ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 33.45 จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (16 พ.ค.) ลดลง 33.45 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 12,598.55 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 5.86 จุด หรือ 0.44% ปิดที่ 1,324.80 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 19.72 จุด หรือ 0.68% ปิดที่ 2,874.04 จุด  ซึ่งเป็นการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้ หลังจากมีรายงานว่าชาวกรีซได้พากันถอนเงินฝากจำนวนมากธนาคารภายในประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้บดบังปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ทันทีที่เปิดการซื้อขาย ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ โดยตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน แตะที่ระดับ 717,000 ยูนิตในเดือนเมษายน และเพิ่มขึ้นถึง 29.9% เมื่อเทียบกับเดือนเมษายนปีที่แล้ว ส่งสัญญาณให้เห็นว่าตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มฟื้นตัว นอกจากนี้ ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมสหรัฐ ซึ่งครอบคลุมถึงผลผลิตในเหมืองแร่ โรงงาน และสาธารณูปโภคพื้นฐาน ขยายตัว 1.1% ในเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2553 แต่หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดหุ้นนิวยอร์กก็เริ่มอ่อนแรงลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะผันผวนทางการเมืองและอนาคตของการเป็นสมาชิกยูโรโซนของกรีซ แม้ว่านายพานายีโอติส พีครัมเมนอส ผู้พิพากษาอาวุโสของกรีซ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำรัฐบาลรักษาการ ซึ่งจะนำพากรีซไปสู่การเลือกตั้งรอบใหม่ในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า ชาวกรีซได้พากันถอนเงินฝากจำนวน 700 ล้านยูโร (898 ล้านดอลลาร์) จากธนาคารของประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ขณะที่ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในคืนนี้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และคอนเฟอเรนซ์ บอร์ดจะเปิดเผยดัชนีชี้นำเศรษฐกิจสหรัฐเดือนเม.ย.