Daily View - บล.กสิกรไทย

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

สถานการณ์อยู่ในจุดที่ยากแก่การคาดเดา             แนวโน้มตลาด: ตลาดหุ้นยุโรปปรับลงหลังรัฐบาลกรีซยังไม่บรรลุแผนปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อขอรับความช่วยเหลือรอบใหม่ ด้านสหรัฐฯ ปรับลดลงหลังสินเชื่อผู้บริโภคหดตัวจากเดือนก่อนหน้า ขัดแย้งกับแนวโน้มการฟื้นตัวที่ผ่านมา นอกจากนี้ตลาดหุ้นโลกโดยรวมมีแรงขายทำกำไรสำหรับนักลงทุนที่ไม่ต้องการเผชิญความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในช่วงสัปดาห์นี้ ? ทั้งจากศาลรัฐธรรมนูญเยอรมันพิจารณา ESM (12 ก.ย.) การเสนอรายละเอียดการกำกับดูแลธนาคารยุโรปโดย EC (12 ก.ย.) และคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ (13 ก.ย.) แม้เรามีมุมมองระยะกลางและยาวต่อตลาดทุนดีมาก (เป้าหมาย SET Index สิ้นปีที่ 1300 จุด และสูงนั้นสำหรับปี 2556) แต่ในระยะสั้นความน่าสนใจเปรียบเทียบระหว่างหุ้นและพันธบัตร (Earnings Yield Gap) ปรับลงลงใกล้ระดับ 2% ซึ่งทำให้ความน่าสนใจในหุ้นลดลงมาก และในระยะสั้นนี้อาจเห็นการปรับตัวลง ขณะเดียวกันค่าเงินสหรัฐฯ ที่อ่อนตัวจากคาดหวัง QE3 อาจกลับทางมาแข็งค่าหากไม่ได้มีมาตรการใดออกมา และน่าจะทำให้สินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมอาจปรับลง ดังนั้นเราคงคำแนะนำ Sell into strength โดยเฉพาะหากตลาดยังปรับขึ้นต่อ และกลยุทธ์โดยรวมสำหรับผู้ลงทุนเป็นการรอจังหวะซื้อ ส่วนนักเก็งกำไรยังเน้นหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยหนุน และวางกลยุทธ์ง่าย           กลยุทธ์การลงทุน: หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจาก FOMC อาจทำให้ตลาดเหวี่ยงขึ้นทดสอบ 1300 อย่างรวดเร็ว แต่หากไม่มี หรือมีข่าวร้ายจากศาลรัฐธรรมนูญเยอรมันไม่รับรอง ESM เราอาจเห็นการปรับฐานในระดับ 50-80 จุด ซึ่งจะเป็นจังหวะซื้อที่ดี การเก็งเน้นตั้ง stop level อย่างเข้มงวด หุ้นแนะนำ ERW QH           สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: เมื่อ 15 มิ.ย. เราเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 10% เป็น 60% และยังเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสมได้แก่ TICON TCAP KK TISCO EGCO RATCH PS AP SIRI QH PF PTTGC PTT KTB NMG RS ***หากตลาดปรับฐานก.ย.-ต.ค.นี้ เราจะขอเพิ่มน้ำหนัก โดยเน้นหุ้นพลังงานและปิโตรเคมี***   หุ้นแนะนำวันนี้           - ERW (ปิด 2.82 เป้าระยะสั้น 3.10 ขายเมื่อหลุด 2.60) Laggard play ในกลุ่มโรงแรม + ราคาทรงตัวมาหลายปี ในขณะที่สินทรัพย์ของ ERW เพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง + แม้ในเชิง PER จะสูงกว่าคนอื่น แต่มี PEG ปี 2556 ต่ำสุดในธนาคารที่เราวิเคราะห์           - QH (ปิด 1.84 เป้าระยะสั้น 1.92 ขายเมื่อหลุด 1.76) อสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มที่มูลค่ายังถูกเมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นอื่น + เตรียมขายสินทรัพย์ 3 แห่งเข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดจะมีกำไรพิเศษ 750 ล้านบาท และช่วยลดภาระหนี้ + คาดกำไรปี 2555 เพิ่มขึ้น 67% YoY + ราคายังถูก PER เพียง 6.4x และ มี yield ถึง 8.0%           - หุ้นที่อาจพิจารณาเลือกได้ SCB KTB MINT CENTEL CPF PJW AH และ 10 ก.