#นักข่าวสายSanook

10 ปีในวงการบันเทิง ตูมตาม ยุทธนา ความรัก ความฝัน และผลงานล่าสุด

10 ปีในวงการบันเทิง ตูมตาม ยุทธนา ความรัก ความฝัน และผลงานล่าสุด

คุยกับ ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง ผู้ชายมากความสามารถอีกหนึ่งคนในวงการบันเทิง ซึ่งหากนับเวลาเขาอยู่ในวงการบันเทิงมาแล้ว 10 ปี และเป็น 10 ปี ที่ได้ทำอะไรหลายอย่างทั้งเป็นนักร้องมีผลงานอัลบั้มของตัวเองในชื่อ TOOMTAM เมื่อปี พ.ศ. 2555 ก่อนที่ภายหลังจะหันมาเอาดีด้านงานแสดงจนฝากผลงานไว้มากมาย

วันนี้หลังจากทิ้งช่วงงานเพลงไปนาน เขากลับมาอีกครั้งกับผลงาน "โลกเปลี่ยน เราปรับ" ซึ่งนอกจากเรื่องเพลงเรายังได้คุยเรื่องส่วนตัวและมุมมองชีวิตในวัย 29 ปี อีกด้วย

 ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลางตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง

-อะไรทำให้คุณกลับมาทำงานเพลงอีกครั้ง

เป็นเป้าหมายที่ตัวผม โปรดิวเซอร์ ทีมทั้งหมด ที่ร่วมกันในเพลงนี้ ตั้งใจอยากจะให้กำลังใจ อยากให้เพลงนี้เป็นรอยยิ้มเล็กๆ ในช่วงเวลายากลำบาก ช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลง ช่วงเวลาเกิดโรคระบา มันเป็นวิธีการเล็กๆ ในการมองการเปลี่ยนแปลงว่าเราจะต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงอย่างไร กับเพลง “โลกเปลี่ยน เราปรับ”

-คุณคาดหวังกับผลงานใหม่แค่ไหน

ความคาดหวังของผมไม่ได้อยู่ที่ผลตอบรับหรือคำชื่นชมยินดีอะไรมากมายขนาดนั้น เป็นเรื่องของการให้อะไรกับคนฟัง การมองโลกในมุมดีๆ เพลงมีหน้าที่ทำให้คนสนุกสนาน แล้วเนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย เรายิ้ม สนุกสนาน เราสร้างกำลังใจให้กันและกันมันจะมีความหมายแบบนี้มากกว่า

ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลางตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง

-ความพิเศษของเพลง โลกเปลี่ยน เราปรับ คืออะไร

สำหรับผมมองมุมมองของปัญหาที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงของโลก เราสื่อสารในแบบที่เป็นบวกมากกว่าที่จะที่เราเจอปัญหาแล้วมานั่งเคร่งเครียดเกินไป มันมีวิธีการมอง การคิด เราเจอปัญหาเกิดคำถามมากมายหลายอย่าง เวลาเราเจอปัญหาเรามักจะตกใจ ตั้งตัวไม่ถูก ตั้งตัวไม่ทัน แต่สิ่งที่เราอาจจะลืมไปคือเราก็ปรับตัวมากับทุกจังหวะชีวิต พอถึงจุดหนึ่ง ก็คิดว่ามันก็ยังคงเป็นรูปแบบเดิมที่ว่า ทุกๆ คนมาสนุกก่อน มาเห็นแง่ดีของการใช้ชีวิต เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเราก็ปรับตัวสิ เราพร้อมเรียนรู้ เปิดใจรับสิ่งใหม่อยู่แล้ว ความหมายเพลงประมาณนี้

-ให้คะแนนตัวเองหน่อย ชีวิตในวงการบันเทิงที่ผ่านมาคุณให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่ เต็ม 10 เพราะอะไร

