Daily View - บล.กสิกรไทย

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ความผันผวนช่วงสั้นจะสูงขึ้น แนวโน้มตลาด: หุ้นโลกปรับฐานหลังแรงส่งจากจิตวิทยาเชิงบวกจากคาดการณ์การตุ้นเศรษฐกิจเริ่มอ่อนกำลัง และตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาอ่อนแอลง โดย HSBC รายงาน PMI เบื้องต้น ส.ค.ลดลงแตะ 47.8 ซึ่งต่ำสุดในรอบ 9 เดือน (ก.ค.ที่ 49.3) และสำนักงานสถติยุโรปรายงาน PMI ยูโรโซน ส.ค.ที่ 45.3 แม้ฟื้นจาก 44 ในเดือนก่อนหน้า แต่ก็ยังแสดงถึงเศรษฐกิจที่หดตัว (ดัชนีต่ำกว่า 50) ทั้งนี้หากพิจารณา ส่วนต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนระหว่างหุ้นเทียบพันธบัตร (Earnings yield gap)ของตลาดหุ้นไทยล่าสุดอยู่ที่ 2.35% :ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำเทียบเท่ากับดัชนีในช่วงกลางปี 2554 ดังนั้นดนีจากนี้จะเริ่มมีความผันผวนมากขึ้น แม้เราจะยังเล็งเป้าSET Index ขึ้นทดสอบระดับสูงกว่า 1250 ขึ้นไป แต่ขอให้นักลงทุนเริ่มตั้งทั้ง stop loss สำหรับหุ้นที่ขาดทุน และ trailing stop สำหรับหุ้นที่มีกำไรอยู่ด้วย เผื่อในกรณีที่มีเหตุไม่คาดหมายเกิดขึ้น หรือเราคาดการณ์ผิดทาง โดยเราให้น้ำหนักกับเหตุการณ์สำคัญ 3 เรื่อง คือการหารือขอเฟด (31 ส.ค.) ประชุม ECB (6 ก.ย.) และ ประชุม FOMC (12 ก.ย.) มีผลหนุนตลาดถึงช่วงต้นเดือนก.ย. กลยุทธ์การลงทุน: SET Index อาจเหวี่ยงลงถึง 1220-1225 จุด ตามแรงขายทำกำไรหุ้นโลก กลยุทธ์เข้าเก็งกำไรเมื่ออ่อนตัวซึ่งเน้นในสื่อสารตัวหลัก (ประมูล 3G)และอสังหาริมทรัพย์ (ถูกและประเด็นลดดอกเบี้ย) หรือหุ้นรายตัวอื่น หุ้นแนะนำ HEMRAJ  TICON สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: เมื่อ 15 มิ.ย. เราเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก 10% เป็น 60% และยังเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นอีก หุ้นที่อาจพิจารณาทยอยสะสมได้แก่ TICON  TCAP  KK  TISCO  EGCO RATCH  PS  AP  SIRI  QH  PF  PTTGC  PTT  KTB  NMG  RS   หุ้นแนะนำวันนี้ - HEMRAJ (ปิด 2.96 เป้าระยะสั้น 3.10 ขายเมื่อหลุด 2.90) บริษัทปรับเพิ่มเป้าหมายการขายที่ดินขึ้นเป็น 2,300 ไร่ จาก 2ม000 ไร่ + ความต้องการซื้อที่ดินยังแข็งแกร่งจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ + คาดกำไรปี 2556 เพิ่มขึ้น 47% ส่งผลให้ PER ลดลงจาก 13.3 เหลือ 9.0 เท่า + มีแนวคิดลงทุน Entertainment complex ที่เกาะล้าน ซึ่งเป็น potential upside ในอนาคต - TICON (ปิด 12.90 เป้าระยะสั้น 13.50-14.00 ขายเมื่อหลุด 12.40) ผลประกอบการไตรมาส 2/55 น่าจะเป็น bottom ของปีแล้ว + หุ้นแล้วเสร็จขึ้นเครื่องหมาย XT (TSR) แล้ว และอาจเริ่มถูกเก็งกำไรขึ้น + ราคาปัจจุบันอยู่ที่เพียง 7.7x และ 6.9x PER 2555 และ 2556 โดยคาดปันผลที่ 8.2 และ 9.7% - หุ้นสื่อสาร