สุดยอด! ลดน้ำหนักจาก 175 กก. เหลือ 110 กก.

สุดยอด! ลดน้ำหนักจาก 175 กก. เหลือ 110 กก.

สุดยอด! ลดน้ำหนักจาก 175 กก. เหลือ 110 กก. เกี่ยวกับ วิธีลดน้ำหนัก

S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้มีตัวอย่างของคนที่ลดน้ำหนักประสบความสำเร็จมาฝากอีกแล้ว โดยเป็นคิวของหนุ่มอาร์ต ที่สมัยก่อนน้ำหนักตัวเยอะะมาก 175 กก. วันนี้เขาสามารถลดน้ำหนักจนเหลือแค่ 110 กก. เท่านั้น คุณอาร์ตทำได้ยังไงวันนี้ Sanook! Men มีข้อมูลมาฝาก

รีวิวลดน้ำหนักจาก 175 kg โดยการออกกำลังกาย (มีกินอาหารเสริมช่วย)

ผมเพิ่งเขียนครั้งแรกมีอะไรผิดพลาดขออภัยด้วยนะครับ อาจจะอธิบายหรือใช่คำพูดไม่ถูกเท่าไหร่ ใจจริงไม่ได้อยากเขียนแต่แรกครับเพราะน้ำหนักที่ยังเยอะอยู่มาก แต่เพื่อนบอกเขียนๆไปเถอะไม่เสียหายอะไร เผื่อจะเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนเพิ่งเริ่มลดน้ำหนัก ไม่มากก็น้อยนะครับ

ขอแนะนำตัว ผมชื่อ อาร์ต ปัจจุบันอายุ 28 ปี สูง 180 cm. ผมเป็นเด็กที่อ้วนมาตั้งแต่เกิดเลย แม่บอกว่าตอนผมเกิดพยาบาลตั้งให้เป็น Big Baby เพราะมีน้ำหนักเยอะที่สุดในช่วงเวลานั้น น้ำหนักจะเพิ่มทุกๆ ปีตั้งแต่เด็ก ปีละ 10 kg จนน้ำหนักที่พีคที่สุดคือ 182 kg ตอนนี้เริ่มทำงานแล้ว เป็นช่วงที่เริ่มคิดได้ว่าต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้วนะ ส่วนแรงบันดาลใจที่ลดน้ำหนักอีกอย่างคือ อยากมีแฟนนั้นแหละครับ ตอนที่คิดจะลดอยากมีแฟนมากเพราะไม่เคยมี เพื่อนๆรอบข้างมีแต่คนบอกว่าอย่าไปมีเลยนรกชัดๆ คือมันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ แต่ผมก็ยังอยากที่จะมีอยู่ดี 555555+

ตัวแตกแต่เด็ก

ช่วงวัยเรียนหลังจากจบมัธยมผมเรียนถึงแค่ ม.3 แล้วออกมาต่อสายวิชาชีพครับ เรียน ปวช. ออกมาเป็นเด็กช่าง ผมเรียนสาขาช่างกลโรงงาน ได้ทำงานในโรงงานเลยเหนื่อยมาก ยืนทั้งวันยกเหล็กเข้าเครื่องกลึง ตะไบ เชื่อม ฯลฯ ใช้แรงงานชัดๆ แถมตอนเย็นมาเล่นบาสต่อได้ เป็นช่วงที่น่าจะได้ผอมที่สุด แต่ถามว่าผอมลงไหม ไม่เลยครับ เพราะพอกลับถึงบ้านกินแหลกแดรกเป็นยัดนุ่น