ย. เพิ่ม GUNKUL LOXLEY DSGT ROBINS           - หุ้นกลุ่มยานยนต์ STANLY AH LHK IHL TKT           - หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STEC CK ITD /โรงแรม MINT ERW CENTEL           - ทยอยสะสม Commodity: PTTGC IVL TOP SCC/ LANNA KSL KBS   Today’s Best Trades   ประเด็นการลงทุนหุ้น Today’s Best Trades HOLD           TICON ราคาหุ้นในปัจจุบันเป็นโอกาสซื้อที่ดี + ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 พลิกกลับมามีกำไรจากการขายโรงงานเข้ากองทุนอสังหาสริมทรัพย์ และไตรมาส 2 จะเร่งตัวขึ้นมาก + ราคาปัจจุบัน 6.6x PER ถูกสุดกลุ่มนิคม + ผลตอบแทนเงินปันผล 9.6% สงสดในกล่มนิคม + ห้นมีโอกาสถก concensus ปรับประมาณการขึ้น           KSL เข้าสู่ช่วง high season ผลประกอบการไตรมาส 2 (ก.พ.-เม.ย.55) + ก.ค.เป็นเดือนที่ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย5-8% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา + แม้ราคาส่งออกน้ำตาลลดลง 5% QoQ แต่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 25% QoQ และ 30% YoY กำไรจึงมีแนวโน้มดีขึ้น + ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER 10.2 เท่า ให้ผลตอบแทนปันผล 4.1% (concensus)           CENTEL ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้น 15% และ 14% ในปี 2555 และ 2556 + นักท่องเที่ยวต่างชาติ 5M55 เพิ่มขึ้น 7% YoY นักท่องเที่ยวจากเอเชียชดเชยจากยุโรปที่ลดลง + ไตรมาส 2/55 อัตราการเข้าพักสูงถึง 65% (+7% YoY) รายได้           QH กระแสกังวล่ คอน่ โดชะลอทำให้มีแรง switching มายัง QH ที่มีสัดส่วนโครงการแนวราบสูง + คาดกำไรปี 2555  เพิ่มขึ้น 67% YoY + ราคายังถูก PER เพียง 6.1x และมี yield ถึง 8.4% + เตรียมขาย 3 อสังหาริมทรัพย์เข้ากองทนอสังหาฯ ไตรมาส 3           SCC สเปรดปิโตรเคมีผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและน่าจะดีขึ้นชัดเจนใน 2H55 + ธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ + ปันผลระหว่างกาล 4.50 บาท (XD 9 ส.ค.)           AAV ผลประกอบการผ่าน soft season ไตรมาส 2 อย่างแข็งแกร่ง คาด low season ไตรมาส 3 ดีกว่าปกติ และเริ่มเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ (4Q55-1Q56) + การย้ายฐานมายังดอนเมืองช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไร + แผนเพิ่มฝูงบินจาก 24 เป็น 48 ลำใน 5 ปี คาดช่วยรักษาการเติบโตของรายได้ที่ปีละ 20-25% ได้           PTTEP ราคาสะท้อนผลประกอบการ 2Q55 ที่ย่ำแย่แล้ว + ราคาที่ Underperform หุ้นอื่นมานานเพราะกังวลเพิ่มทุน ช่วยจำกัด downside risk + โอกาสซื้อลงทุนที่ดี โดยไม่ต้องกังวลราคาน้ำมัน 3Q55 อ่อนตัว           SOLAR ธุรกิจ Turnaround กำไรเริ่มมีเสถียรภาพ + ชนะประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แห่งที่ 4 ของ BCP ขนาด25MW ที่อยุธยามูลค่า 620 ล้านบาท แล้วเสร็จ ม.