เก็งกำไรเชิงตั้งรับ ADVANC DTAC INTUCH TRUE THCOM - หุ้นกลุ่มยานยนต์ STANLY AH LHK IHL TKT - เก็งกำไรส่วนน้อยใน TICON SUC CCET TPIPL SOLAR THAI - หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STEC CK ITD /โรงแรม MINT ERW CENTEL - ทยอยสะสม Commodity: PTTGC IVL TOP SCC/ LANNA KSL KBS   Today’s Best Trades   ประเด็นการลงทุนหุ้น Today’s Best Trades HOLD TICON  - ราคาหุ้นในปัจจุบันเป็นโอกาสซื้อที่ดี + ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 พลิกกลับมามีกำไรจากการขายโรงงานเข้ากองทุนอสังหาสริมทรัพย์ และไตรมาส 2 จะเร่งตัวขึ้นมาก + ราคาปัจจุบัน 6.6x PER ถูกสุดกลุ่มนิคม + ผลตอบแทนเงินปันผล 9.6% สงสดในกล่มนิคม + ห้นมีโอกาสถก concensus ปรับประมาณการขึ้น KSL  -  เข้าสู่ช่วง high season ผลประกอบการไตรมาส 2 (ก.พ.-เม.ย.55) + ก.ค.เป็นเดือนที่ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5-8% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา + แม้ราคาส่งออกน้ำตาลลดลง 5% QoQ แต่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 25% QoQ และ 30% YoY กำไรจึงมีแนวโน้มดีขึ้น + ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER 10.2 เท่า ให้ผลตอบแทนปันผล 4.1% (concensus) PTTGC   -  ราคาสะท้อนผลการดำเนินงาน 2Q55 ที่จะอ่อนลง QoQ ไปมากแล้ว + ตลาดจะเริ่มคลายกังวลการปรับสูตรส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนกับ PTT ยังอีกไกล + ราคาคิดเป็นเพียง 6.6x PER และให้คาดการณ์ผลตอบแทนปันผล 6.0% CENTEL  -  ปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรขึ้น 15% และ 14% ในปี 2555 และ 2556 + นักท่องเที่ยวต่างชาติ 5M55 เพิ่มขึ้น 7% YoY นักท่องเที่ยวจากเอเชียชดเชยจากยุโรปที่ลดลง + ไตรมาส 2/55 อัตราการเข้าพักสูงถึง 65% (+7% YoY) รายได้ต่อห้องเฉลี่ยเพิ่มถึง 13% YoY + คาดกำไรไตรมาส 2/55 ที่ 102 ล้านบาท +30% QoQ และ 139% YoY + ซื้อขายที่ PER 18.7x ปี 2555 และเหลือเพียง 14.9x ในปี 2556 QH  -  กระแสกังวลคอนโดชะลอทำให้มีแรง switching มายัง QH ที่มีสัดส่วนโครงการแนวราบสูง + คาดกำไรปี 2555 เพิ่มขึ้น 67% YoY + ราคายังถูก PER เพียง 6.1x และมี yield ถึง 8.4% + เตรียมขาย 3 อสังหาริมทรัพย์เข้ากองทนอสังหาฯ ไตรมาส 3 INTUCH  -  เตรียมขยายธุรกิจเข้าสู่โทรทัศน์ดาวเทียม + ผลงานปี 2555 ดีจากทั้ง ADVANC และ THCOM ที่ฟื้นตัว + คาดปันผลทั้งปีประมาณ 4.40 บาท (7%) ระหว่างกาล 2.20 บาท AAV  -  ผลประกอบการผ่าน soft season ไตรมาส 2 อย่างแข็งแกร่ง คาด low season ไตรมาส 3 ดีกว่าปกติ และเริ่มเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ (4Q55-1Q56) + การย้ายฐานมายังดอนเมืองช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไร + แผนเพิ่มฝูงบินจาก 24 เป็น 48 ลำใน 5 ปี คาดช่วยรักษาการเติบโตของรายได้ที่ปีละ 20-25% ได้ NMG  -  การเปิดช่องโทรทัศน์ดาวเทียม “กรุงเทพธุรกิจทีวี” และ “คิดโซนส์” เพิ่มตั้งแต่ส.