ตอนนั้นไม่เคยชั่งน้ำหนักเลยเพราะหาตาชั่งไม่ได้ เคยไปสมัค รด. ตาชั่งที่รับสมัคก็ยังชั่งไม่ได้ สุดท้ายไม่ได้เรียน โดนฉีกใบสมัคทิ้งเลยต่อน่าต่อตา จนจบ ปวช. มาต่อ ปวส. ภาคค่ำ กินนอนกลางคืนครับเป็นผู้ชายกลางคืน กินดึกตื่นสายมาเรียนตอนเย็น เป็นช่วงที่โคตรลำบาก เพราะเลิกเรียนดึก กว่าจะถึงบ้าน กลับเข้าบ้านได้ลำบากมาก เพราะวินมอเตอร์ไซต์ ไม่รับครับต้องเรียกแท็กซี่ ซึ่งระยะทางมันก็แค่เข้าซอยบ้าน แค่ 2 กิโล นิดๆ เองบางทีก็เดินเข้า


แต่มันมีเหตุการณครั้งหนึ่ง โดนจี้โทรศัพท์มือถือ กำลังจะถึงบ้าน โดนโจรมันเอาไม้ฟาดที่หลังโดยไม่ได้ต้องตัวเลย มันก็ฟาดไม่ยั้งมากันสองคน แต่เพราะเนื้อเยอะมันเลยฟาดไม่สลบ สุดท้ายมันก็ได้โทรศัพท์ไป ผมก็ไม่กล้าเดินเข้าตั้งแต่ตอนนั้นเลย แต่ก็จะมีพี่วินใจดีคนหนึ่ง จะรับผมตลอด ทั้งวินก็มีพี่เค้าคนเดียวที่รับผมนี้แหละ ช่วงนี้ผมได้รู้น้ำหนักตัวเองแล้วแหละจากที่ไม่ได้รู้มาเกือบ 4 ปี เพราะมันมีตาชั่งที่วัดผมได้ตอนตรวจสุขภาพประจำปี

ตอนนั้นผมหนัก 140 กิโล อายุน่าจะประมาณ 19 ได้ไม่รู้จะดีใจที่ได้รู้น้ำหนัก หรือ เสียใจที่น้ำหนักมันเยอะขนาดนี้เชียว (ช่วงเวลานี้ผมหารูปไม่ได้ขออภัยครับ)

ผมมาเปลี่ยนสายเรียนมาเรียนเกี่ยวกับกราฟฟิกแอนิเมชั่น ยอมเสียเวลาเพราะดูแล้วช่างจะไปไม่รอด ก็เลยได้มาเรียนเข้ามาเรียนที่มหาลัย วันแรกที่ได้เข้ามาผมตื่นเต้นมาก เพราะได้เจอผู้หญิงครับ 55555+ เพราะตอนผมเรียนช่างเป็นโรงเรียนชายล้วน แถมโรงเรียนฝั่งตรงข้ามดันเป็นชายล้วนอีก เก็บกดครับเก็บกด แล้วก็เป็นช่วงที่ผมไม่รู้น้ำหนักอีกแล้ว จนจบปี 4 ตัวก็ขยายใหญ่ขึ้น กางเกงตัดปีละครั้ง ตัดให้มันใหญ่ขึ้นนะครับ เพราะของเก่าใส่ไม่ได้แล้ว 4 ปี ตัดปีละครั้ง แถมตอนเกณฑ์ทหารไม่ต้องหวังว่าจะได้ครับ เพราะใหญ่กว่าตอนสมัค รด. หลายเท่านัก 555+

จนผมได้เริ่มเข้ามาทำงานที่แรกตอนนี้หาที่ชั่งน้ำหนักได้แล้ว ตอนนั้นน้ำหนักอยู่ที่ ประมาณ 160 กิโลครับ ผมทำงานเกี่ยวกับพวกกราฟฟิก งานหนักมากอยู่ครับ ยิ่งตอนทำงานดึกๆหิวมากครับงานมันใช้สมองเยอะมาก จะไม่กินก็ไม่ได้เมนูช่วงเวลา ดึกๆ ก็คงไม่พ้น แมค พิซซ่า KFC แน่นอนครับกินนอนอยู่แต่หน้าคอม กินทีก็จัดหนักมาก เวลาส่วนตัวไม่ต้องพูดถึงครับ มีเวลาทีก็หมดไปกับการนอนหมดแล้ว เพราะบางทีก็กลับเช้า พักผ่อนได้น้อยมาก งานเริ่มหนักแต่สังคมทำงานดีมากๆเลยครับไม่อยากออกเลย อยู่มา 1 ปี แต่สุดท้ายก็ต้องออกครับเพราะไม่ไหวจริงๆ


