ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง40.72จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) ลดลง 40.72 จุด หรือ 0.35% แตะที่ 11,478.13 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 3.59 จุด หรือ  0.30% แตะที่ 1,203.66 จุด ดัชนี Nasdaq ปิดบวก 15.51 จุด หรือ 0.60% แตะที่ 2,620.24 จุด จากแรงขายที่ส่งเข้าฉุดหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค เปิดเผยว่าผลประกอบการไตรมาส 3 หดตัวลง เนื่องมาจากการขาดทุนในตลาดปล่อยกู้จำนอง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยลบจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน หลังจากจีนเปิดเผยยอดเกินดุลการค้าร่วงลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ปรับตัวลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ Nasdaq ปิดบวกเพราะได้แรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา หลังจากเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค ซึ่งเป็นธนาคารรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐเปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 หดตัวลง 4% สู่ระดับ 4.26 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.02 ดอลลาร์ต่อหุ้น อันเนื่องมาจากการขาดทุนในตลาดปล่อยกู้จำนอง เจพีมอร์แกนเป็นธนาคารรายแรกของสหรัฐที่เปิดเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ส่วนสัปดาห์หน้าจะเป็นการรายงานผลประกอบการของธนาคารเวลส์ ฟาร์โก แอนด์ โค, ซิตี้กรุ๊ป อิงค์ และมอร์แกน สแตนลีย์ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นนิวยอร์กขานรับข่าวที่ว่ารัฐสภาสโลวาเกียมีมติอนุมัติการเพิ่มขนาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) เพื่อเปิดทางให้กองทุน EFSF สามารถอัดฉีดเงินให้กับธนาคารพาณิชย์และรัฐบาลในยูโรโซนเพื่อป้องกันการลุกลามของวิกฤตหนี้สาธารณะ นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในคืนนี้ตามเวลาประเทศไทย โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ย., รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต้นเดือนต.ค. และกระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนส.ค.  

เรื่องล่าสุดของหมวด การลงทุน-หุ้น

ดูหมวด การลงทุน-หุ้น ทั้งหมด