ค.ส่งผลดีต่อรายได้ + คาดกำไรปี 2555-56 เพิ่มขึ้น 52% และ 61% ราคาปัจจุบันคิดเป็น PER 14.0x และ 9.3x + ผู้บริหารเพิ่มเป้ารายได้เป็นโต 15% (จาก 10%) ทำให้มีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการกำไรขึ้น PTTEP  -  ราคาสะท้อนผลประกอบการ 2Q55 ที่ย่ำแย่แล้ว + ราคาที่ Underperform หุ้นอื่นมานานเพราะกังวลเพิ่มทุน ช่วยจำกัด downside risk + โอกาสซื้อลงทุนที่ดี โดยไม่ต้องกังวลราคาน้ำมัน 3Q55 อ่อนตัว   ปัจจัยที่ต้องติดตาม - 24 ส.ค. EU (Event): Greek Prime Minister Samaras in Berlin for Talks with Merkel. - 24 ส.ค. US: Durable Goods Orders - 27 ส.ค. China: Industrial Profits YTD - 27 ส.ค. US: Dallas Fed Mfg Survey - 28 ส.ค. EU: Euro-Zone M3 - 28 ส.ค. US: S&P Case-Shiller HPI - 28 ส.ค. US: Consumer Confidence - 29 ส.ค. US: GDP - 29 ส.ค. US: Pending Home Sales - 29 ส.ค. US: Beige Book - 30 ส.ค. EU: Euro-Zone Consumer Confidence (Final) - 30 ส.ค. US: Jobless Claims - 30 ส.ค. US: Personal Income and Outlays - 31 ส.ค. EU: Euro-Zone Unemployment Rate - 31 ส.ค. EU: Euro-Zone CPI Estimate (Aug) - 31 ส.ค. US: Chicago PMI - 31 ส.ค. US: Consumer Sentiment - 31 ส.ค. US: Factory Orders - 31 ส.ค. US (Event): Fed’s Bernanke Speaks in Jackson Hole, Wyoming. - 01 ก.ย. China: Manufacturing PMI   บทวิเคราะห์วันนี้ - PTTEP (ถือ ปิด 150 พื้นฐาน 165 +10.0%) เลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติเพิ่มทุนเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ > คงคำแนะนำถือ หาก PTTEP สามารถเสนอโครงสร้างการเพิ่มทุนที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นโดยรวมมากขึ้น จะทำให้ราคาหุ้นกลับมาปรับตัวนทางที่ดี อย่างไรก็ตามเราคาดว่าระยะเวลาพิจารณาการเพิ่มทุนใหม่จะใช้เวลาถึง ต.ค. ซึ่งการเพิ่มทุนที่ยังยืดเยื้ออาจเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นจนกว่าจะมีความชัดเจน > เลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติเพิ่มทุน เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ PTTEP ได้ให้ข้อมูลนักวิเคราะห์หลังจากเลื่อนประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการเพิ่มทุนวานนี้ (23 ส.