“แฟนว่างงาน” บททดสอบรักแท้ (?) ความรักที่ถูกวัดใจ

“แฟนว่างงาน” บททดสอบรักแท้ (?) ความรักที่ถูกวัดใจ

“แฟนว่างงาน” บททดสอบรักแท้ (?) ความรักที่ถูกวัดใจ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ว่ากันว่าถ้าอยากที่จะพิสูจน์รักแท้ ดูว่าคนรักที่ตนเองคบอยู่นั้นน่าคบต่อและสมควรวางแผนอนาคตร่วมกันหรือไม่ ให้ดูกันในยามลำบาก ในวันที่เราเผชิญปัญหา ต้องรับมือกับชีวิตที่สู้กลับอย่างยากลำบาก คนคนนั้นอยู่ที่ไหนในชีวิตเรา

คนคนนั้นอยู่ตรงไหนในชีวิตเรา มันพิสูจน์รักแท้ได้อย่างไร ลองนึกภาพตามว่าคนคนนั้นอยู่เคียงข้างกันเสมอตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความทุกข์ยากจนกระทั่งปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย คอยช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่ช่วยได้โดยที่เราไม่เคยร้องขอ หรือมาแบบผลุบ ๆ โผล่ ๆ เห็นเราตกที่นั่งลำบากก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเท่าไร แต่ก็ไม่ได้ไปไหนไกล พอจะหยิบยื่นน้ำใจมาให้บ้างเมื่อเราขอให้ช่วยเหลือและไม่ได้ทำตัวเป็นภาระ หรือยังวนเวียนอยู่ในชีวิตเพราะหวังว่าเราจะยังมีผลประโยชน์บางอย่างให้ ไม่ช่วยไม่ว่าแถมยังสร้างปัญหาเพิ่ม หรือหันหลังให้แล้วเดินจากไปแทบจะทันทีที่เรากลายเป็นคนที่มีภาระหนักหน่วง หนีเอาตัวรอดคนเดียวตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

เท่านี้ก็น่าจะพอมองออกแล้วคนที่คุณคบอยู่นั้นอาจมีได้หลายประเภท ในยามที่คุณสบาย ใช้ชีวิตเป็นคนปกติที่ไม่มีปัญหาอะไรในชีวิต คนรักก็อยู่ด้วยปกติ “มีสุขก็ร่วมเสพ” นี่เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่พบเจอได้ในความสัมพันธ์ แต่จะมีเหลืออยู่สักกี่คน ที่ “มีทุกข์ร่วมต้าน”

แต่…ทุกอย่างก็มีข้อยกเว้นอยู่เหมือนกัน เพราะถ้าหากคนที่เป็นตกที่นั่งลำบากดันเป็นคนที่ไม่หือไม่อือที่จะแก้ปัญหาด้วยตนเอง ไม่เดือดร้อนเรื่องที่ตัวเองลำบาก เพราะเคยตัวกับความช่วยเหลือที่คุณหยิบยื่นให้จนไม่คิดที่จะดิ้นรนทำอะไร ๆ ให้ชีวิตตนเองดีขึ้น หวังได้ผลประโยชน์จากคนรักประเภท “มีทุกข์ร่วมต้าน” ให้ช่วยเหลืออยู่ตลอด คำถามคือคนประเภทนี้สมควรมีรักแท้หรือไม่ สิ่งที่ทำอยู่เห็นแก่ตัวและเอาเปรียบอีกฝ่ายมากเกินไปหรือไม่

“คนรักว่างงาน” ควรไปต่อหรือพอแค่นี้
เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าทำไมหลาย ๆ คนจึงรู้สึกเห็นอกเห็นใจแฟนที่อยู่ในสถานะว่างงาน เพราะสายตาของคนนอกมักจะมองคนที่กำลังว่างงานอยู่ในด้านลบมากกว่าด้านบวก อย่างการตั้งคำถามว่าไปทำอะไรไว้ล่ะถึงถูกไล่ออก หรือว่างงานยาวเพราะอะไร คุณสมบัติไม่มากพอใช่ไหมบริษัทถึงไม่รับ ตั้งใจจะเกาะคนอื่นกินล่ะสิถึงไม่ยอมทำการทำงาน ตัดสินกันง่าย ๆ โดยไม่ทำความเข้าใจอีกฝ่ายเลยสักนิด คนที่จู่ ๆ ต้องตกงาน เขาอาจถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม หรือคนที่ว่างงานมานาน เวลานี้เขาก็ยังขะมักเขม้นหางานอยู่ ไม่ได้ถอดใจ เพียงแต่ยังไม่ได้รับโอกาสดี ๆ ก็เป็นได้

