เอาใจช่วย "เขาดิน" ที่เที่ยวยอดฮิตวันเด็ก

เอาใจช่วย "เขาดิน" ที่เที่ยวยอดฮิตวันเด็ก
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

พรุ่งนี้ก็จะเป็นวันเด็กแห่งชาติแล้ว แน่นอนว่าผู้ปกครองหลาย ๆ ครอบครัวคงจะถือโอกาสพาลูกหลานเข้าร่วมกิจกรรมที่ปีหนึ่งจะจัดเต็มให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ สนุกสนาน ควบคู่ไปกับความบันเทิง

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนคงมีประสบการณ์ร่วมกับสถานที่มากมาย และหนึ่งในนั้นคือสวนสัตว์ดุสิตหรือชื่อที่คุ้นเคยกันมากกว่าอย่างเขาดิน ซึ่งไม่นานมานี้มีข่าวยืนยันชัดเจนแล้วว่าเตรียมจะย้ายไปยังสถานที่ใหม่แถวคลอง 6 ปทุมธานี อ่านข่าวเพิ่มเติม สวนสัตว์ดุสิตเตรียมย้ายไปที่ใหม่

แม้จะมีเวลาอีกเป็นปีกว่าจะมีการย้ายจริงเกิดขึ้น แต่ยังไง Sanook! Money ก็สนับสนุนและส่งเสริมให้ออกไปเที่ยวสวนสัตว์ดุสิตหรือเขาดินกันเยอะ ๆ เพราะอย่างน้อยที่นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของบริการของรัฐที่มอบให้กับประชาชน

ย้อนไปเมื่อปี 2481 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้ขอพระราชทานสวนดุสิตมาจัดตั้งเป็นสวนสัตว์ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนเพิ่มเติมจากสวนลุมพินี 

พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในขณะนั้น ได้พระราชทานอนุมัติในนามของ ร.8 ให้เทศบาลนครกรุงเทพฯ รับพระราชทานพื้นที่บริเวณสวนสัตว์ดุสิต สนามเสือป่า และสวนอัมพร มาดำเนินการให้เป็นสวนสัตว์และสวนสาธารณะ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 ทั้งยังพระราชทานกวางดาว ลูกหลานกวางดาว ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงนำมาจากอินโดนีเซีย และสัตว์อื่น ๆ อีก 2-3 ชนิดจากสวนกวางบริเวณพระที่นั่งอัมพรสถานมาเลี้ยงไว้ในเขาดินวนา และตั้งชื่อสวนสัตว์นี้ว่า “สวนสัตว์ดุสิต” 

หลังจากนั้นในปี 2497 ได้มีการจัดตั้งองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขึ้นมาบริหารงานสวนสัตว์ดุสิตจนถึงปัจจุบัน โดยองค์การสวนสัตว์ฯ เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีสวนสัตว์ภายใต้การดูแลทั้งสิ้น 7 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์ดุสิต กรุงเทพฯ, สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี, สวนสัตว์เชียงใหม่, สวนสัตว์นครราชสีมา, สวนสัตว์สงขลา, สวนสัตว์ขอนแก่น และสวนสัตว์อุบลราชธานี รวมกับหน่วยงานในระดับโครงการอีก 1 แห่ง คือ โครงการคชอาณาจักรที่สุรินทร์

เท่าที่พอหาข้อมูลได้ จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวเขาดินค่อย ๆ ลดลงในแต่ละปี แม้จะคิดค่าบัตรผ่านประตูราคาถูกมาก ๆ คือ ผู้ใหญ่ 100 เด็ก 20 นักศึกษา 50 ชาวต่างชาติ (ผู้ใหญ่) 150 ชาวต่างชาติ (เด็ก) 70

ปี 58 มีนักท่องเที่ยวรวม 1.56 ล้านคน เป็นชาวต่างชาติราว 70,000 คน เก็บค่าบัตรได้ราว 1.17 ล้านคน

ปี 59 เก็บค่าบัตรได้ 1.12 ล้านคน จากนักท่องเที่ยวรวมประมาณ 1.42 ล้านคน

ปี 60 มีรายได้ค่าบัตรจากนักท่องเที่ยว 9.86 แสนคน มียอดรวมนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 1.64 ล้านคน

ที่เก็บรายได้ค่าบัตรไม่ครบตามจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะส่วนหนึ่งมีการยกเว้นค่าบัตรตามเงื่อนไขการให้บริการ นั่นหมายความว่าตลอด 3 ปีที่ผ่านมา รายได้ค่าบัตรผ่านประตูสวนสัตว์ดุสิตมีไม่ถึง 100 ล้านบาทต่อปี! เมื่อเทียบกับรายจ่ายในการดูแลสัตว์นับพันชีวิต หนักหนาเอาการทีเดียว

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!