ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง20.55จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (24 ก.ย.) ปรับตัวลง 20.55 จุด หรือ 0.15% ปิดที่ 13,558.92 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 3.26 จุด หรือ 0.22% ปิดที่ 1,456.89 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 19.18 จุด หรือ 0.60% ปิดที่ 3,160.78 จุด ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของวิกฤตหนี้สาธารณะที่มีต่อเศรษฐกิจในยุโรป หลังจากเยอรมนีเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจหดตัวลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนที่กำลังชะลอตัวลง   สถาบัน Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนี เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีเดือนก.ย.ลดลงแตะ 101.4 จาก 102.3 ในเดือนส.ค. โดยเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีที่อ่อนแรงในเดือนก.ย.ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีมีแนวโน้มจะอยู่ในภาวะย่ำแย่ต่อไปในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้   ขณะที่ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนในปีนี้ลงมาอยู่ที่ระดับ 7.5% เนื่องจากเศรษฐกิจจีนซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ชะลอตัวลง รวมทั้งวิกฤตหนี้ยุโรปที่ยังคงยืดเยื้อ และการฟื้นตัวที่ล่าช้าเกินคาดของเศรษฐกิจสหรัฐ   ทั้งนี้ เอสแอนด์พีเตือนว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆในเอเชียที่ต้องพึ่งพาการส่งออก รวมถึงญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ พร้อมกันนี้ เอสแอนด์พีได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่นลงสู่ระดับ 2.0% และปรับลดจีดีพีเกาหลีใต้ลงสู่ระดับ 2.5%   ด้าน  CBB International ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยที่ตั้งอยู่ในรัฐนิวยอร์กระบุว่า กลุ่มผู้ผลิตและกลุ่มผู้ค้าปลีกของจีนมีมุมมองที่เป็นบวกน้อยลงเกี่ยวกับยอดขาย และยังวางแผนที่จะปรับลดการจ้างงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ภาคการผลิต การค้า และยอดค้าปลีกของจีนชะลอตัวลงในไตรมาสที่ 3   นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐในคืนนี้ตามเวลาไทย โดยสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์/เคส ชิลเลอร์จะเปิดเผยราคาบ้านเดือนก.ค. และคอนเฟอเรนซ์ บอร์ด จะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือนก.ย.