ผมให้ตัวเองเต็ม 10 เหมือนกันนะ แต่ผมให้เต็ม 10 เนี่ย ในฐานะของความกระหายใคร่รู้ แต่นับว่าทำได้ดีที่สุดหรือยัง ผมอาจจะไม่ได้ให้เต็ม อาจจะให้ตัวเองอยู่ที่ 6 มันพัฒนาได้ ความขยัน อดทน มุ่งมั่น การเรียนรู้ของตัวเองเพราะเราอธิบายได้ เราเห็นขั้นตอนการเรียนรู้ของตัวเอง เราจะเก่งขึ้น ผมชื่นชมตัวเองในข้อนี้

ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลางตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง

-คุณเคยคิดเล่นๆ ไหมว่า ถ้าไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิง ตอนนี้จะทำอะไรอยู่

คิดนะ คิดบ่อยเลย ก่อนหน้านี้มันถึงจุดหนึ่งของการทำงานที่เรารู้สึกว่า ทำไมอยู่ดีๆ มันรู้สึกไม่อยากทำแล้ว ไม่มีอะไรที่ต้องทำต่อแล้วในเรื่องของผลงานหรือสิ่งที่ทำในตรงนี้ มันเกิดความรู้สึก มันก็เลยเกิดภาพที่คิดขึ้นมาว่า ถ้าเราไม่ทำตรงนี้เราจะไปทำอะไร พอมันเอาตัวเองไปอยู่กับความคิดที่ว่าจะไปทำอะไร โดยส่วนใหญ่แล้วภาพมันไม่ชัดเจน มันไม่เห็นว่า เราต้องไปตรงไหน เราต้องทำอะไร เราต้องลองอะไรใหม่ๆ หรือเปล่า มันก็เกิดเงื่อนไขอะไรต่างๆ มากมาย สุดท้ายก็จะวนกลับมาว่า เราก็ยังรู้สึกว่าตรงนี้มันก็ยังเป็นที่ของเราอยู่ดี เป็นที่ที่เราทำงาน เราใช้ชีวิต เหมือนเราทุ่มเทชีวิตทั้งหมดมาอยู่ตรงนี้แล้ว การที่จะปลีกตัวออกไปมันอาจจะไม่ใช่ออกไปทั้งชีวิต

“เชื่อไหมผมทะเลาะกับตัวเองเยอะมาก ถึงจุดหนึ่งผมรู้สึกว่าไม่มีทาง เราลาออกจากความเป็นตูมตามคนนี้ไม่ได้ เพราะคนรู้จักเราแบบนี้ไปแล้ว งานเราเป็นแบบนี้ไปแล้ว ต่อให้ผมไม่ทำงานตรงนี้แล้ว คนก็ยังรู้ว่าผมเป็นตูมตามอยู่ดี เพราะฉะนั้นถ้ามีงานก็ทำ ถ้าไม่มีก็หาเวลาให้ตัวเอง มีความสุขกับครอบครัว เอ็นจอยกับชีวิตในด้านอื่นๆ บ้าง ผมรู้สึกว่าตอนนี้มันเป็นเรื่องของการบาลานซ์ชีวิตให้ดีขึ้นมากกว่า”

-อนาคตยาวๆ อีก 10-20 ปี มองว่าตัวเองจะยังคงทำงานในวงการบันเทิงไหม หรือกลับไปว่าใช้ชีวิตที่ต่างจังหวัด

เมื่อบาลานซ์ชีวิตได้แล้ว งานก็คือส่วนหนึ่งในชีวิต มันยังมีประโยชน์อยู่ คนต้องการที่เห็นเราอยู่ ยังมีคนจ้างเราอยู่ก็ยังคงทำต่อไป แต่ถ้าเราไม่มีงาน เราก็มีการวางแผนที่จะใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง เพราะผมมองว่ามันมีโอกาสเป็นได้ทั้งสองแบบ ทำงานในวงการบันเทิงไปเรื่อยๆ เพราะงานในวงการ นักแสดงบทบาทมันก็เปลี่ยนไปตามอายุได้ แต่ถ้าวันหนึ่งมันไม่ได้แล้วจริงๆ ก็เตรียมพื้นที่รองรับไว้ให้ตัวเอง ใช้ชีวิตในอีกด้านหนึ่งได้เหมือนกัน