ค.56 + ราคาปัจจุบันยังต่ำมูลค่าทางบัญชีที่ 2.44 บาท/หุ้น + การเปิดอนญาต/ประมลพลังงานแสงอาทิตย์รอบใหม่เป็นบวกกับธรกิจ           SOLAR ธุรกิจ Turnaround กำไรเริ่มมีเสถียรภาพ + ชนะประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์แห่งที่ 4 ของ BCP ขนาด 25MW ที่อยุธยามูลค่า 620 ล้านบาท แล้วเสร็จ ม.ค.56 + ราคาปัจจุบันยังต่ำมูลค่าทางบัญชีที่ 2.44 บาท/หุ้น + การเปิดอนญาต/ประมลพลังงานแสงอาทิตย์รอบใหม่เป็นบวกกับธรกิจ           HEMRAJ ยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนแข็งแกร่ง + บริษัทตั้งเป้าขยายพื้นที่โรงงานเช่าจาก 1 เป็น 2.6 แสนตารางเมตรใน 5 ปี + การขยายตัวของอุตสาหกรรมรถยนต์ส่งผลดี   ปัจจัยที่ต้องติดตาม           - 10-14 ก.ย. Thailand: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ยอดการผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์           - 11 ก.ย. US: International Trade           - 12 ก.ย. EU: Euro-Zone Industrial Production           - 12 ก.ย. US: Import and Export Prices           - 13 ก.ย. US: Jobless Claims           - 13 ก.ย. US: Producer Price Index           - 13 ก.ย. US: FOMC Meeting Announcement           - 14 ก.ย. EU: Euro-Zone CPI           - 14 ก.ย. US: Consumer Price Index           - 14 ก.ย. US: Retail Sales           - 14 ก.ย. US: Industrial Production           - 14 ก.ย. US: Consumer Sentiment           - 15 ก.ย. Thailand: กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ชุมนุมใหญ่ครบรอบ 6 ปี รัฐประหาร           - 17-19 ก.ย. Thailand: คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กำหนดเผยแพร่รายงานการประชุม           - 17-21 ก.ย. Thailand: กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขการส่งออกของไทย           - 17 ก.ย. US: Empire State Mfg Survey           - 18 ก.ย. US: Housing Market Index           - 19 ก.ย. US: Housing Starts           - 19 ก.ย. US: Existing Home Sales           - 20 ก.ย. US: Jobless Claims           - 20 ก.ย. US: Philadelphia Fed Survey           - 24-28 ก.ย. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง/ทบทวนตัวเลข GDP ปีนี้           - 28 ก.ย. Thailand: สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน           - 28 ก.ย. Thailand: ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน   บทวิเคราะห์วันนี้           - MINT (ถือ ปิด 15.8 พื้นฐาน 15.4 -2.5%) คาดกำไรโตชะลอตัวลงใน 2556-58           - ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมเป็น 15.4 และแนะนำถือ หลังจากเราปรับกำไร (ลดกำไรต่อหุ้นปี55 ลง 2% จากคาดการณ์ยอดขายที่อยู่อาศัยลดลง แต่ปรับเพิ่ม 8% และ 14% สำหรับปี 56-57) ได้ราคาเหมาะสมปี 56 เพิ่มจาก 11 บาท เป็น 15.4 บาท ด้วยวิธี sum of the part โดยปัจจุบัน MINT ซื้อขายที่ PE ปี 56 ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าทั้ง PE กลุ่มโรงแรมที่ 17 เท่า และ PE ในอดีตของ MINT ที่ 23 เท่า แต่เรามองว่า MINT สมควรที่จะซื้อขายที่ส่วนลดเนื่องจากการเติบโตของกำไร 13% CAGR 56-58 ต่ำกว่า CENTEL (22%) และ ค่าเฉลี่ยในอดีตของตัวเอง (20% ปี 47-53) อย่างไรก็ตามเราปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ขาย