ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ระดับ40.49จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (28 ก.ย.)ที่ 22,381.20 จุด เพิ่มขึ้น 40.49 จุด หรือ +0.18% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,510.06 จุด เพิ่มขึ้น 3.02 จุด หรือ +0.12% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 6,453.45 จุด เพิ่มขึ้น 0.19 จุด หรือ +0.00%  โดยตลาดยังคงได้รับปัจจัยหนุนจากแผนปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รวมทั้งความคาดหวังว่า คณะทำงานของปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันแผนปฏิรูปภาษีฉบับนี้ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสได้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงบวกจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มสุขภาพ และราคาหุ้นแมคโดนัลด์ที่พุ่งขึ้นแข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 2 เดือน
ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังคงขานรับแผนปฏิรูปภาษีซึ่งปธน.ทรัมป์ได้แถลงเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์ระบุว่า เขาจะเสนอให้มีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงสู่ระดับ 20% จากปัจจุบันที่ระดับ 35% และลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาขั้นสูงสุดลงสู่ระดับ 35% จากปัจจุบันที่ 39.6% โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มศักยภาพด้านการแข่งขันในระบบเศรษฐกิจของสหรัฐ
นอกเหนือจากการเสนอให้ปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคลลแล้ว แผนปฏิรูประบบภาษีฉบับใหม่นี้ยังเสนอให้มีการเพิ่มเงินลดหย่อนภาษีเพื่อสงเคราะห์บุตร รวมถึงใช้ระบบจัดเก็บภาษีภายในเขตแดนกับบริษัทอเมริกันทั่วโลก เพื่อดึงดูดองค์กรธุรกิจสหรัฐให้กลับมาดำเนินงานในสหรัฐ
นอกจากนี้ จะมีการเสนอให้เรียกเก็บภาษีจากผลกำไรในต่างประเทศของบริษัทข้ามชาติสหรัฐในอัตราลดหย่อน เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทเหล่านั้นโยกย้ายผลกำไรไปยังที่พักหลบภาษีในต่างแดน (tax haven)
ทั้งนี้ นักลงทุนคาดหวังว่า คณะทำงานของปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันแผนปฏิรูปภาษีฉบับนี้ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสได้ โดยล่าสุดนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีกระทรวงคลังสหรัฐ กล่าวว่า แผนปฏิรูปภาษีซึ่งเสนอโดยพรรครีพับลิกันนั้น เป็นข้อเสนอที่ไม่สามารถต่อรองได้
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุดและมีผลต่อความเคลื่อนไหวในตลาดระหว่างวัน กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2560 ในการประมาณการครั้งสุดท้าย ระบุ GDP ขยายตัว 3.1%  ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ที่ระดับ 3.0%
ส่วนในวันนี้ ทางการสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนส.ค. ในเวลา 19.30 น.ตามเวลาไทย