ค.) เนื่องจากมีผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง (ไม่รวม PTT) เข้าร่วมหรือมอบอำนาจเพื่อออกเสียงเพียง 40% ขณะที่มีข่าวว่านักลงทุนต่างชาติส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มทุนของ PTTEP เนื่องจากเห็นว่าจำนวนเงินเพิ่มทุนสูงกว่าความจำเป็นที่จะต้องใช้ลงทุนใน Cove Energy ขณะที่ผู้ถือหุ้นบางส่วนเห็นว่าโครงสร้างของการเพิ่มทุนเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ PTT มากกว่าผู้ถือหุ้นรายอื่นเนื่องจากเป็นการเพิ่มทุนในลักษณะเฉพาะเจาะจง (มติคณะกรรมการเพิ่มทุนเมื่อ20 ก.ค. 650 ล้านหุ้น จัดสรร 404 ล้านหุ้นให้ PTT เพื่อคงสัดส่วนการถือหุ้น 65%, 214 ล้านหุ้นให้ประชาชนทั่วไป, 32 ล้านหุ้นให้ผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (overallotment agent) รวมเกิด dilution 19.6%) > ตั้งคณะกรรมการทบทวนการเพิ่มทุน คาดรอถึง ต.ค. เมื่อคณะกรรมการทบทวนการเพิ่มทุนสามารถหาโครงสร้างการเพิ่มทุนที่เหมาะสม จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน และจัดประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ 15 วันหลังจากนั้น ซึ่งเราคาดจะใช้เวลาถึงเดือน ต.ค. 55 > ไม่กระทบการเข้าซื้อ Cove Energy PTTEP มีเงินสดส่วนเกิน และสามารถกู้เงินเพิ่มเพื่อเข้าซื้อ Cove (ราคาซื้อ Cove 240 เพนซ์/หุ้น รวมมูลค่า 1.22 พันล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6 หมื่นลบ.) แม้ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนของ PTTEP อยู่ที่ 0.56 เท่า ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ 0.5 เท่า เพื่อให้ได้รับการจัดอันดับ Credit Rating ที่ดีรวมถึงการเข้าซื้อ Cove จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มเป็น 0.65 – 0.78 เท่า แต่จะลดลงหลังจากบริษัทเพิ่มทุนสำเร็จ โดยในความเห็นของเราโครงสร้างการเพิ่มทุนใหม่อาจเป็นการเพิ่มทุนควบกับการออกตราสารกึ่งหนึ่งทุน (hybrid securities) ด้วยมูลค่าเงินเพิ่มทุนที่ลดลง ซึ่งหมายความว่าอาจมีการเพิ่มทุนรอบใหม่เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคต   - กลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ : งบโฆษณาเดือนกรกฎาเติบโตอย่างแข็งแกร่ง > แนะนำซื้อ MAJOR และ MCOT เรามีมุมมองเชิงบวกกับกลุ่มสื่อและมองการเติบโตสูงของการบริโภคในประเทศจะมาสนับสนุนงบโฆษณาไปอย่างน้อยถึงปี 57 และ แนะนำซื้อสำหรับ MAJOR (ซื้อ ปิด 17.9 พื้นฐาน 21 +17.3%) จากการเติบโตสูงของกำไร และ ซื้อ MCOT (ซื้อ ปิด 28.5 พื้นฐาน 44 +54.4%) จากราคาน่าสนใจและผลตอบแทนสูง และ ถือ สำหรับ BEC (ซื้อ ปิด 52.75 พื้นฐาน 53 +0.47%) โดยมองว่าราคาหุ้นเต็มมูลค่าและมี upside น้อยต่อประมาณการเรา > งบโฆษณาเดือนกรฎาโตสูงสุด YTD งบโฆษณาเดือนกรกฎาคมโต 12.6% YoY เป็นเดือนที่โตแข็งแกร่งที่สุดในปีนี้ โดยงบโฆษณาผ่านโรงหนัง และ ภายในร้านค้าโตสูง ขณะที่สื่อแบบดั้งเดิมก็กลับมาโตดีเช่นกัน (ทีวี โต5.2% YoY จาก 1.5% ใน1H55 และ วิทยุ โต7.7% เทียบ 5% ใน 1H55) ซึ่งเป็นบวกกับ BEC และ MCOT > งบโฆษณาผ่านโรงหนังสนับสนุนมุมมองเชิงบวกต่อ MAJOR