เป็น ถือ เนื่องจากเรามองราคาเหมาะสมใหม่ถือว่ามี downside จำกัด           - คาดรายได้จากที่อยู่อาศัยลดลง เราคาดกำไร MINT จะลดลงเป็น 9% และ 14% ในปี 57-58 เนื่องจากรายได้จากการขาย St. Regis จะจบลงในปี 57 (หลังจาก peak ในปี 56) และเราคาดว่าโครงการใหม่ที่ภูเก็ตจะไม่ใหญ่พอที่จะมาชดเชยรายได้ส่วนนี้ที่หายไป           - อุปทานล้นตลาดของโรงแรมในกรุงเทพ ทำให้การเติบโตชะลอตัว แม้ยอดนักท่องเที่ยวจะสูงกว่าที่เราคาด แต่เรามองว่าโอกาสในการเติบโตของรายได้โรงแรมในอนาคตน่าจะชะลอตัวลงเนื่องจากโรงแรมในกรุงเทพเริ่มจะ oversupply (อ้างอิงจาก CBRE โรงแรมระดับ Luxury and First class ในกรุงเทพจะเพิ่มถึง 28% ปี 55) และจะกระทบ MINT ที่มีโรงแรมถึง 38% อยู่ในกรุงเทพ และมองว่าการไม่สามารถเพิ่มอัตราค่าห้องเฉลี่ย (ARR) ของโรงแรมในกรุงเทพจะจำกัดการโตของรายได้โรงแรมของ MINT           - รายได้อาหารค่อนข้างคงที่ แต่ค้าปลีกต้องปรับปรุง โดยเฉลี่ยรายได้อาหารค่อนข้างคงที่มียอดขายสาขาเดิม (SSS) โตประมาณ 5% แต่ รายได้ค้าปลีกควรพัฒนาขึ้นหลังจาก 1H55 ปรับตัวลง -5% จากผลกระทบน้ำท่วม แต่เรามองว่าน่าจะปรับตัวดีขึ้นใน 56-57 หลังโรงงานที่ ปิดไปเปิดดำเนินการเต็มที่           - ROBINS (ถือ ปิด 63.75 พื้นฐาน 72.00 +12.9%) ผู้นำในห้างสรรพสินค้าต่างจังหวัด           - ปรับเพิ่มราคาเหมาะสม คงคำแนะนำซื้อ เรามองว่าการแข่งขันที่ต่ำในตลาด department store และการไม่มีคู่แข่งที่ชัดเจนในตลาดต่างจังหวัด ประกอบกับการขยายสาขาเชิงรุก ทำให้  ROBINS สามารถทำกำไรต่อหุ้นเติบโตได้สูง เราปรับกำไรต่อหุ้นเพิ่ม 1-2% สำหรับปี 55-57 เพื่อสะท้อน gross margin ที่ดีกว่าคาดใน 1H55 ทำให้ราคาเหมาะสมปี 56 เพิ่มเป็น 72 บาทจาก 60 บาท และแนะนำ ซื้อ           - ปิดสาขารัชดาภิเษกในปี 56 ROBINS จะปิดสาขาที่เคยเป็น flagship ที่รัชดาภิเษกในปี56 หลังหมดสัญญาเช่า และจะหันไปเน้นที่สาขาพระราม 9 ที่เพิ่งเปิดใหม่ โดยเรามองว่ารายได้จะไม่ลดลงมากอย่างมีนัยสำคัญจากการปิดสาขานี้           - เปิด 5 สาขาใหม่ในต่างจังหวัด ROBINS จะเปิดสาขาใหม่ 5 สาขาในปีนี้ โดยทั้งหมดอยู่ในต่างจังหวัดซึ่งยังมีพื้นที่ในการเติบโตอีก โดยเราเชื่อว่า Central department store ที่มีการขยายไปในต่างจังหวัดจะไม่ทำการเปิดสาขาเชิงรุกมากนัก (บริษัทในกลุ่มเดียวกับ ROBINS ที่เน้นตลาด high-end) โดยปัจจุบัน ROBINS เป็น department store chain ขนาดใหญ่ที่สุดในต่างจังหวัด (17 จาก 22 สาขาอยู่ในต่างจังหวัด)           - งบดุลที่แข็งแกร่งสนับสนุนการขยายสาขาเชิงรุก เราคาด ROBINS ต้องใช้เงิน 3.-3.5 พันลบ.ในการเปิด 5 สาขาสำหรับปี 56 ซึ่งไม่ลำบากสำหรับ ROBINS ที่มี EBITDA ปี 56 ที่ 4.8 พันลบ. และงบดุลที่มีสถานะเป็น net cash           - BECL (ซื้อ ปิด 29.25 พื้นฐาน 32.00 +9.4%) ไม่กังวลต่อการจราจรที่ชะลอตัวในเดือนสิงหา           - คงคำแนะนำซื้อ และ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายจาก 30 เป็น 32 บาท เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อ BECL เพราะปริมาณการจราจรบนทางด่วนเติบโตแข็งแกร่ง ค่าผ่านทางด่วนอาจปรับขึ้นในปี 2556 รวมถึงความคืบหน้าของส่วนต่อขยาย นอกจากนี้ BECL ยังมีราคาหุ้นน่าสนใจที่ P/BV 1x ในปี 2556 และมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่า 5% เราจึงแนะนำ Outperform หุ้น BECLที่ราคาเป้าหมาย 32 บาท           - ปริมาณการจราจรชะลอตัวเพราะเป็นช่วงวันหยุดเข้าพรรษา อัตราการเติบโตของปริมาณการจราจรบนทางด่วนในเดือนสิงหาคมชะลอตัวเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโต 5.6% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม ซึ่ง BECL กล่าวว่าสาเหตุเกิดจากวันหยุดเข้าพรรษาในปีนี้อยู่ในเดือนสิงหาคม แต่ปีที่แล้วอยู่ในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ปริมาณการจราจรบนทางด่วนส่วน C+ (เส้นทางไปทางเหนือของกรุงเทพฯ) มีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ประมาณ 11%           - รายได้ค่าผ่านทางเติบโตสูงกว่าปริมาณการจราจร BECL มีรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น3% YoY เป็นสูงกว่า 21 ล้านบาทในเดือนสิงหาคม โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากทางด่วนส่วน B และ D เท่ากับว่ามีรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ใช้บริการทางด่วนเพิ่มมากขึ้น           - อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลระหว่างกาล +3% และเห็นแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกใน 2H BECL ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.62 บาทต่อหุ้นใน 1H55 เพิ่มขึ้น 3% จาก 0.60 บาทในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่เราเชื่อว่าบริษัทจะประกาศจ่ายเงินปันผลสูงขึ้นในครึ่งปีหลังเนื่องจากผลประกอบการในปีที่แล้วได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม   สรุปภาวะตลาด           - DJIA ปิด 13,254.29 จุด -52.35 จุด (-0.39%) S&P500 ปิด 1,429.08 จุด -8.84 จุด (-0.61%) Nasdaq ปิด 3,104.02 จุด -32.40 จุด (-1.03%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลง เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่ากรีซอาจจะไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านการเงิน หลังจากรัฐบาลผสมของกรีซไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการลดงบประมาณการใช้จ่าย นอกจากนี้ นักลงทุนยังมีท่าทีระมัดระวังการซื้อขายในขณะที่จับตาดูการประชุม Fed และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ในสัปดาห์นี้           - NYMEX ส่งมอบ ต.ค. อยู่ที่ USD96.54/bbl +0.12(+0.1%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ ธ.ค. อยู่ที่ USD1,731.8/ounce -8.7(-0.5%) สัญญาราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวผันผวน เนื่องจากนักลงทุนรอดูผลการประชุม Fed และคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเยอรมนีเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุน ESM   สรุปข่าวประจำวัน   ต่างประเทศ           - รัฐบาลผสมของกรีซไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับการลดงบประมาณการใช้จ่ายมูลค่า 1.15 หมื่นล้านยูโร หรือ 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า นายอันโตนิส ซามาราส นายกรัฐมนตรีกรีซ ได้จัดการประชุมร่วมกับคณะผู้ตรวจสอบซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศที่สำนักนายกรัฐมนตรีในกรุงเอเธนส์ เมื่อวานนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการตัดลบงบประมาณรายจ่ายชุดใหม่ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นสำหรับกรีซเพื่อแลกกับเงินช่วยเหลืองวดใหม่ (อินโฟเควสท์)           - สำนักงานศุลกากรจีน รายงาน การส่งออกของจีนในเดือนส.