การที่ต้องเผชิญกับสายตาและคำถามแบบนั้น ก็ทำเอาคนว่างงานที่ยังดิ้นรนอยู่รู้สึกเครียดและกดดันไม่น้อย ตัวเขาก็ไม่ได้อยากจะว่างงาน ไม่ได้อยากให้แฟนต้องคอยมาประคับประคอง ยังคงตั้งใจและพยายามจะหางานทำอยู่ ช่วงที่ฝ่ายหนึ่งลำบาก จึงเป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์ความรักของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ว่าอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจหรือไม่ แต่ถ้าหากบอกเลิกกับแฟนเพียงเพราะอีกฝ่ายไม่มีงานทำ โดยไม่สนว่าอีกฝ่ายก็ยังพยายามอยู่ แบบนั้นก็ไม่ใช่ความรัก เพราะคุณไม่พร้อมจะอยู่ร่วมกับเขา (เธอ) ในยามทุกข์ การอยู่ร่วมสุขอย่างเดียว คุณแค่รักตัวเอง

การมีสถานะเป็น “คนว่างงาน” เป็นบททดสอบสุดโหดของชีวิตที่ใช้วัดใจคนได้ แต่จริง ๆ แล้วคนว่างงานก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายรูปแบบ มีทั้งคนว่างงานโดยไม่ตั้งใจ ชีวิตนี้ไม่ได้อยากจะเป็นคนว่างงานหรอก เพราะภาระต่าง ๆ ในชีวิตไม่ได้เอื้อกับการเป็นคนนั่งกินนอนกินอยู่เฉย ๆ แต่ดันถูกเลิกจ้างกะทันหัน กลายเป็นคนตกงานและว่างงานในช่วงเสี้ยววินาที คนว่างงานที่กำลังพยายามหางานทำอยู่ คนกลุ่มนี้ก็พยายามหางานทำอย่างจริงจังมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับโอกาสที่จะได้ทำงานไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และคนว่างงานอีกประเภทก็คือคนที่สามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องทำงาน อาจจะมีเงินถุงเงินถังเป็นมรดกอยู่แล้ว หรือแม้กระทั่งมีคนเลี้ยงดูจนไม่ต้องทำงานเอง

สำหรับคนว่างงานประเภทที่สามารถอยู่ได้โดยไม่จำเป็นต้องทำงานนั้น มีจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้อยากมีงานมีการทำแต่แรก คนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วจะถูกเรียกว่า “ปลิง” คือเป็นคนไม่เอาถ่าน ไม่เอาอ่าว ไม่เอาอะไรเลย อาศัยเกาะคนอื่นกิน วัน ๆ ไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์ ชีวิตไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน กิน นอน เล่นเกม ออกไปหาเพื่อน งานบ้านไม่แตะ ใช้เงินเก่งแต่ไม่หาเอง บ่นว่างานหายากทั้งที่ไม่เคยคิดที่จะหางานทำด้วยซ้ำ หรือเป็นพวกขี้แพ้ที่กล่าวโทษทุกสิ่งอย่างบนโลกใบนี้ว่าทำให้ตนเองไม่มีดีเหมือนคนอื่น ในขณะที่ตัวเองก็ไม่เคยคิดจะดิ้นรนทำอะไรให้ตนเอง แถมยังเป็นประเภทมือไม่พายเอาเท้าราน้ำด้วย ไม่เคยช่วยเหลืออะไรตอบแทนคุณ สร้างปัญหาให้คุณตามแก้อย่างเดียว