งบโฆษณาผ่านโรงหนังโตสูงมากถึง 105% YoY แม้เราจะมองว่าตัวเลขค่อนข้างเฟ้อไปมาก แต่ก็สนับสนุนมุมมองเราว่าการเติบโตของงบโฆษณาผ่านโรงหนังจะเป็นตัวผลักดันกำไร MAJOR > กลุ่มธนาคารและยานยนต์เติบโตสูง นอกจากกลุ่ม FMCG กลุ่มธนาคารและยานยนต์ก็ใช้เงินโฆษณาโดดเด่น โดย KBANK SCB และ TMB ติดอยู่ในกลุ่มท้อป10 สำหรับโตโยต้าและอิซูซุก็ใช้งบสูงเช่นกัน   ข่าวที่มีผลกระทบต่อตลาด ข่าวบริษัท - IVL (ซื้อ ปิด 31.25 พื้นฐาน 44.75 +43.3%) IVL คาดกำไร 2H55 ดีกว่า 1H55 จากกำลังผลิตส่วนเพิ่ม แต่เราชอบ PTTGC มากกว่า >  แนะนำซื้อ แต่ชอบ PTTGC มากกว่า การที่ IVL เข้าลงทุนระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องใช้เวลาที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทเต็มที่ เราชอบ PTTGC มากกว่า เนื่องจากธุรกิจ PTTGC มีความซับซ้อนกว่าทำให้จำกัดการแข่งขัน รวมถึงอัตราเงินปันผลตอบแทนของ PTTGC(คาด 3.8% ปี 2555, 4.9% ปี 2556) สูงกว่า IVL (คาด 3.2% ในปี 2555 และ 2556) >  ไม่มีแผนเข้าซื้อกิจการเพิ่ม เตรียมปรับปรุงสายการผลิต จากการประชุมนักวิเคราะห์ IVL เปิดเผยไม่มีแผนซื้อกิจการเพิ่มใน 18 เดือนข้างหน้า เนื่องจากต้องใช้เวลาในการปรับปรุงกระบวนการผลิตของกิจการที่เข้าลงทุนในระยะที่ผ่านมา และในเบื้องต้นบริษัทจัดสรรงบลงทุน US$800mn เพื่อปรับปรุงสายการผลิต ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตเพิ่ม จาก 6.5 ล้านตัน เป็น 8 ล้านตันภายในปี 2557 (เพิ่ม 42%) แหล่งเงินจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท และเงินกู้ซึ่งบริษัทมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่ 1 เท่า >  คาดกำไร 2H55 ดีกว่า 1H55 IVL คาดรายได้ปี 2555 เพิ่ม 25% เป็น US$8bn ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ 20% จากการขยายกำลังการผลิตโรงงานในจีน เนเธอร์แลนด์ และโรงงานที่ลพบุรีจะผลิตเต็มที่หลังน้ำท่วม โดยแนวโน้มผลประกอบการ 2H55 จะดีกว่า 1H55 เพราะมีกำลังการผลิตเพิ่ม 5 แสนตัน/ปี และ MEG มียอดขายดีขึ้นกว่า 1H55 ที่มีระยะเวลาเดินธุรกิจเพียง 3 เดือน ขณะที่แม้ราคา PET และ PTA ยังไม่ดีขึ้นมาก แต่กำลังการผลิตส่วนเพิ่มจะช่วยชดเชย ทั้งนี้เสปรดของ PTA มิ.ย. 55 ต่ำสุดแตะ US$50/ตัน ลดลงจากจุดสูงสุดที่ US$400/ตัน ในเดือน มี.ค. 54 (ประเด็นข่าวจากการประชุมนักวิเคราะห์, กรุงเทพธุรกิจ)   สรุปภาวะตลาด - DJIA ปิด 13,057.46 จุด -115.30 จุด (-0.88%) S&P500 ปิด 1,402.08 จุด -11.41 จุด (-0.81%) NASDAQ ปิด 3,053.40 จุด -20.27 จุด (-0.66%) ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลงแรง เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจโลก หลังจากจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาด และดัชนีภาคการผลิตของจีนและยูโรโซนหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง - NYMEX ส่งมอบ ต.