ค.55 เพิ่มขึ้น 2.7%YoY สู่ระดับ 1.7797 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวขึ้นจากระดับ 1%YoY ในเดือนก.ค.55 ทั้งนี้ข้อมูลการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยในเดือนส.ค.55 บ่งชี้ถึงภาวะอ่อนแอต่อเนื่องของเศรษฐกิจโลก ส่วนการนำเข้าในเดือนส.ค.55 ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยปรับตัวลง 2.6%YoY แตะ 1.513 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ ยอดเกินดุลการค้าของจีนเพิ่มขึ้นแตะ2.666 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค.55 จาก 2.52 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ค.55 (อินโฟเควสท์)           - กระทรวงการคลังญี่ปุ่น รายงานยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นเดือนก.ค.55ลดลง 40.6%YoY สู่ระดับ 6.254 แสนล้านเยน ส่งสัญญาณถึงการส่งออกไปยุโรปและจีนที่อยู่ในภาวะอ่อนแอ ขณะที่การนำเข้าพลังงานเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ดุลการชำระเงินรหว่างประเทศ ซึ่งเป็นมาตรวัดการค้าที่กว้างที่สุดของญี่ปุ่น ร่วงลดติดต่อกันเป็นเดือนที่ 17 ส่งสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ซบเซาลง สกุลเงินเยนที่แข็งค่าอย่างต่อเนื่องซึ่งชะลอการส่งออกของญี่ปุ่น รวมทั้งการเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ สำหรับองค์ประกอบสำคัญในดุลบัญชีเดินสะพัดนั้น พบว่ายอดขาดดุลการค้าอยู่ที่ 3.736 แสนล้านเยนการส่งออกร่วงลง 7.4% แตะ 5.1184 ล้านล้านเยน และการนำเข้าสูงขึ้น 1.9% แตะ 5.4919ล้านล้านเยน (อินโฟเควสท)   ข่าวบริษัท           - ธ.กรุงเทพบุกเวียดนามได้ใบอนุญาตธุรกิจ99ปี นายธาราบดี ซึ่งอดิชัยวิทย์ ผู้จัดการทั่วไปธนาคารกรุงเทพ สาขาประเทศเวียดนาม เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายเติบโตของสินเชื่อต่อปีอยู่ที่ 10-20% โดยปัจจุบันธนาคารมีลูกค้าที่เป็นคนไทย 40% เวียดนาม 30% และต่างชาติ 30% สำหรับการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม คือ รองรับลูกค้าทุกกลุ่มเพื่อรองรับการใช้โอกาสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขยายกิจการในเวียดนาม ซึ่งธนาคารพร้อมที่จะช่วยสนับสนุนในการดำเนินธุรกิจของลูกค้าในเวียดนาม รวมทั้งเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจที่ลูกค้าได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศต่าง ๆ สำหรับปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 2 แห่ง คือ ฮานอยและโฮจิมินห์ (เดลินิวส์)           - AOT ฟันกำไรพันล้าน คิงเพาเวอร์ฮุบดอนเมือง AOT ฟันกำไรปีละ 1 พันล้านบาท หลังคิงเพาเวอร์-เดอะมอลล์เข้าวินบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ กับดิวตี้ฟรีที่ดอนเมือง งานนี้เปิดสนามบินดอนเมืองดันกำไร