ความกลัว 3 ประการ ที่จะทำให้ธุรกิจคุณพัง

ความกลัว 3 ประการ ที่จะทำให้ธุรกิจคุณพัง
SME Thailand club

สนับสนุนเนื้อหา

ในปัจจุบันเรามีโอกาสได้ยินเรื่องราวความล้มเหลวของธุรกิจหรือร้านค้าแห่งหนึ่งได้อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเพราะสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาซึ่งเหมือนจะคอยเขมือบธุรกิจรายแล้วรายเล่าเป็นอาหารว่าง หรือความผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจของตัวผู้ประกอบการเอง โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถประคองธุรกิจให้อยู่รอดสืบต่อไปได้ มาจากความกลัว

ความกลัวอาจเกิดจากประสบการณ์ที่มีอยู่อย่างจำกัด เคยเผชิญหน้ากับเรื่องราวเชิงลบในอดีต หรือได้ฟังเรื่องราวที่ไม่เป็นจริงจากคนอื่นๆ จนเกิดเป็นความเชื่อที่ผิด แต่ถ้าเราต้องการก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งให้ได้ ก็ต้องพยายามขจัดความกลัวออกไปให้ได้ ทั้งนี้ ความกลัวที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องเอาชนะ มีดังนี้

1. เราจะเสียธุรกิจ หากเราขึ้นราคาสินค้า

บางครั้งเราอาจกลัวว่าถ้าขึ้นราคา ลูกค้าอาจหนีไปซื้อของคู่แข่ง กลัวว่าจะให้เหตุผลดีๆ กับลูกค้าไม่ได้ หรือกลัวถูกเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ที่ยังไม่ได้ขึ้นราคา สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ

แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่เราต้องวิเคราะห์และให้ความสำคัญก็คือ สินค้าหรือบริการของเรานั้น มีคุณค่ามากพอหรือไม่ สมมติว่าเราเป็นผู้ให้บริการ อาจเป็นนวดสปาหรือธุรกิจรับเลี้ยงเด็ก หากเรามีบริการที่ดี ดูแลและแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ครบถ้วน การขึ้นราคาเล็กๆ น้อยๆ จะไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเลิกใช้บริการ เพราะอะไร นั่นเป็นเพราะว่า “เวลา” เป็นสิ่งที่เราซื้อกลับคืนมาไม่ได้ การให้บริการภายใต้ “เวลา” ที่กำหนดด้วยคุณภาพที่ครบถ้วน เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถมอบให้กับลูกค้า ซึ่งบางครั้งเราอาจสูญเสียลูกค้าที่ไม่เข้าใจความเป็นจริงในการทำธุรกิจไปบ้าง แต่ขณะเดียวกันก็จะช่วยรักษาผู้ใช้บริการที่เข้าใจการทำธุรกิจที่แท้จริงเอาไว้ได้

2. เราจะไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าไม่ทำตามเจ้าตลาด

อินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย กลายเป็นช่องทางในการหาข้อมูลในการสร้างความสำเร็จให้กับผู้ประกอบการได้ง่ายขึ้นกว่ายุคก่อนหลายเท่า เราสามารถตรวจสอบดูได้ว่า เจ้าตลาดเขาทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ ใช้กลยุทธ์แบบไหนมาจูงใจกลุ่มเป้าหมาย ใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจประมาณไหน ซึ่งเราควรเรียนรู้จากเขา แต่ต้องไม่ใช่การไปลอกเลียนแบบทุกอย่าง เพราะด้วยขนาดธุรกิจ เงินทุน ความรู้ เครือข่าย คอนเนคชั่น เราอาจมีไม่เท่าเจ้าตลาด ถึงแม้พยายามเลียนแบบไปก็อาจทำไม่ได้ด้วยซ้ำ


การจะประสบความสำเร็จได้ เราต้องสร้างเส้นทางด้วยตัวเอง ระหว่างทางที่เราเดินเราจะพบกับกลุ่มลูกค้า ได้ทำความรู้จัก พัฒนาสินค้าให้ตรงใจลูกค้า รักษาฐานลูกค้า ฯลฯ จนกลายเป็นแนวทางในการทำธุรกิจเฉพาะของเราเอง


3. กลัวล้มเหลวจนไม่กล้าทำอะไร

กลัวลงทุนไปแล้วจะขาดทุน กลัวเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์แล้วต้นทุนจะเพิ่มและลูกค้าไม่ซื้อ ความกลัวลักษณะนี้ ไม่ช่วยให้เกิดประโยชน์อะไรเลย นอกจากทำให้ธุรกิจย่ำเท้าอยู่กับที่


ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจว่า การทำธุรกิจคือการลงทุน ซึ่งมีความเสี่ยง ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ต้องผ่านความล้มเหลวมามายมากกว่าจะประสบความสำเร็จได้ โดยระหว่างทางที่เขาล้ม เขาไม่ได้ล้มลงแล้วหยุดทำธุรกิจ แต่เขาเรียนรู้จากความผิดพลาด ค่อยๆ เพิ่มพูนประสบการณ์ไปเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าเราไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความล้มเหลว ก็คงพัฒนาธุรกิจได้ยากหรือพัฒนาไปหวาดระแวงไป (คงไม่มีใครอยากเผชิญกับความล้มเหลวหรือขาดทุน สิ่งที่เราทำได้คือวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงให้ดีก่อนตัดสินใจดำเนินการเรื่องต่างๆ)


ผู้ประกอบการมักติดอยู่กับความกลัวและความกังวลเหล่านี้ แต่ถ้าเราพยายามเรียนรู้ และทำความเข้าใจ ก็อาจจะพบว่าจริงๆ แล้ว เรื่องเหล่านี้ไม่ได้น่ากลัวเกินความพยายามและความตั้งใจที่จะฝ่าฟันของเราเลยก็เป็นได้


เรื่อง เจษฎา ปุรินทวรกุล
www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!