ค. อยู่ที่ USD96.27/bbl -0.99(-1.0%) สัญญาทองคำ COMEX ส่งมอบ ธ.ค. อยู่ที่ USD1,672.8/ounce +32.3(+1.97%) สัญญาราคาน้ำมันปรับตัวลงเนื่องจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก ยังผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า Fed จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจและเข้ามาถือสัญญาทองคำเพิ่มขึ้น   สรุปข่าวประจำวัน ต่างประเทศ - กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 18 ส.ค. เพิ่มขึ้น 4,000 ราย มาอยู่ที่ 372,000 ราย โดยเป็นการปรับตัวขึ้นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลงมาอยู่ที่ 365,000 ราย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานสหรัฐนั้นยังมีความไม่แน่นอน(จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานโดยเฉลี่ย 4 สัปดาห์ เพิ่มขึ้น 3,750 ราย มาอยู่ที่ 368,000 ราย) (อินโฟเควสท์) - กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ค.55 เพิ่มขึ้น 3.6% สู่ระดับ 372,000 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย.55 ที่ 350,000 ยูนิต และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ 365,000 ยูนิต (รอยเตอร์) - Markit รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อ (PMI) เบื้องต้นของยูโรโซนเดือนส.ค.55 อยู่ที่ระดับ 46.6 เพิ่มขึ้นจากเดือนเดือนก.ค.55 ที่ระดับ 46.5 แต่ยังคงอยู่ในระดับหดตัว (ต่ำกว่า 50.0) เป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคการผลิต (Manufacturing) เดือนส.ค.55 อยู่ที่ 45.3 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.ค.55 ที่ 44.0 ส่วนดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคบริการ(Service) เดือนเดียวกันอยู่ที่ 47.5 ลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่ 47.9 (Market Watch) - HSBC รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) เบื้องต้นของจีนเดือนส.ค.55 อยู่ที่ระดับ 47.8 ลดลงจากเดือนก.ค.55 ที่ระดับ 49.3 เนื่องจากวิกฤตหนี้ยุโรปได้กดดันให้คำสั่งซื้อลดลง (Market Watch และ CNBC)   ข่าวบริษัท - ERW อัตราเข้าพักพุ่งปรี๊ดการันตีรายได้ปีนี้โต 20% ERW มั่นใจรายได้เติบโต 20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 4.48 พันล้านบาท ตามอัตราเข้าพัก 8 เดือนพุ่งพรวดไปกว่า 75% ขณะที่นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น คาดปีนี้ทะลุ 20.5 ล้านคน พร้อมเปิดอีก 2 โรงแรมช่วงเดือนธันวาคมนี้ สิ้นปีตามเป้า 16 โรงแรม (ทันหุ้น) - ROBINS โดดรับไฮซีซั่นเคาะกำไรปีนี้ทะลุ 2 พันล้าน ROBINS ลุยอัดงบการตลาดกระตุ้นกำลังซื้อของลูกค้า มั่นใจยอดขายปี 2555 เติบโตระดับ 20-25% พร้อมเดินหน้าขยายสาขาใหม่อีก 3 แห่งช่วงที่เหลือของปีนี้ (ทันหุ้น) - TTW  หั่นงบลงทุนเหลือ3,000ล้าน เหตุทุ่มเงินลงทุน 'ซีเค พาวเวอร์' ยันรายได้โต 15% \"น้ำประปาไทย\" ปรับลดงบลงทุนปีนี้เหลือ 3,000 ล้านบาท จากเดิม 7,000 ล้านบาท หลังการลงทุน ซีเค พาวเวอร์ ฟันธง!