ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง48.84จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (28 ก.ย.) ปรับตัวลง 48.84 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ 13,437.13 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 6.48 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 1,440.67 จุด ดัชนี Nasdaq ลดลง 20.37 จุด หรือ 0.65% ปิดที่ 3,116.23 จุด หลังจากมีรายงานว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เขตชิคาโก หดตัวลง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตลอดทั้งไตรมาสที่ 3 พบว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงแข็งแกร่ง เพราะได้รับปัจจัยหนุนจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางสหรัฐ ดัชนี PMI เขตชิคาโก ซึ่งเป็นมาตรวัดกิจกรรมของภาคธุรกิจในเขตชิคาโก ลดลงสู่ระดับ 49.7 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี โดยตัวเลขดัชนีที่ต่ำกว่า 50 บ่งชี้ถึงการหดตัวของภาคธุรกิจ ในขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยการใช้จ่ายผู้บริโภคปรับตัวขึ้น 0.5% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่อย่างไรก็ดี ภายหลังการที่มีการปรับค่าเงินเฟ้อแล้ว ยอดการใช้จ่ายจริงของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ขณะที่ทางกระทรวงระบุว่า รายได้ส่วนบุคคลเดือนส.ค.ขยับขึ้นเพียง 0.1% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่า ตลาดแรงงานยังคงอ่อนแอ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากต้นทุนการกู้ยืมของภาคธนาคารสเปนที่พุ่งทะลุระดับ 6% หลังจากมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับแผนงบประมาณของสเปนจางหายไป และตลาดได้หันไปให้ความสนใจกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการเงินในยูโรโซนแทน ขณะเดียวกันแม้ว่าผลการทดสอบภาวะวิกฤตของธนาคารในสเปน (stress test) พบว่า สถาบันการเงินส่วนใหญ่ของสเปนผ่านการทดสอบ ซึ่งช่วยผ่อนคลายความวิตกกังวลที่ว่าภาคธนาคารของสเปนอาจต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม แต่นักลงทุนยังคงมีความกังวลว่ามูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส อาจจะปรับลดระดับความน่าเชื่อของสเปน อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ แต่ดัชนีหลักยังคงเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งเมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นมากกว่า 4% ในขณะที่ทั้งดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นมากกว่า 6%