ช่วงที่ทำงานใหม่ๆ


พอเปลี่ยนที่ทำงานชีวิตดีขึ้นมากๆ ชีวิตแฮปปี้การกินแฮปปี้ มีเวลาส่วนตัวมากขึ้น ที่ทำงานใหม่ของกินรอบด้านเลย พอทำได้มาปีนึงน้ำหนักขึ้นมาเป็น 175 แล้ว เสื้อที่ใส่ 4XL ใส่จนเสื้อปริออกมาแล้ว แล้วก็โชคดีมากที่ออฟฟิตใหม่ได้พาไปญี่ปุ่นครั้งแรกในชีวิตผมเลย ทีนี้ลำบากหาเสื้อกันหนาวอีก 5555+


พอถึงญี่ปุ่นเป็นทัวร์กินกินแหลกจริงๆ แต่ละมื้อบุฟเฟ่ครับกินแต่ละมื้อนี้ไม่อั้น เพียง 5 วัน ที่ไปญี่ปุ่นน้ำหนักพุ่งขึ้นมาเป็น 182 กิโล ตอนนี้ผมเริ่มกลัวแล้ว กลัวจะไม่มีใครเอาเป็นแฟนนะ 5555+ เริ่มรู้สึกตัวเองอึดอัดมาก ขึ้นรถเมล์ไปทำงานก็กลัวจะไปเบียดคนอื่น เดียวเขาจะอึดอัดตามเราไปด้วยยิ่งตอนเหงื่อแตกนี้ เหมือนน้ำตกเคลื่อนที่มากออกทีเปียกทั้งตัว เริ่มคิดจะลดความอ้วน เลยไปซื้อลูกกลิ้งที่เล่นน่าท้องมาเล่นครับ เล่นอยู่แค่นั้นอ่ะครับ มีซิดอัฟด้วยนิดหน่อย อดอาหารเย็นแต่เช้ากลางวันก็กินปกติ แต่น้ำหนักลงครับกลับมาที่ 175kg แล้วก็ขี้เกียจไม่ทำต่อ วน Loop กลับมากินเหมือนเดิม

จุดเปลี่ยนชีวิตที่ได้ลดน้ำหนักแบบจริงจัง คือพอดีน้องที่ออฟฟิตไปเข้าฟิตเนต แล้วก็มีวันนึงอะไรดลใจให้ถามเรื่องที่น้องเขาไปเล่นฟิตเนตก็ไม่รู้ คุยไปคุยมาน้องเขาบอกว่าพาเข้าฟรีได้ครั้งนึงนะ ผมก็ ตัดสินใจอยู่นาน จนตัดสินใจเอาว่ะของฟรีไม่เสียอะไรลองดูสักครั้ง วันแรกที่เข้าไปเซลเขาก็แน่ะนำเครื่องออกกำลังต่างๆ พามาสอนท่าออกกำลังกาย ก็แปลกดีครับ จนสุดท้ายเซ็นสัญญากับฟิตเนตวันนั้นเลย จากที่ไม่ตั้งใจจะไป กลายมาเป็นวันที่เริ่มเปลี่ยนชีวิตครั้งแรกซะงั้น แต่ผมก็ดีใจที่ตัดสินใจได้ไม่งั้นคงไม่มีวันนี้


วันแรกตอนเช้าก่อนไปฟิตเนตครั้งแรก
เพราะไม่ได้ตั้งใจลดแต่แรก จึงมีรูปนี้แค่รูปเดียว มุมเดียวที่ถ่ายไว้นะครับ