รายได้ทั้งปีโตเข้าเป้า 15% แย้มแนวโน้มครึ่งปีหลังยอดจ่ายน้ำสูงกว่าครึ่งปีแรก (ข่าวหุ้น) - THCOM โรดโชว์นอก ดึงต่างชาติถือหุ้น35% มอร์แกน สแตนเลย์ พา THCOM โรดโชว์สิงคโปร์-ฮ่องกง จับตาต่างชาติยังถือหุ้นได้อีก 380 ล้านหุ้น หรือ 35% บริษัทโชว์กำไร 4 ไตรมาสติด มีกำไรสะสมรอปันผลอีกไม่ต่ำกว่า 40% ปีนี้กำไร 450 ล้านบาท (ข่าวหุ้น) - SIRI  บ้านเดี่ยวขายดี ยอดล่าสุด6,700ล้าน ดีมานด์ซื้อโตต่อเนื่อง \"แสนสิริ\" โชว์ยอดขายบ้านเดี่ยวพุ่งกว่า 6,700 ล้านบาท รับลูกค้ามีความต้องการซื้อบ้านเดี่ยวต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดโครงการใหม่ \"บุราสิริ ปัญญาอินทรา\" บ้านเดี่ยวซีรีส์ เวอแรนดา มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาทราคาขายเริ่มต้น 5-11 ล้านบาท (ข่าวหุ้น) - PF  จ่อโอนคอนโด 3 พันล้าน ลุยเปิดคอมมูนิตี้มอลล์มูลค่าหมื่นล้านไตรมาส 4 PF จ่อโอนคอนโดมิเนียม 3,000 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง แย้มรายได้ทั้งปีมากกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เล็งเปิด 9 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 8,620 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวคอมมูนิตี้มอลล์ มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 4 นี้ (ข่าวหุ้น) - MPIC  หั่นเป้ากำไรเหลือ50ล้าน รับนโยบายขึ้นค่าเสื่อมหนัง-ยันรายได้ทั้งปีโต 15% MPIC ลดเป้ากำไรสุทธิปีนี้เหลือ 50 ล้านบาท หลังมีนโยบายปรับขึ้นค่าเสื่อมภาพยนตร์ ยันรายได้ทั้งปีโต 10-15% เชื่อครึ่งหลังโตตามฤดูกาลของธุรกิจ ซุ่มเจรจาลูกค้าใหม่เช่าสัญญาสตูดิโอแทนโซนี่ คาดได้ข้อสรุปเดือนต.ค.-พ.ย.นี้ เตรียมงบ 50 ล้านบาท ร่วมทุนการ์ตูนเน็ตเวิร์กฉายการ์ตูน BEN10 ในช่องเคเบิล คาดเริ่มฉายได้ในปี'56 (ข่าวหุ้น) - UKEM  โหนกระแสปิโตรพุ่ง ส่งซิกไตรมาส3กำไรร้อนแรง UKEM แง้มกำไร Q3/2555 ฟูฟ่องพุ่งทะยานเกิน Q2/2555 ที่มีกำไร 11.89 ล้านบาท อานิสงส์ราคาสินค้าปิโตรเคมีพุ่ง ฟากผู้บริหาร ยืนเป้าปี 2555 รายได้ตามนัดโต 15-20% จากปีก่อน หลังออเดอร์ทะลักต่อเนื่อง (ทันหุ้น)   ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม - 'บุญทรง'หดเป้าส่งออกไม่ถึง15% เปลี่ยนให้สอดรับเศรษฐกิจแท้จริงโหมกิจกรรมโค้งสุดท้ายรุกตลาด นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์กำลังทบทวนเป้าหมายการส่งออกใหม่ จากเดิมกำหนดไว้ 15% เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป แต่จะลดการเติบโตเหลือเพียง 9% ตามที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังแจ้งไว้หรือไม่นั้น คงไม่ใช่ แต่จะปรับแผนการทำงานเพื่อเพิ่มส่งออกให้สูงสุด (มติชน) - คาดประมูลข้าวรบ.