SLC รับปีนี้ยังขาดทุนแต่มั่นใจปีหน้าพลิกกำไร

นายอารักษ์ ราษฏร์บริหาร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) จำกัด (มหาชน) หรือ SLC กล่าวยอมรับว่า ในปี 2552 คาดการณ์ผลการดำเนินงานจะมีผลขาดทุน เพราะงวด 9 เดือนแรกบริษัทฯ มีผลขาดทุนแล้วประมาณ 13 ล้านบาท แต่อย่างไรก็ดี คาดการณ์ว่าในปี 2553 จะพลิกกลับมามีกำไร และรายได้น่าจะเติบโตกว่าในปี 2552 เพราะมีการเข้าไปรุกธุรกิจสื่อสมัยใหม่ หรือ นิวมีเดีย รวมถึงคาดการณ์รายได้ในส่วนของธุรกิจเดิม คือ ซอฟต์แวร์ จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีนี้ที่คาดว่าจะทำได้ประมาณ 70 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่าในปีหน้า บริษัทฯ จะเข้าไปรุกในส่วนของนิวมีเดีย แต่ก็เชื่อว่าจะเป็นปีที่เพิ่งเริ่มลงทุน จึงอาจจะทำให้สัดส่วนรายได้จากธุรกิจนิวมีเดียอาจจะขยับเพิ่มขึ้นไม่มากนัก โดยที่สุดแล้วโครงสร้างรายได้ก็จะมาจาก 3 ส่วนธุรกิจ คือ ซอฟต์แวร์ นิวมีเดีย และสื่อสิ่งพิมพ์ เท่าๆกัน ซึ่งคาดว่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนภายใน 2 ปี หรือประมาณปี 2554 อย่างไรก็ตาม สำหรับธุรกิจเดิม คือ ซอฟต์แวร์นั้น บริษัทฯ ยังดำเนินการอยู่ เพราะว่ายังมีฐานลูกค้าเดิมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งในอนาคตก็จะมีการขยายออกไปทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและแง่อื่นๆ เข้ามาช่วยเสริมในธุรกิจนิวมีเดีย ซึ่งบริษัทฯ มองว่าธุรกิจนิวมีเดียยังมีช่องว่าง ซึ่งบริษัทฯ เองก็มีบุคลากรที่สามารถพัฒนาโปรแกรมและวิเคราะห์ข้อมูล โดยในอนาคตบริษัทย่อยที่ได้จัดตั้งคือ บริษัท สปริงคอร์ปอเรชั่น จำกัด ก็จะเข้ามาช่วยผลิตและเสนอข่าวสารผ่านทางสื่อสมัยใหม่ โดยอาจจะผลิตผ่านทีวีดาวเทียม ซึ่งก็มองว่าคอนเทนต์ต่างๆก็สามารถที่จะนำมาเชื่อมโยงและเพิ่มมูลค่าได้นายอารักษ์ กล่าวว่า อีกว่า ปี 2553 บริษัทฯวางเงินลงทุนไว้ทั้งหมดประมาณ 400 ล้านบาท สำหรับรุกธุรกิจนิวมีเดีย เช่น ดิจิตอลมีเดีย มัลติมีเดีย มัลติชาแนล อาทิ แซทเทิลไลท์ ทีวี ฟรีทีวีอินเตอร์เน็ต ซึ่งบริษัทฯมีแผนที่จะทำแซทเทิลไลท์ ทีวี ประมาณ 2 ช่อง โดยจะเสนอรายการข่าว 1 ช่อง ส่วนอีก 1 ช่องก็อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งก็มองว่าแซทเทิลไลท์ ทีวีก็ยังมีการเติบโตและงบลงทุนในปัจจุบันก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับอดีต โดยใช้เงินลงทุนต่อช่องไม่เกิน 70-80 ล้านบาท  ซึ่งรายการที่จะเสนอจะเป็นลักษณะการรายงานเหตุการณ์ที่ผ่านมา การรายงนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นปัจจุบันว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร และการคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ในอนาคตเป็นในแนวของการวิเคราะห์ข่าว อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนระยะยาว 2-3 ปีบริษัทฯก็มีแผนการลงทุนเพื่อรองรับการขยายตลาดและโอกาสทางธุรกิจสำหรับธุรกิจไอซีที โดยใช้เงินไม่เกิน 200 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจนิวมีเดียใช้เงินลงทุนไม่เกิน 300 ล้านบาท และลงทุนในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไม่เกิน 300 ล้านบาท และสุดท้ายสำรองไว้สำหรับการลงทุนในอนาคตไ

เรื่องล่าสุดของหมวด การลงทุน-หุ้น

ดูหมวด การลงทุน-หุ้น ทั้งหมด