จากคนที่ไม่เคยออกกำลังกายมานานมากตั้งแต่เรียน ปวช. แล้วกลับมาออก ร่างกายแหกครับ ครั้งแรกผมไปปั่นจักรยานซึ่งเป็นคลาสของทางฟิตเนต เพียง 10 นาที ถึงป่าวก็ไม่รู้ ผมเดินออกครับเหนื่อยมาก ปวดขาสุดๆ ไม่ได้ใส่เกียร์หนักอะไรเลย คิดในใจร่างกายอ่อนแอขนาดนี้เลยเหรอว่ะ จนวันรุ่งขึ้นตื่นมาตอนเช้า ร่างกายจะแตก ล้ามากแต่ก็ฝืนไปฟิตเนต เพราะจำความรู้แบบว่าปวดล้ายังไงก็ต้องซ้ำมัน ไปฟิตเนต 7 วันไม่เคยพัก ส่วนมากจะเข้าคลาสของทางฟิตเนต ล้วนแต่จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก บางทีก็มาวิ่งบนลู่วิ่งบ้าง เล่นเวดก็เล่นแค่อกกับแขน หน้าท้องเล่นน้อยมาก ออกกำลังกายได้มั่วสุดๆ จนสุดท้ายลองจ้างเทรนเนอร์ครับ

เทรนได้ผลมากบวกกับการที่เริ่มลดปริมาณอาหาร แค่ลดนะครับแต่ก็ยังกินไม่ค่อยเลือกอยู่ พวกของมันของทอดก็กินปกติ จะมีเพิ่มมากินสลัด ช่วงเย็น ตอนนั้นความรู้ทางโภชการไม่มีเลยไม่รู้ว่าจะต้องกินยังไง แบ่งมื้อยังไง แค่ลดปริมาณอย่างเดียว ผ่านไปเกือบ 4 เดือนลงไป 20 โล ดีใจมากเลยครับ แรงฮึดมาเต็ม คนอ้วนมากๆน้ำหนักจะลงเร็วมาก ขาผมเดินแทบไม่ได้ไปเกือบครึ่งปี จะแบบว่านั้งนานๆพอจะลุกเดินปวดขามาก ต้องยืนสักแปปถึงจะเดินได้ แต่ก็ฝืนเล่นทุกวัน เริ่มถ่ายรูปบ่อยมาก จนเพื่อนหมั่นไสแล้วครับตอนนี้ 5555 เพราะคนอ้วนมากมาก่อนจะรู้ว่ามันภูมิใจมากแค่ไหนที่ลดได้

พอลดไปได้ 20 กว่าโล ผมก็ไม่ได้จ้างเทรนต่อแล้วเพราะด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงอยู่ ผมเลยเล่นเองโดยการเข้าคลาสของทางฟิตเนตไป ถามเทรนเนอร์ พี่ๆในฟิตเนตบ้าง เริ่มมีความรู้ในการออกกำลังกายมากขึ้น ออกกำลังมาเกือบ 1 ปี น้ำหนักลงมาอยู่ที่ 125kg ดีใจมาก ผมอาจจะกะเวลาเอานะครับ เพราะผมไม่เคยจดบันทึกอะไรไว้เลย

พอมาออกกำลังกายด้วยตัวเอง ก็จะเป็นคาดิโอซะส่วนมาก เวดก็เล่นเยอะนะครับ แต่คาดิโอมากกว่า สุดท้ายโยโย่ เนื้อห้อยน่าเกลียดมาก ใส่เสื้อดูเหมือนจะเฟริม แต่พอถอดเสื้อเท่านั้นแหละ เนื้อแพละออกมาเลย เลยหันมาเล่นเวดเยอะขึ้นคาดิโอน้อยลง ไม่มองน้ำหนักเลย เริ่มโฟกัสที่รูปร่าง จนลดมาได้ 107kg เริ่มเฉยๆกับน้ำหนักแล้วตอนนี้เอาหุ่นก่อน เริ่มหันมากินอาหารคลีน วันๆกินแต่ไก่ ผัก เน้นโปรตีนเยอะขึ้น