ขาดทุน4พันล. ระบาย2ครั้งควักเนื้อบาน9,000ล้าน จับตาแก๊งฟันกำไรเวียนเทียนของเก่า เอกชนชี้พาณิชย์เปิดประมูลข้าว 7.5 แสนตัน 28 สิงหาคมนี้ไม่คึกคักเหตุออเดอร์ต่างประเทศน้อย จับตาขบวนการฟันกำไรนำข้าวเก่ามาเวียนเทียน เชื่อรัฐบาลระบายข้าวขาดทุนอีก 4 พันล้าน รวมครั้งก่อน ขาดทุนหนัก 8-9 พันล้าน (มติชน) - กลุ่มธนาคารพาณิชย์: แบงก์จ่อขึ้นดบ.บ้าน0.35% เริ่มมีผลไตรมาส 4 ปีนี้ กระทบลูกค้ารับภาระเพิ่มขึ้น 350 บาทต่อเงินกู้ 1 ล้านบาทต่อเดือน แบงก์จ่อขยับดอกเบี้ยบ้านอีก0.35% ในไตรมาส 4 หลังแบกรับต้นทุนการเงินจากการระดมเงินฝากหลังแอ่น พร้อมเผยมีผลกระทบต่อลูกค้าน้อยมาก เนื่องจากเพิ่มภาระลูกค้า 350 บาทต่อเงินกู้ 1 ล้านบาทต่อเดือนขณะที่ บสก.รุกขายทรัพย์ครึ่งปีหลัง คัดทรัพย์เด่น คุณภาพดีทั่วกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 4,882 รายการ มูลค่ากว่า 13,035 ล้านบาท ลดราคาสูงสุด 30% (กรุงเทพธุรกิจ) - กลุ่มยานยนต์: รื้อ'ภาษีรถยนต์'เครื่องไฮบริดยิ้ม เบญจา เตรียมชงภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ 28 ส.ค.นี้ คิดตามค่า CO2 เลิกสิทธิพิเศษพลังงานทดแทน คาดวงการรถป่วน นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า กรมสรรพสามิตจะพยายามเสนอการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่เสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบให้ทันการประชุมในวันที่ 28 ส.ค.นี้ โดยรายละเอียดจะมีการปรับเปลี่ยนจากกรอบเดิม โดยจะจัดกลุ่มรถยนต์ใหม่เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างภาษีอย่างแท้จริง (โพสต์ทูเดย์) - กลุ่มเกษตร: ไร่มันเฮ!ทุ่ม4.4หมื่นล้านรับจำนำ15ล้านตัน นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมการกำหนดมาตรการแทรกแซงตลาดมันสำปะหลังปี 2555/2556 โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธาน ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประชุมมีมติกำหนดปริมาณและราคาในการรับจำนำมันสำปะหลังโดยกำหนดปริมาณรับจำนำทั้งหมด 15 ล้านตัน สำหรับสาเหตุที่ปรับลดปริมาณรับจำนำลงจากเดิม 250 ตันต่อราย เหลือ 200 ตันต่อราย เพราะคณะกรรมการเห็นว่าการรับจำนำมันสำปะหลังปีนี้ ส่วนใหญ่เกษตรกรนำมันเข้ารับจำนำน้อยกว่า 200 ตันต่อราย การปรับลดปริมาณรับจำนำต่อรายลงจะทำให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้มากขึ้น (ข่าวสด)   กิจพล ไพรไพศาลกิจ Kitpon.p@kasikornsecurities.com +662 696-0057 ปณิธิ จิตรีโภชน์ Paniti.j@kasikornsecurities.com, +662 696-0053   โดย บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ประจำวันที่ 24 ส.ค. 2555