บล.กิมเอ็ง: รายงานภาวะตลาดหุ้น 22/12/52

บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 22/12/52แนวโน้มตลาดวันนี้            แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันในประเทศที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับภาพตลาดในระยะสั้นที่ดูสดใส ทั้งในแง่ของปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยที่แข็งแกร่ง และราคาหุ้นที่ยังถูกอยู่ เราจึงเชื่อว่าจะเห็นการปรับตัวขึ้นของดัชนีหุ้นไทยในตอนสิ้นปี โดยนักลงทุนควรเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนสถาบันในประเทศที่เน้นการลงทุนแบบระยะยาว อย่างไรก็ตามในวันนี้เราขอแนะนำ BSBM, AP และ TASCO          แรงขายในช่วงท้ายตลาดกดดันให้ตลาดอ่อนตัวลงมาปิดในแดนลบ: ตลาดหุ้นไทยปิดลบ 0.51 จุดวานนี้ ทั้งที่ดัชนีหุ้นไทยจะสามารถปรับตัวขึ้นได้ถึง 5 จุดในช่วงเช้า แต่สุดท้ายก็อ่อนตัวลงมาปิดในแดนลบในช่วงบ่าย เราเชื่อว่าสาเหตุหลักน่าจะเกิดจากแรงขายของนักลงทุนต่างประเทศเพื่อปรับพอร์ทในช่วงปลายปี และดัชนี Dow futures ที่อ่อนตัวลงในช่วงบ่าย ทั้งนี้มูลค่าการซื้อขายโดยรวมปรับตัวลงมาที่ระดับ 12,209 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 884 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนกลุ่มอื่นๆ เป็นฝ่ายซื้อสุทธิ โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิสูงที่สุดกว่า 688 ล้านบาท         ดัชนี Dow Jone ปรับตัวขึ้น 85.55 จุด หรือ 0.85% แม้ค่าเงิน US dollar จะแข็งค่าต่อ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อในวันจันทร์หลังนักวิเคราะห์มีการปรับประมาณการผลประกอบการของหุ้นขนาดใหญ่ขึ้นหลายตัวด้วยกัน นอกจากนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้แรงหนุนจากข่าวการเข้าซื้อกิจการ หรือควบรวมกิจการของบริษัทในอุตสาหกรรมเวชภัณฑ์ และเหมืองแร่ด้วย โดยนักลงทุนไม่ได้ให้ความสำคัญกับข่าวด้านเศรษฐกิจมหภาคมากนักเมื่อวานนี้ ขณะเดียวกันดัชนี S&P 500 และดัชนี Nasdaq (ตัวแทนของบริษัทที่ผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยีต่างๆ) ปรับตัวขึ้นกว่า 1.05% และ 1.17% ตามลำดับ         ค่าเงิน US dollar มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อ: มันน่าแปลกใจมากที่นักลงทุนในสหรัฐฯยังคงเดินหน้าซื้อหุ้นต่อ แม้ค่าเงิน US dollar จะแข็งค่าขึ้น โดยวานนี้ค่าเงิน US dollar เทียบยูโรปรับตัวขึ้น 0.06% ขณะที่ค่าเงิน US dollar เทียบเงินเยนแข็งค่าขึ้น 0.04% และส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ โดยราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนมกราคมปรับตัวลง 0.81 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 72.55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนกุมภาพันธ์ปรับตัวลง 15.50 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,096 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์         ตัวเลขการส่งออกในเดือนพฤศจิกายนน่าผิดหวังเล็กน้อย: กระทรวงพาณิชย์ประกาศตัวเลขการส่งออกเดือนพฤศจิกายนปรับตัวขึ้น 17.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) เป็น 1.384 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ บ่ายวานนี้ เรารู้สึกผิดหวังเล็กน้อยกับตัวเลขดังกล่าว เนื่องจากตัวเลขที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด หากพิจารณาแบบเดือนต่อเดือน เราพบว่ามูลค่าการส่งออกปรับตัวลง 6.58% จากเดือนตุลาคม ซึ่งค่อนข้างน่าผิดหวังเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เราคาดว่าตัวเลขจะอยู่ในระดับสูงกว่านี้ แม้โดยปกติแล้วเดือนตุลาคมจะเป็นเดือนที่มูลค่าการส่งออกสูงที่สุดของปี แต่เราเชื่อว่าปีนี้จะไม่เหมือนปีก่อนๆ เนื่องจากเราเชื่อว่าผู้นำเข้าในต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอคำสั่งซื้อสินค้าเพื่อขายในเทศกาลคริสมาสต์จากเดือนตุลาคมเป็นเดือนพฤศจิกายนเพื่อรอความชัดเจนของความต้องการบริโภคของภาคเอกชนในสหรัฐฯ

เรื่องล่าสุดของหมวด การลงทุน-หุ้น

ดูหมวด การลงทุน-หุ้น ทั้งหมด