AOT ปี'55-57โตปีละ 44% งบลงทุนลดน้อยลง ด้าน AAV รับอานิสงส์แวลู พุ่ง 0.96 บาทต่อหุ้น ส่วน THAI เจอวิกฤติยุโรปเล่นงานรอบใหญ่ (ข่าวหุ้น)           - TOG ไตรมาส3เด่น บุ๊คประกัน80ล้าน มั่นใจปีนี้พลิกกำไร TOG ย้ำปีนี้ยอดขายโต 40%พร้อมพลิกมีกำไร ลุ้นไตรมาส 3/55 รับเงินประกันชดเชยเสียหายน้ำท่วม 60-80 ล้านบาท ปรับราคาขาย-ออกโปรดักต์ใหม่-ขยายตลาดเพิ่ม เจาะเอเชีย ออสเตรเลีย และอเมริกา หลังเกิด วิกฤติเศรษฐกิจยุโรป (ข่าวหุ้น)           - LPN ขายแกรนด์ยูกำไร 52 ล้าน LPN ไตรมาส 4/55 จ่อบันทึกกำไร 51.8 ล้านบาท จากการขายหุ้น Grand U จำนวน 12 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20% ให้ UV ในราคา 15 บาท รวมกับเงินปันผลอีก 11 บาท หนุนกำไรสุทธิทั้งปีเพิ่มขึ้น (ข่าวหุ้น)           - HMPRO ทุ่ม 570 ล้าน เปิดสาขา51ที่มหาชัย ตั้งเป้ายอดขาย40ล้าน “โฮมโปร” เปิดสาขาที่ 51 “มหาชัย สมุทรสาคร” ทุ่มงบกว่า 570 ล้านบาท ตั้งเป้ายอดขายกว่า 40 ล้านบาทต่อเดือน พร้อมจัดโปรโมชั่นฉลองยิ่งใหญ่ ลดราคาพิเศษสูงสุด 70% เมื่อช็อปครบที่กำหนด รับ ทองคำทันทีหนัก 1 บาท ในวันที่ 14 ก.ย.-10 ต.ค. 55 (ข่าวหุ้น)           - UKEM ย้ำรายได้ปีนี้โต15% รับดีมานด์สินค้าพุ่ง-เพิ่มยอดขายลูกค้ายานยนต์ UKEM แย้มครึ่งปีหลังรายได้ใกล้เคียงครึ่งปีแรก พร้อมเพิ่มสัดส่วนยอดขายลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์เพิ่มเป็น 25% จาก 15% ย้ำเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 15% รับความต้องการสินค้าพุ่ง และแตกไลน์สินค้าขยายฐานลูกค้าใหม่ (ข่าวหุ้น)           - BAT-3K ลั่นปีนี้พลิกเป็นกำไร ยอดขายแบตเตอรี่ 3.7 แสนลูก BAT-3K ลั่นปีนี้พลิกเป็นกำไรจากครึ่งปีแรกขาดทุน 161 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้ายอดขายแบตเตอรี่อยู่ที่ 3.7 แสนลูกแย้มรายได้ไตรมาส 3/55 ดีกว่าไตรมาส 2/55 หลังยอดขายพุ่ง เนื่องจากเป็นช่วงหน้าหนาวของ ต่างประเทศ ซึ่งทำให้มียอดขายแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับ 13% (ข่าวหุ้น)           - SEAFCO คว้างานใหม่109ล้าน รายได้ปีนี้ทะลุเป้า1.8พันล้าน ลุยประมูลงานเพิ่ม SEAFCO รับงานใหม่ 5 โครงการ รวมมูลค่า 109.36 ล้านบาท แย้มรายได้ทั้งปีนี้ทะลุเป้า 1.8 พันล้านบาท หลังโฟกัสงานเสาเข็มมีรายได้-กำไรดีกว่าด้านโยธา เผยแบ็กล็อกล่าสุด 1.4 พันล้านบาท ทยอยรับรู้ในครึ่งปีหลัง 700 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าประมูลงานอีกกว่า 400 ล้านบาท มั่นใจได้งาน 50% (ข่าวหุ้น)           - ERW ตีปีกท่องเที่ยวบูมกำไรทะลุ 210 ล. ERW มั่นใจรายได้เติบโต 20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4.48 พันล้านบาท ตามอัตราเข้าพัก 8 เดือนพุ่งกว่า 75% ขณะที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นคาดปีนี้ทะลุ 20.5 ล้านคนพร้อมเปิดอีก 2 แห่งช่วงธันวาคมนี้ (ทันหุ้น)           - MDX ยุ่นดอดซื้อที่ดินพันไร่งบทุบสถิติ-เร่งล้างขาดทุน MDX ส่งซิกญี่ปุ่นเดินสายขอซื้อที่ดินเพียบ เชื่อ Q3/2555 ยอดขายทะลุเป้า 50 ไร่ จากปัจจุบันกว้านซื้อกว่า 100 ไร่แล้ว แถมเร่งเครื่องเคลียร์พื้นที่พร้อมขายและพัฒนากว่า 1.15 พันไร่หรือ 2.8 พันล้านส่วนปี 2555 กำไร