ส่องมาตรการส่งเสริมมีบุตร ไทยเทียบสิงคโปร์

ส่องมาตรการส่งเสริมมีบุตร ไทยเทียบสิงคโปร์
S! Money

สนับสนุนเนื้อหา

ทั่วโลกกำลังจะเดินหน้าไปสู่สังคมผู้สูงอายุ..และ กำลังจะเกิดปัญหาขาดแคลนบุคลากรรุ่นหนุ่มสาว หรือ เรียกได้ว่าสังคมผลิตคนรุ่นใหม่ไม่ทันกับความต้องการ โดยเฉพาะในภาคธุรกิจ ทั้งนี้ปัญหาเกิดจากแนวทางการดำเนินนโยบายของแต่ละประเทศ ในอดีตที่มองว่า การมีบุตรมากเป็นต้นเหตุของค่าใช้จ่ายที่สูง มีบางประเทศถึงกับส่งเสริมหรือออกระเบียบบังคับกำหนดจำนวนการมีบุตรกันเลยทีเดียว

ประกอบกับปัจจุบันที่วิทยาการทางการแพทย์ที่สูงขึ้น การดูแลที่ดีทำให้อายุเฉลี่ยของคนสูงขึ้น จำนวนประชากรคนสูงอายุจึงมากขึ้น และค่านิยมการมีบุตรน้อย และแต่งงานช้า ทำให้ประชากรคนรุ่นหนุ่มสาวอาจมีปัญหาไม่พอกับความต้องการในอนาคต ทำให้หลายประเทศต้องปรับนโยบาย ในเรื่องการมีบุตรกันใหม่ทีเดียว แม้กระทั้งประเทศจีนที่มีประชากรเกิน 1 พันล้านคนยังปรับนโยบายยกเลิกระเบียบการห้ามมีบุตรตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา และล่าสุดประเทศในยุโรป อย่างสเปนถึงกับตั้งกรรมาธิการเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องการเพิ่มจำนวนประชากรกันเลยทีเดียว

ประเทศในอาเซียน อย่างสิงคโปร์ ประเทศที่ได้ชื่อว่าร่ำรวยติดอันดับต้นของโลก แต่จำนวนประชากรมีจำนวนน้อยนิด ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เป็นเกาะ ซึ่งทำให้เดิมจำเป็นต้องควบคุมจำนวนประชากรให้เหมาะสม ก็มีการเปลี่ยนนโยบาย หันมาส่งเสริมให้คนมีบุตรเพิ่ม โดยการออกมาตรการจูงใจจำนวนมาก

เช่นเดียวกับประเทศไทย ล่าสุด กระทรวงการคลังได้เล็งออกมาตรการส่งเสริมให้มีบุตรเพิ่มโดยใช้มาตรการทางภาษีมาส่งเสริมเช่นกัน วันนี้ เรามาดูมาตรการที่คาดว่ากระทรวงการคลังจะออกมาเพื่อส่งเสริมการมีบุตร เทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ดูว่า เป็นอย่างไรกันบ้าง

มาตรการส่งเสริม การมีบุตรของไทย

มาตรการทางภาษี

การเพิ่มค่าหักลดหย่อนภาษีสำหรับผู้มีบุตร


เดิม


- กำหนดให้ หักลดหย่อนภาษีได้ คนละ 15,000 บาท และจำกัดจำนวนไม่เกิน 3 คน แต่ได้รับการแก้ไขและใช้ในปีภาษี 2560 นี้คือ
- กำหนดค่าลดหย่อนบุตรเป็นคนละ 30,000 บาท โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร และยกเลิกค่าลดหย่อนการศึกษาบุตร (จากเดิมที่ให้หักลดหย่อน 2,000 บาท/คน)
- ค่าเลี้ยงดูบุตร 600 บาทต่อเดือน

มาตรการใหม่ที่กำลังพิจารณา


- เพิ่มค่าลดหย่อนการมีบุตรคนที่สองเป็น 6 หมื่นบาท จากปัจจุบันได้เพียง 3 หมื่นบาท

 

มาตรการส่งเสริมการมีบุตรของสิงคโปร์

เงินช่วยเหลือ

- พ่อแม่ชาวสิงคโปร์ที่ให้กำเนิดบุตร ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.2555 เป็นต้นมา รัฐบาลจะให้เงินสด 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 147,000 บาท) ต่อบุตรเกิดใหม่ 1 คน (สิทธินี้จะใช้สำหรับบุตร 2 คนแรกเท่านั้น)
- ลูกคนที่ 3 และคนที่ 4 รัฐบาลจะจ่ายเงินสดให้ 8,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 190,000 บาท)ต่อบุตร 1 คน

บัญชีเงินฝากเพื่อการพัฒนาเด็ก

ชาวสิงคโปร์ที่มีลูก สามารถเปิดบัญชีเงินฝากเพื่อการพัฒนาเด็ก ได้กับธนาคาร OCBC หรือ Standard Chartered เมื่อพ่อแม่ฝากเงินเข้าในบัญชีดังกล่าว จะได้รับเงินสมทบอีกเท่าตัวจากรัฐ เพื่อนำเงินในบัญชีนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลเด็กก่อนวัยเรียน เช่น ค่าธรรมเนียมศูนย์เลี้ยงดูเด็ก ค่ารักษาพยาบาลของเด็ก รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพต่าง ๆ ของเด็ก

ซึ่งรัฐได้จำกัดเพดานสำหรับเงินสบทบไว้ที่คนละ 6,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1.4 แสนบาท) สำหรับลูกคนที่ 1 และ 2 ไม่เกินคนละ 12,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2.9 แสนบาท) สำหรับลูกคนที่ 3 และ 4 แถมหากมีลูกมากกว่านั้น คนที่เหลือก็จะได้รับเงินสมทบไม่เกินคนละ 18,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 4.4 แสนบาท)

หากเด็กอายุครบ 13 ปี เงินส่วนที่เหลือในบัญชีดังกล่าวก็จะถูกโอนไปยังบัญชีเพื่อการศึกษาหลังมัธยม โดยรัฐยังจะสมทบให้เหมือนเดิมจนกว่าเด็กจะอายุครบ 18 ปี

สิทธิประโยชน์ทางภาษี

สิทธิประโยชน์ทางภาษี 2 อย่างด้วยกัน คือ

1 คืนภาษีแก่พ่อแม่ ในอัตรา 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1.2 แสนบาท) สำหรับลูกคนที่ 1 และ 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 2.4 แสนบาท) สำหรับลูกคนที่ 2 และคนละ 20,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 4.9 แสนบาท) สำหรับลูกคนที่ 3 เป็นต้นไป

2 คุณแม่ที่ทำงาน จะได้รับสิทธิลดหย่อน ดังนี้

ลูกคนที่ 1 ลดหย่อนได้ 15 %
ลูก คนที่ 2 ลดหย่อนได้ 20 %
ลูกคนที่ 3 เป็นต้นไปลดหย่อนได้คนละ 25%
โดยจำกัดเพดานสูงสุดที่ 100%

 

มาตรการส่งเสริมการมีบุตร ของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกันไปตามความจำเป็นและฐานะของแต่ละประเทศ ที่ยกมาเป็นเพียงตัวอย่างเพื่อให้เห็นแนวทางของแต่ละประเทศเท่านั้น