ตลาดหลักทรัพย์เริ่มต้นใช้ T+2 วันนี้วันแรก

ตลาดหลักทรัพย์เริ่มต้นใช้ T+2 วันนี้วันแรก
S! Money (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

การลดระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็น T+2


ตลาดหลักทรัพย์ฯ และภาคตลาดทุน เตรียมความพร้อมในการลดระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็น T+2 โดยจะเริ่มใช้วันนี้เป็นวันแรก (2 มี.ค. 2561) ซึ่ง T+2 จะช่วยลดความเสี่ยงด้านการส่งมอบหลักทรัพย์ของอุตสาหกรรม พร้อมทั้งลดต้นทุน และเป็นแนวทางเดียวกับตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำในต่างประเทศ

 

การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์

กระบวนการหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ผู้ซื้อจะต้องชำระเงินค่าซื้อและรับมอบหลักทรัพย์ ส่วนผู้ขายจะต้องส่งมอบหลักทรัพย์และรับชำระเงินค่าขาย โดยปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดให้การชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ในประเทศไทย ต้องดำเนินการใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อขาย (T+3) และจะเปลี่ยนไปเป็นใน 2 วันทำการนับจากวันที่ซื้อขาย (T+2) ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2561

 

T+2 คืออะไร


เนื่องจากพัฒนาการด้านเทคโนโลยีสามารถติดต่อได้รวดเร็วและการลงทุนแบบข้ามพรมแดนมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้เริ่มทยอยปรับลดระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็นจาก T+3 เป็น T+2 เช่น ประเทศในยุโรป อเมริกา โซนเอเซีย จึงเป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพิจารณาปรับลดระยะเวลาดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับนานาประเทศด้วย

 

การปรับลดระยะเวลาเป็น T+2 ของประเทศไทย ผู้ร่วมตลาดที่เกี่ยวข้องประกอบด้วยบริษัทหลักทรัพย์ ธนาคารผู้เก็บรักษาทรัพย์สิน และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการช่วยผลักดันการปรับลดระยะเวลาดังกล่าว โดยมีการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน ทั้งด้านกฏเกณฑ์ ด้านกระบวนการ และด้านระบบงาน โดยเริ่มตั้งแต่การซื้อขาย การดำเนินการหลังการซื้อขาย เช่น การออกรายงาน หรือ บริหารความเสี่ยง ตลอดจนการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ จนถึงการรวบรวมรายชื่อเพื่อจ่ายสิทธิประโยชน์


 

ประโยชน์ของการปรับลดระยะเวลาเป็น T+2

 

  • เพิ่มความสะดวกความคล่องตัวในการซื้อขายและการทำธุรกรรมต่อยอดอื่น ๆ โดยนักลงทุนสามารถหมุนเวียนเงินเพื่อหาผลตอบแทนได้เร็วขึ้น และมีต้นทุนในการทำธุรกรรมน้อยลงจากรอบระยะเวลาการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ที่ถูกปรับให้สั้นลง เช่น หากเป็นด้านที่ต้องชำระเงิน ต้นทุนในการกู้ยืมก็จะต่ำลง เพราะระยะเวลากู้ยืมสั้นลง ในขณะที่หากเป็นด้านที่ได้รับเงินก็จะได้เงินเร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสในการนำเงินไปบริหารจัดการเพื่อลงทุนต่อได้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์ นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการลงทุนหากต้องการรับสิทธิประโยชน์ในหลักทรัพย์ที่ถือครอง เนื่องจากระยะเวลาในการซื้อเพื่อรับสิทธิจะเพิ่มขึ้นอีก 1 วัน
     
  • การปรับลดเป็น T+2 จะทำให้ระยะเวลาในการรอรับหุ้นและเงินลดลงไป 1 วันส่งผลให้ความเสี่ยงในระบบชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ของประเทศ รวมทั้งต้นทุนในการประกอบธุรกิจของทั้งอุตสาหกรรมโดยรวมลดลงตั้งแต่ Clearing House บริษัทหลักทรัพย์ ไปจนถึงนักลงทุน เนื่องจากหลักประกันที่ต้องวางเพื่อให้ครอบคลุมค่าความเสี่ยงก็จะน้อยลงตามไปด้วยเช่นกัน
     
  • มี Settlement Cycle สอดคล้องกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ทำให้บริหารเงินลงทุนระหว่างประเทศได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานงานชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ และเสริมสร้างจุดแข่งขันให้กับตลาดทุนไทย

 

 

คณะทำงาน


องค์กรที่เข้าร่วมเป็นคณะทำงานเตรียมการปรับลดระยะเวลาชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เป็น T+2

  1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  2. ธนาคารแห่งประเทศไทย
  3. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  4. สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย
  5. สมาคมบริษัทจัดการลงทุน
  6. สมาคมธนาคารไทย
  7. ชมรมคัสโตเดียน
  8. กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
  9. กรรมการผู้จัดการ บริษัท สำนักหักบัญชี (ประเทศไทย) จำกัด