ทุบสถิติเร่งแผนล้างขาดทุน 2.7 พันล้านบาท (ทันหุ้น)           - LST มีสัญญาณกำไรเด้งน้ำมันปาล์มขวดขายดี LST มั่นใจผลประกอบการครึ่งปีหลังพุ่งแรงอีกครั้ง หลังสเปรดจากราคาถั่วเหลือง ปาล์ม ข้าวโพด ปรับตัวดีขึ้น คาดรายได้รวมปี 2555 โตกว่า 10% พร้อมมีหวังกำไรทำสถิติสูงเป็นประวัติการณ์ (ทันหุ้น)           - GUNKUL จับมือพันธมิตรพม่าลงขันตั้งบริษัทลูกลุยงานช้าง GUNKUL เตรียมหารือพันธมิตรพม่าร่วมลงขันตั้งบริษัทย่อยลุยธุรกิจพลังงานทดแทนแสงแดด-ลม คาดครึ่งปีหลังเห็นความชัดเจน ผู้บริหาร \"โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์\" เชื่อทั้งปีผลงานเข้าเป้า 4.3 พันล้านบาท รุกประมูลงาน 4 พันล้านบาท (ทันหุ้น)           - OFM ซุ่มเจรจาพันธมิตรนอก OFM แย้มอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรธุรกิจขนส่ง หวังสยายปีกเจาะกลุ่มลูกค้าต่างแดน คาดได้ข้อสรุปธันวาคมนี้ ชี้หากดีลสำเร็จโกยเงินเข้ากระเป๋าหลักล้าน ส่วนไตรมาส 3 เชื่อฟอร์มเฉิดฉายกว่า Q2/2555 ที่มีรายได้ราว 340 ล้านบาท อานิสงส์ไฮ ซีซันหนุน พร้อมคอนเฟิร์มทั้งปีผลงานทะยาน 28% หลังเรตติ้งกระฉูด (ทันหุ้น)           - SENA ประกาศเพิ่มทุนพร้อมแจกวอร์แรนต์ SENA ประกาศเพิ่มทุนผู้ถือหุ้นเดิม 110.50 ล้านหุ้น แจกวอร์แรนต์ผู้ถือหุ้นเดิมอายุ 3 ปีราคาใช้สิทธิ 2.10 ต่อหน่วย (ทันหุ้น)   ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม           - กลุ่มอาหารและเกษตร: ปินส์ยกเลิกแบนไก่-เป็ดจากไทยลุ้นญี่ปุ่น-เกาหลี นายสุรศักดิ์เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรฟิลิปปินส์ได้ประกาศยกเลิกการห้ามนำเข้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ปีกจากไทยแล้ว มีผลตั้งแต่ 14 ส.ค.2555 เป็นต้นไป หลังจากห้ามมาตั้งแต่ปี 2547 ที่มีการระบาดของไข้หวัดนกและไทยสามารถควบคุมปัญหาโรคไข้หวัดนกระบาดได้อย่างเด็ดขาด (ไทยโพสต์)           - กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม: ไทยส้มหล่นจีนแห่เที่ยวททท.ตั้งเป้าปีนี้2ล้านคน นายสุพลศรีพันธุ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ช่วง 8 เดือนแรกปีนี้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยแล้ว 14.34 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.66% โดยเป็นการเดินทางมาช่วงเดือนสิงหาคม 1.92 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.54% โดยนักท่องเที่ยวตลาดที่ขยายตัวมากที่สุดคือ ตะวันออกกลาง เพิ่มขึ้นถึง51.39% รองลงมาคือโอเชียเนีย ได้แก่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพิ่มขึ้น 26.13% ขณะที่ยุโรปเพิ่มขึ้นเพียง 0.50% เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาจำนวนสูงสุดตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้ภาพรวม 8 เดือนเพิ่มเป็น 1.68 ล้านคน ขณะที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตั้งเป้าว่าตลอดปีนี้จะมีชาวจีนเดินทางเข้ามา 2 ล้านคน (มติชน)             กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057           ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053             โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 11 ก.ย. 2555