ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 157.54จุด

กระแสหุ้นออนไลน์

สนับสนุนเนื้อหา

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (23 ต.ค.) เพิ่มขึ้น 157.54 จุด หรือ 0.90% ปิดที่ 17,646.70 จุด ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 22.64 จุด หรือ 1.10% ปิดที่ 2,075.15 จุด ดัชนี NASDAQ เพิ่มขึ้น 111.81 จุด หรือ 2.27% ปิดวันทำการล่าสุดที่ 5,031.86 จุด  หลังจากที่ธนาคารกลางจีนประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ 3 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ซึ่งดันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีให้ปรับตัวขึ้นอย่างคึกคัก   สำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ ทั้ง 3 ดัชนีหลักในตลาดหุ้นนิวยอร์กต่างปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน โดยดาวโจนส์, S&P 500 และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 2.5%, 2.1% และ 3.0% ตามลำดับ   ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลา 1 ปี และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลง 0.25% สู่ระดับ 4.35% และ 1.50% ตามลำดับ โดยมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ (24 ต.ค.)   การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ตั้งแต่เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปีนี้ ในความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดต้นทุนการกู้ยืมของบริษัทต่างๆ โดยเศรษฐกิจจีนขยายตัว 6.9% ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2552   ธนาคารกลางยังได้ปรับลดสัดส่วนการกันสำรอง (RRR) ของธนาคารพาณิชย์ลง 0.5% โดยมีผลวันนี้ รวมทั้งปรับลด RRR ของสถาบันการเงินที่สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม รวมทั้งภาคการเกษตรลง 0.5% เช่นกัน   ธนาคารกลางจีนได้ระบุในแถลงการณ์อีกฉบับว่า เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง และตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวน ความเคลื่อนไหวล่าสุดของธนาคารกลางจึงมีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางการเงินที่เข้มแข็งเพื่อการปรับโครงสร้างและการขยายตัวอย่างมั่นคงของเศรษฐกิจ   ทั้งนี้ นอกจากการประกาศลดลดดอกเบี้ยและ RRR โดยแบงก์ชาติจีนแล้ว ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้แรงหนุนจากการการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดจาก 3 บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ได้แก่ อัลฟาเบท อเมซอน และไมโครซอฟท์     ขณะเดียวกันวานนี้ มาร์กิต ผู้ให้บริการข้อมูลการเงิน ได้เปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเบื้องต้นเดือนต.ค.ของสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นแตะ 54 จากระดับ 53.1 ในเดือนก.ย.   ตัวเลขล่าสุดดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 53 และอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งเป็นเส้นแบ่งระหว่างการขยายตัวและหดตัวอยู่มากพอควร บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐขยายตัวรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค.  

ติดตามSanook! Money

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ การตลาด ธุรกิจส่วนตัว ภาษี บน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!