ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น18.97จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (20 ก.ย.) ขยับขึ้น 18.97 จุด หรือ 0.14% ปิดที่ 13,596.93 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.79 จุด หรือ 0.05% ปิดที่ 1,460.26 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 6.66 จุด หรือ 0.21% ปิดที่ 3,175.96 จุด อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังชะลอตัวลง รวมถึงภาคการผลิตที่อ่อนแอของจีนและยูโรโซน และยอดส่งออกของญี่ปุ่นที่ร่วงลงอย่างหนัก   แม้ว่าดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นปิดบวก แต่ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ไม่สามารถปรับฐานขึ้นปิดในแดนบวกได้ เนื่องจากนักลทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่าประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนและญี่ปุ่น รวมทั้งกลุ่มยูโรโซน กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ   เอชเอสบีซี โฮลดิงส์เผย ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนก.ย.เพิ่มขึ้นแตะ 47.8 จากข้อมูลขั้นสุดท้ายที่ 47.6 ในเดือนส.ค. แต่ตัวเลขยังคงต่ำกว่า 50 ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมภาคการผลิตของจีนในเดือนก.ย.หดตัวลงจากเดือนก่อนหน้า   ขณะที่มาร์กิตเผย ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซิ้อ (PMI) รวมทั้งภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 45.9 ในเดือนก.ย. จาก 46.3 ในเดือนส.ค.   โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตขยับขึ้นแตะ 46.0 จาก 45.1 ในเดือนส.ค. ซึ่งแม้ว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ยังถือว่ากิจกรรมการผลิตอยู่ในภาวะหดตัว เนื่องจากดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 ส่วนดัชนี PMI ภาคบริการอ่อนแรงลงที่ 46.0 ในเดือนก.ย. จาก 47.2 ในเดือนส.ค. ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาคบริการหดตัวรุนแรงขึ้นในเดือนที่แล้ว   ด้านญี่ปุ่นขาดดุลการค้า 7.541 แสนล้านเยนในเดือนส.ค. และยอดส่งออกเดือนส.ค.หดตัวลง 5.8% เมื่อเทียบเป็นรายปี มาอยู่ที่ระดับ 5.0459 ล้านล้านเยน ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 เดือน   นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้รับแรงกดดันหลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 15 ก.ย. ลดลง 3,000 ราย มาอยู่ที่ 382,000 ราย ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่าจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการในสัปดาห์ที่แล้วจะอยู่ที่ 375,000 ราย แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังไม่ยั่งยืน