่างประเทศเดือนส.ค. ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนก.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนต.ค.(เบื้องต้น) รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจของเฟดหรือ Beige Book และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์   เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ   เงินยูโรฟื้นกลับมายืนที่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ โดยเงินยูโรได้รับแรงหนุนในช่วงต้นสัปดาห์ จากดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.ย.ของเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน แม้ว่าค่าดัชนีจะยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ถึงภาวะหดตัวก็ตาม นอกจากนี้ กระแสความคาดหวังต่อสเปนที่จะขอรับความช่วยเหลือจากทางการยุโรป ก็เป็นปัจจัยหนุนเงินยูโรด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เงินยูโรดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งในช่วงท้ายสัปดาห์ หลังประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ระบุถึงสถานการณ์เชิงบวกของยูโรโซน ซึ่งประเทศต่างๆ ที่ประสบปัญหาหนี้มีความคืบหน้าอย่างมากในการปฏิรูปเศรษฐกิจและระบบการธนาคารก็มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดย ECB พร้อมเริ่มดำเนินการซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเทศยูโรโซนอย่างรวดเร็วที่สุดหลังจากที่มีการบรรลุเงื่อนไขต่างๆ อย่างครบถ้วน   เงินเยนอ่อนค่าลง หลังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ของญี่ปุ่นกล่าวเตือนความเป็นไปได้ที่จะมีการสกัดการแข็งค่าของเงินเยน ขณะที่ การคาดการณ์ต่อมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมจากธนาคารกลางญี่ปุ่น ก็เป็นปัจจัยลบต่อเงินเยนในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของสัปดาห์เช่นกัน นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ฯ ยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในเดือนก.ย. อาทิ ดัชนี ISM ภาคการผลิต/ภาคบริการ และการจ้างงานในภาคเอกชนที่ออกมาดีกว่าที่คาดอีกด้วย   ในวันศุกร์ (5 ต.ค.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3007 เทียบกับ 1.2858 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า ขณะที่ เงินเยนอยู่ที่ 78.46 เทียบกับ 77.90 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า