อยากเป็นรักแท้ของใคร พิจารณาคนที่กำลังช่วยเหลืออยู่ด้วย
ใช่แล้ว เพราะคนที่ว่างงานไม่ได้มีเฉพาะคนที่สถานการณ์น่าเห็นใจเท่านั้น มีคนอีกจำนวนหนึ่งที่มีแฟนเป็นคนว่างงานจำพวก “ปลิง” ซึ่งพวกเขาก็เคยคิดว่าแฟนตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ใช้วิธีคิดของตนเองเป็นกรอบว่าคงไม่มีใครที่คิดจะอยู่ไปวัน ๆ แบบไม่ทำมาหากิน “ไม่มีอยากว่างงานหรอก เขา (เธอ) ก็คงหางานทำอยู่แหละ แต่มันหายากไง ซึ่งการไม่มีงานทำหรือหางานทำไม่ได้เป็นเรื่องที่ เขา (เธอ) เครียดมากพออยู่แล้ว ฉันก็อยากจะเป็นคนรักที่ได้ช่วยเหลืออะไรเขาบ้างในฐานะคนรัก เพราะรัก ฉันเลยไม่อยากทิ้งให้เขา (เธอ) ต้องลำบากคนเดียว”

แต่แล้วในวันหนึ่ง ความจริงก็ปรากฏออกมาว่าแฟนของตนเองอาจจะเคยคิดเรื่องทำงานก็จริง แต่พอได้รับความช่วยเหลือมาก ๆ เข้าก็เคยตัว ความเกรงใจเริ่มไม่มี เพราะการอยู่เฉย ๆ แล้วมีกินมีใช้ไม่ต้องทำงานเองมันสบายกว่าเป็นไหน ๆ บางคนจึงแค่ทำตัวให้เหมือนว่าหางานทำอยู่ แต่พอมีงานติดต่อเข้ามาก็อ้างนู่นอ้างนี่เพื่อปฏิเสธแล้วบอกแฟนตัวเองว่ายังหางานไม่ได้ แต่บางคนก็แสดงธาตุแท้ออกมาให้เห็นเลยว่าตั้งใจจะเกาะแฟนกิน หากแฟนพยายามจะเลิกก็ใช้ความรุนแรง ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าเลิกหรือเลิกไม่ได้เพราะกลัวจะเป็นอันตราย

ต้องบอกว่าโลกเรามีคนแบบนี้จริง ๆ นะ คนที่ภาคภูมิใจจากการมีกินมีใช้ด้วยการเกาะคนอื่นกิน ซึ่งกรณีนี้จะแตกต่างจากการที่อีกฝ่ายเต็มใจเป็นคนหาเลี้ยง แบบที่รวยอยู่แล้วหรือไม่อยากให้คนรักลำบากทำงาน เพราะกรณีของคนที่รักที่จะเกาะคนอื่นกินนี้ เขา (เธอ) จะไม่เคยสนใจว่าอีกฝ่ายหาเงินมาด้วยความยากลำบากแค่ไหน ทำตัวไร้ค่าไปวัน ๆ โดยที่ไม่ทำประโยชน์อะไรตอบแทนคนที่หาเงินให้ใช้เลยด้วยซ้ำ อีกฝ่ายไม่ได้เต็มใจจะหาเลี้ยงไปตลอดชีวิต เพียงแค่ช่วยเหลือในยามลำบาก ไม่ได้คิดว่าจะต้องหาเลี้ยงคนที่ไม่ดิ้นรนอะไรเองตลอดไป

คนประเภทนี้จะรักคุณแค่เฉพาะตอนที่คุณมีประโยชน์ เมื่อไรที่คุณไม่มี เขา (เธอ) ก็จะไปเช่นกัน ดังนั้น วิธีพิสูจน์จึงง่ายมาก ๆ แค่ลองทำให้ตัวเราเองเป็นฝ่ายไม่มีดูบ้างสิ เขา (เธอ) จะยังอยู่ไม่ทอดทิ้งไปไหนแบบที่คุณเคยทำตอนที่เขา (เธอ) ลำบากหรือเปล่า หรือกล้าที่จะเผ่นแน่บจากไปเพราะกลัวตัวเองต้องมาร่วมลำบากกับคุณ ถ้าเป็นแบบนั้นก็ปล่อยไปเลยก็ได้ ความรักที่คุณมีให้มันสูญเปล่าตั้งแต่แรกแล้ว เขา (เธอ) แค่รักผลประโยชน์ที่คุณมีให้เท่านั้นเอง ไม่ได้รักคุณหรอก

