STEEL ปันผลอีก 0.20บ.-ควบรวมโซล่าฯ

นายประสิทธิ์ อุ่นวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. สตีล อินเตอร์เทค (STEEL) เปิดเผยว่า ขอแจ้งมติคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 5/2552 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552 ดังนี้ 1. อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ประจำปี 2552 จากกำไรสะสม ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท ทั้งนี้จะจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นตามรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 15 มกราคม 2553 และให้รวบรวมรายชื่อ ตามมาตรา 225 ของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ โดยวิธิปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นในวันที่ 18 มกราคม 2553 โดยกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 22 มกราคม 2553 2. คณะกรรมการมีความเห็นชอบในหลักการของแผนควบรวมกิจการระหว่างบริษัท สตีล อินเตอร์เทค จำกัด (มหาชน) และบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด พันธมิตรทางธุรกิจในหมวดพลังงาน ซึ่งเป็นหมวดที่มีความมั่นคง มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน และมีอัตราการเติบโตโดยตลอด การควบรวมจะทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง เพิ่มโอกาสในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับผลตอบแทนในอนาคตเพิ่มขึ้น  บริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด เป็นผู้ประกอบการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ และเป็นผู้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงเป็นผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนและชำระแล้ว 350 ล้านบาท โดยมีคุณวันดี กุญชรยาคง และคุณชาญชัย กุลถาวรากร เป็นกรรมการและเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ซึ่งทั้งสองคนไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัทฯ ตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ปัจจุบันบริษัท โซล่า เพาเวอร์จำกัด มีโครงการการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 34 แห่ง และได้ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงงานแสงอาทิตย์แห่งที่ 1 ซึ่งจะดำเนินงานในเดือนมีนาคม 2553 โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 6 เมกกะวัตต์ส่งขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้งจำนวน  ตามแผนการควบรวม บริษัทจะต้องออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจงและเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ในจำนวน 350 ล้านหุ้น มูลค่าตราไว้หุ้นละ1.00 บาท โดยเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนจะนำไปซื้อหุ้นบริษัท โซล่า เพาเวอร์ จำกัด จากผู้ถือหุ้นเดิม ทั้งนี้แผนการควบรวมดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน โดยอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการควบรวม ซึ่งได้มอบหมายให้นายประสิทธิ์ อุ่นวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการ เป็นผู้ดำเนินการตามที่เสนอ รวมถึงได้รับมอบอำนาจให้ลงนามในสัญญาว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่จำเป็น เช่น ที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประเมินมูลค่ากิจการ ผู้ประเมินราคาทรัพย์สิน เป็นต้น และจะนำข้อมูลเกี่ยวกับแผนควบรวมกิจการทั้งหมด นำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติในครั้งต่อไป ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2553 ทั้งนี้การได้มาซึ่งสินทรัพย์เป็นรายการขนาดใหญ่ หากคณะกรรมการบริษัทมีการอนุมัติให้ทำรายการบริษัทจะปฏิบัติตามเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และเกณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!