ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น37.16 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดเมื่อคืนนี้ (20 ต.ค.) เพิ่มขึ้น 37.16 จุด หรือ 0.32% แตะที่ 11,541.78 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดบวก 5.51 จุด หรือ 0.46% แตะที่ 1,215.39 จุด ดัชนี Nasdaq ปิดลบ 5.42 จุด หรือ 0.21% แตะที่ 2,598.62 จุด หลังจากมีรายงานว่าผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนีจะจัดการประชุมสุดยอดสองครั้งเพื่อหารือเรื่องวิกฤติหนี้ และจะประกาศมาตรการแก้ไขวิกฤติในการประชุมครั้งที่สองในวันพุธหน้า อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่การประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) จะมีขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ในช่วงเช้านั้น ตลาดหุ้นนิวยอร์กเคลื่อนตัวอย่างผันผวนเนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหนี้ยุโรป แต่ดัชนีดาวโจนส์ดีดตัวขึ้นในช่วงบ่ายหลังจากมีรายงานว่าผู้นำเยอรมนีและฝรั่งเศสจะจัดการประชุมสุดยอดสองครั้งเพื่อหารือเรื่องวิกฤติหนี้ และจะประกาศมาตรการแก้ไขวิกฤติในการประชุมครั้งที่สองในวันพุธ ข่าวดังกล่าวช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตหนี้ยุโรปได้ระดับหนึ่ง หลังจากที่ตลาดได้รับแรงกดดันอย่างหนักในช่วงก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากการที่นายนิโคลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศสและเจ้าหน้าที่อาวุโสของสหภาพยุโรปได้ออกมายืนยันว่ายังไม่มีการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับการเพิ่มขนาดของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการปฏิเสธรายงานข่าวในหนังสือพิมพ์เดอะ การ์เดียนของอังกฤษที่ระบุว่า ฝรั่งเศสและเยอรมนีได้บรรลุข้อตกลงเพื่อเพิ่มวงเงินในกองทุน EFSF ขึ้น 5 เท่า สู่ระดับกว่า 2 ล้านล้านยูโร นักลงทุนจับตาดูการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 23 ต.ค.นี้ที่กรุงบรัสเซลส์ โดยที่ประชุมจะหารือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ของกรีซ และคาดว่าจะมีการตกลงกันเกี่ยวกับรูปแบบการเพิ่มประสิทธิภาพของกองทุน EFSF โดยอาจจะเกี่ยวกับการใช้ EFSF เพื่อค้ำประกันการขาดทุนครั้งแรกสำหรับการออกตราสารหนี้ครั้งใหม่ในยูโรโซน ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ โดยกิจกรรมภาคโรงงานในภูมิภาคมิดแอตแลนติกของสหรัฐฟื้นตัวขึ้นในเดือนต.ค. ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการ ว่างงานครั้งแรกในสหรัฐลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ 403,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว    

เรื่องล่าสุดของหมวด การลงทุน-หุ้น

ดูหมวด การลงทุน-หุ้น ทั้งหมด