คนรักกัน ร่วมทุกข์ ร่วมสุข และต้องช่วยกันเพื่อให้ความทุกข์หมดไป
หากแฟนคุณกำลังอยู่ในสถานะ “คนว่างงาน” แล้วคุณกำลังสับสนว่าจะทำอย่างไรกับชีวิต ให้พิจารณาที่ “พฤติกรรม” เท่านั้นว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ อีกฝ่ายขวนขวายดิ้นรนที่จะช่วยเหลือตนเองมากแค่ไหน หรือดูทรงแล้วตั้งใจจะว่างงานไปยาว ๆ เพื่อให้คุณเลี้ยง แล้วตอนที่เขา (เธอ) มีงานมีเงิน เคยทำดีกับคุณบ้างหรือไม่ ถ้าก็ไม่เคยสนใจแต่พอเวลาเดือดร้อนแล้ววิ่งเข้าหา แบบนี้ก็สมควรที่จะตัวใครตัวมัน นอกจากนี้ลองนึกถึงพฤติกรรมที่อีกฝ่ายเคยทำกับคุณในช่วงที่คุณเผชิญสถานการณ์เดียวกันด้วยว่าเขา (เธอ) ช่วยเหลือและให้กำลังใจคุณแบบที่คุณทำหรือไม่

คนรักกันที่ตั้งใจจะวางแผนไปถึงขั้นสร้างครอบครัว สิ่งที่ทั้งคู่ต้องมีแผนร่วมกันคือ การช่วยกันทำมาหากิน ตราบใดที่ไม่มีใครรวยล้นฟ้าขนาดที่ไม่ต้องหาเงินก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย หลายคู่อยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข เพราะคนหนึ่งทำงานงก ๆ แต่อีกคนใช้เงินเก่งแล้วก็ไม่คิดจะหาเพิ่ม มันก็ทำให้เกิดความเครียด รู้สึกถึงการถูกเอาเปรียบ และรู้สึกว่าอีกฝ่ายเห็นแก่ตัวเกินไป เพราะถ้าจงใจเกาะกินให้อีกฝ่ายหาเลี้ยง แบบนั้นไม่น่าใช่ความรัก แต่เป็นความเห็นแก่ตัวที่หวังผลประโยชน์มากกว่า

แน่นอนว่ายังมีอีกหลาย ๆ คนที่อาจพร้อมลำบากไปด้วยกันกับคนรัก แต่ก็ต้องพิจารณาด้วยว่าเขา (เธอ) ทุ่มเทกับคุณมากพอที่จะให้คุณยอมแลกความสุข ความสบายเพื่อจับมือกับเขา (เธอ) หรือเปล่า อย่ารักคนผิด อย่ารักคนอื่นมากพอที่จะทำลายชีวิตตนเอง ความรักมันต้องเกิดมาจากการหาตรงกลางของคนสองคน ที่ “พร้อม” จะอยู่เคียงข้างกัน จับมือฝ่าฟันอุปสรรค ไม่ใช่คนหนึ่งคนใดจงใจทำตัวเป็นตัวถ่วง อย่ารักมากทุ่มเทมาก โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติกับคุณอย่างไร อย่ามองแค่ในมุมว่าเรารักเขา (เธอ) หาคำตอบด้วยว่าอีกฝ่ายรู้สึกแบบเดียวกันไหม อย่าปิดหูปิดตาไม่ยอมรับความจริงแค่เพราะรัก บางทีที่เขา (เธอ) ยังอยู่ก็เพราะเราเป็นคนดีและเอาเปรียบง่ายเท่านั้น แต่ไม่ได้รักคุณ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล