สิวน้ำประปา สุดเดือด! จะเชือด “คลีน แอนด์ เคลียร์” ได้หรือไม่

สิวน้ำประปา สุดเดือด! จะเชือด “คลีน แอนด์ เคลียร์” ได้หรือไม่

น้ำประปาแทบเดือด หลังจากที่แบรนด์สกินแคร์ดังเอาใจวัยรุ่นอย่าง “คลีน แอนด์ เคลียร์” ปล่อยแคมเปญพิษพร้อมติดแฮชแท็ก “#สิวน้ำประปา” จนเกิดเรื่องโกลาหลลามไปถึงการประปานครหลวง แพทย์ผิวหนัง และชาวเน็ตที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ

>> การประปานครหลวงโต้ #สิวน้ำประปา จี้โชว์หลักฐานการแพทย์ ขู่ฟ้องคนปั่นกระแส

จนท้ายที่สุดทางแบรนด์ต้องออกมาขอโทษ พร้อมแจงว่าเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด แม้ว่าทางแบรนด์จะออกมาขอโทษแล้ว แต่ทางการประปานครหลวงก็ยังย้ำถึงระบบการผลิตน้ำที่สะอาดและได้มาตรฐานต่อไปเพื่อสร้างความเชื่อมั่น-ปลอดภัยให้กับผู้บริโภค

 

นอกจากนี้ ในโลกทวิตเตอร์ก็ยังมีการแซะประเด็นดันกล่าวอย่างต่อเนื่อง 

990082

จนผู้ใช้ทวิตเตอร์บางรายแสดงความคิดเห็นถึงความคุ้มค่าของการโฆษณาในครั้งนี้ด้วย

847999

แม้จะไม่มีใครรู้เม็ดเงินโฆษณาที่แท้จริงของ คลีน แอนด์ เคลียร์ ในครั้งนี้ แต่สิ่งที่เรารู้ได้ คือ รายได้-กำไรของแบรนด์ดังกล่าว

ซึ่งแบรนด์ คลีน แอนด์ เคลียร์ เป็นแบรนด์ในเครือบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน มีสินค้าประเภทแป้งเด็กโรยตัว ผ้าอนามัย สบู่ โลชั่น แชมพูเด็ก 

โดยบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2549 ดำเนินธุรกิจการขายส่งเครื่องสำอางประเภทผลิตภัณฑ์ เวชภัณฑ์ เครื่องมือเครื่องใช้สำหรับโรงพยาบาล เครื่องมือแพทย์ เคมีภัณฑ์ ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท โดยมีผลประกอบการย้อนหลังดังนี้

  • ปี 2558 รายได้ 4,674 ล้านบาท กำไร 189 ล้านบาท
  • ปี 2559 รายได้ 4,408 ล้านบาท กำไร 165 ล้านบาท
  • ปี 2560 รายได้ 4,317 ล้านบาท กำไร 172 ล้านบาท

เม็ดเงินทั้งหมดนี้เป็นรายได้รวมของบริษัทฯ ที่ขายสินค้าทุกหมวดหมู่ โดยรายได้-กำไร ตลอด 3 ปีที่ผ่านมายังคงทรงๆ ตัว

สรุป - การโฆษณา หรือการปล่อยแคมเปญ เพื่อกระตุ้นยอดขายต้องระวังเนื้อหาที่จะพาดพิงถึงผู้อื่น ที่สำคัญต้องมีข้อมูลวิชาการที่เป็นประโยชน์คอยสนับสนุน เพราะปัจจุบันผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าจากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับมามากกว่าการโฆษณาที่หวือหวา