แล้วพอดีผมได้มีโอกาสมาเข้าโครงการของ พี่อั้ม อธิชาติ เข้าคัคเลือกคน 20 คน ผมโชคดีที่โครงการเขารับเลือก ซึ่งโครงการได้โคกับทาง ฟิตจังชั่น ของโคชฟ้าใส ช่วงนี้จะได้ควารู้มากมาย เริ่มนับแคลในการกินของแต่ละมื้อ ช่วงนี้จะจริงในการกินมาก เพราะจะโดนกำหนดว่ากินได้กี่แคลต่อวันและได้ตารางการออกกำลังกายมา แล้วก็กินอาหารเสริมของทางโครงการด้วย เอาเป็นว่าผมบอกเลยละกันว่า คือ ATipower ต้องให้เครคิตเพราะ ถ้าไม่มีโครงการนี้ผมก็คงได้ความรู้ต่างๆมากมายอีกอย่างโครงการไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย ร่วมโครงการทั้งหมดประมาณ 2 เดือนกว่าๆครับ พอเข้ามาแล้วน้ำหนักผมลดลงไปเหลือ 105kg


105kg


หลังจบโครงการ หลังจากได้ความรู้มากมาย ผมเลยเอามาปรับใช้กับตัวเอง ปัจุบันผมน้ำหนักขึ้นมาเป็น 110kg แต่ใส่ชุดได้เล็กลง เพราะต้องการเอาเนื้อห้อยออกเลยต้องกินให้บวมเน้นโปรตีน เล่นเวดเยอะ คาดิโอพอประมาณ เพื่อจะให้กระชับมากขึ้น

และนี้คือผมปัจจุบัน 110kg

หนทางยังอีกไกลมากไม่รู้ว่าผมจะไปไกลได้ขนาดไหน ก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้สำหรับคนที่เริ่มลด แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลที่จะลดเอง ถ้าไม่มุ่งมั่นจริงๆ ไม่จริงจังที่จะลดจริงๆ ต่อให้มีแรงบันดาลใจเป็นร้อยพัน ก็ไม่เกิดผลอะไร เพราะผมก็เคยอยู่จุดนั้นมาก่อน การที่จะเริ่มต้นที่ว่ายากแล้ว ลงมือทำกับรักษาคงไว้ยากกว่าหลายเท่ามาก จะอ้างไม่มีเวลา ขีเกียจ ถ้าคนคิดจะจริงจังจริงๆ มันต้องยอมเสียสละบางอย่างบ้าง แต่ก็ต้องมีความสุขในการดำเนินชีวิตไปด้วย ข้อความที่ผมพิมเป็นแค่การเล่าชีวิตของผมเท่านั้น ไม่มีวิธีการออกกำลังกาย อาหารการกินก็ไม่มีเลย เพราะผมไม่ได้จริงจังแต่แรก ก็เลยไม่มีการบันทึกใดๆไว้เลย ไม่ค่อยชอบทำเอกสารเท่าไหร่ ที่มาได้ขนาดนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อตัวเองเหมือนกันว่ามาได้ไง ผมคงบอกได้แค่ว่า สู้ๆ เท่านั้นอ่ะครับ อย่าคิดว่าจะทำ จงลงมือทำครับ ผมทำได้ทุกคนก็ทำได้ ถึงผมจะยังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็จะเดินไปพร้อมกันครับ เป็นกำลังใจให้คนที่คิดจะลงมือทำจริงๆนะครับ

ก็ขอขอบคุณที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่านนะครับ รูปปัจจุบันยังอ้วนอยู่เลยไม่หล่อ 55555 ขอเวลาอีกนิดครับ จะผอมหล่อหุ่นดีให้ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณอาร์ต Pantip

เรื่องล่าสุดของหมวด Extreme

ดูหมวด Extreme ทั้งหมด