บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะหุ้น 23/12/52
บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/12/52บรรยากาศสดใส น่าจะเห็น 730 จุดเร็วกว่าที่คาด บรรยากาศในต่างประเทศที่สดใส และ VIX Index ที่ปรับลงไปต่ำกว่า 20 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ประกอบกับประเด็นมาบตาพุดที่มีพัฒนาการไปในทิศทางที่ดีขึ้นเป็นลำดับน่าจะผลักดันให้ SET Index ขึ้นไปแตะ 730 จุดเร็วกว่าที่เราคาด แม้จะมีแรงขายตามแนวต้านที่ 725 – 726 จุดแต่เชื่อว่าจะผ่านไปได้ไม่ยาก หุ้นที่จะพาตลาดขึ้นต่อจนถึงสิ้นปีน่าจะอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับมาบตาพุด นอกเหนือจากกลุ่มแบงก์ที่น่าสนใจอยู่แล้ว ในบรรดาหุ้นในกลุ่มมาบตาพุด PTT เป็นหุ้นที่ discount จาก Valuations มากที่สุด และต่างชาติยังคงสะสมอย่างต่อเนื่อง รวมถึง PTTEP และ SCC ด้วย นอกจากนี้ วันนี้เรามีรายงานหุ้นที่คาดว่าจะให้อัตราเงินปันผลตอบแทนสูงสำหรับการลงทุนในช่วงปลายปีได้แก่ TRT, BCP, DELTA, HANA, SPALI, TVO เป็นต้น ประเด็นสำคัญวันนี้ วานนี้ ครม. เห็นชอบให้เอกชน 19 โครงการที่ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางให้สามารถดำเนินกิจการต่อได้ เนื่องจากเห็นว่าไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยจะให้เอกชนยื่นเสนอเป็นรายโครงการเอง ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการลงทุนในกลุ่มปิโตรเคมีและพลังงาน รวมถึงโรงแยกก๊าซหน่วยที่ 6 ของ PTT ด้วย ข่าวนี้เหมือนจะเป็นข่าวดีที่ยังเป็นเพียงความหวัง เราเชื่อว่าไม่ง่ายที่โครงการ 19 โครงการจะถูกปลดล๊อก ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับศาลปกครองสูงสุดจะเป็นผลตัดสิน เพราะอย่าลืมว่าศาลปกครองสูงสุดได้ตัดสินและพิจารณาคัดเลือกโครงการ 11 โครงการที่ให้ได้รับการยกเว้นระงับโครงการมาแล้ว เรื่องการขอปลดล๊อกยังต้องใช้ระยะเวลาพิจารณา อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงราคาหุ้นในกลุ่มปตท. และ SCC ได้สะท้อนความเสี่ยงจากปัจจัยลบดังกล่าวมากแล้ว ดังนั้น เราจึงแนะนำให้เริ่มทยอยสะสมในหุ้นกลุ่มปตท. และ SCC ทั้งหมด เราแนะนำ PTT มาหลายวันแล้ว ยังคงแนะนำให้ซื้อต่อ (เป้าหมายกรณีเลวร้ายสุด 265 บาท) รายงานเศรษฐกิจของสหรัฐฯ สดใสจากตัวเลขยอดขายบ้านที่เพิ่มขึ้นมากและมากจนชดเชย GDP ที่แย่กว่าคาดได้ โดยยอดขายบ้านมือสองเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 7.4% ดีกว่าตลาดคาดค่อนข้างมาก ส่วนราคาบ้านเฉลี่ยยังลดลง 4.3% Y-Y แต่ก็เป็นการหดตัวที่ลดลงต่อเนื่อง ตัวเลขตลาดบ้านที่ดีขึ้นมีน้ำหนักต่อความมั่นใจของนักลงทุนค่อนข้างมากเพราะเป็นต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ ส่วนรายงาน GDP 3Q09 (คาดการณ์ครั้งสุดท้าย) เพิ่มขึ้น 2.2% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดที่ 2.7% และต่ำกว่าการคาดการณ์ครั้งก่อน แต่อย่างน้อยก็เป็นการบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส การขยายตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ การให้เงินซื้อรถใหม่สำหรับผู้ที่เอารถเก่ามาแลก และการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ซื้อบ้านครั้งแรก นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่า GDP 4Q09 จะเติบโต 4% - 4.5% แม้ว่าดอลลาร์จะยังแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ราคาทองลดลงอีก US$9.30 มาปิดที่ US$1,086 แต่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวสูงขึ้นและสูงสุดในรอบ 14 เดือน นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานแม้ว่า Moody’s จะปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลง 1 ขั้นเป็น A2 ก็ตาม ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับขึ้น 0.4% - 0.6% นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มที่อยู่อาศัย จากตัวเลขบ้านที่ออกมาดีกว่าคาดมาก OPEC ตกลงตรึงปริมาณการผลิตที่ระดับเดิม ราคาน้ำมันในช่วงเช้าซื้อขายในแดนลบเพราะดอลลาร์แข็งค่า แต่สุดท้ายกลับมาบวก 68 เซนต์ตามตลาดหุ้นและการคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบที่ EIA จะประกาศคืนนี้ อาจลดลง 9 แสนบาร์เรล ค่าระวางเรือ (BDI) ลดลงอีก 91 จุด ปิดที่ 3,063 จุด
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)