-งานในวงการบันเทิง คุณคิดว่าอะไรสำคัญที่สุด ที่ทำให้อยู่วงการนี้ได้ยาวนานและมีความสุข

คงเป็นเพราะผมบอกกับตัวเองเสมอตั้งแต่เข้ามาในวงการบันเทิง โชคดีที่เราเป็นคนที่มองออกและคิดออกว่า หน้าที่ของเราในวงการบันเทิงมันอยู่ตรงไหน ผมมองมันเป็นอาชีพ ไม่ได้มองมันเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ จึงต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด ผมต้องเก่งขึ้น ต้องเติบโตขึ้น หรือ การได้เลื่อนขั้นในหน้าที่ของผมคือการได้รับความไว้วางใจในงานเรื่อยๆ นั่นมาจากที่เราเก่งขึ้น การที่เข้าใจงานมากขึ้น โตขึ้น แล้วก็พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้มันจะอยู่ได้ยาวนานกว่าแค่มีชื่อเสียง

ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลางตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง

-เวลาเจอปัญหาหนักๆ ในชีวิต คุณแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างไร

ถ้าพูดในวันที่เข้าใจแล้ว ผมแค่พยายามวิ่งชนความเป็นจริง เพราะว่าความจริงเป็นสิ่งที่ทำให้เราแก้ปัญหาได้ถูกต้อง และเราต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับมัน เมื่อก่อนก็เคยเป็น หาไม่เจอ เราเป็นใคร ชีวิตแบบไหน เราต้องการอะไร สิ่งที่เราทำอยู่มันใช่สิ่งที่เราต้องการจริงๆ หรือเปล่า ก็ตั้งคำถามกับตัวเองเยอะมาก เรียนรู้หลายๆ อย่าง สุดท้ายก็วิเคราะห์หลายๆ สิ่งหลายๆ ว่าสุดท้ายผมใช้ชีวิตในขอบเขตที่ทำได้ ยอมรับความเป็นจริงแค่นั้น

-หลายคนมองว่า คุณเป็นคนเข้าถึงยาก คุณมองตัวเองว่าเป็นแบบนั้นไหม

ผมเจอคำถามนี้เยอะมาก ถ้ามีโอกาสได้คุยกันนะ ผมคุยแบบเปิดอกเลย ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยมีกำแพงกั้น ไม่ได้เข้าถึงยากอะไรเลย ผมแยกชีวิตจริงกับโซเชียลต่างกัน คือบางคนอาจจะเห็นผมผ่านสื่อและโซเชียล แต่ในชีวิตจริงผมเป็นคนธรรมดามาก อยากใช้ชีวิตแบบธรรมดาด้วย อิจฉาคนอื่นเสมอ เขาไม่ต้องแต่งตัวกันเนอะ เขาก็ยังไปนู้นมานี่ใช้ชีวิตปกติได้ แต่หน้าที่ที่ผมเป็น บางครั้งเกิดคำถามกับตัวเอง ทำไมเราต้องปลูกฝังให้คนจำเราในภาพลักษณ์ที่มันดูเพอร์เฟคเสมอ คนถึงจะยอมรับ ทำไมเราถึงไม่เป็นเราปกติ มันก็เลยเกิดคำถามเหล่านี้เกิดขึ้นมา

ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลางตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง

-มุมมองความรักในวัย 29 ของคุณ ต่างจากเมื่อก่อนเยอะไหม มองความรักเป็นอย่างไร

จริงๆ มุมมองความมันเปลี่ยนไปทุกครั้งที่มีความรักนะครับ เหมือนผมเป็นคนสนใจที่จะศึกษาเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะผมรู้สึกว่า อันนี้วัดจากตัวเองเลย ผมเป็นคนที่แพชชั่นทุกอย่างเกิดจากความรักหมด รักในงาน รักพ่อแม่ รักเพื่อน รักในทุกอย่างของชีวิต เพราฉะนั้นมุมมองของชีวิตมันก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปเสมอๆ 

ถ้าอัปเดตวันนี้กับเมื่อก่อนมันเป็นคนละเรื่องกันเลย เมื่อก่อนเหมือนเรายังไม่รู้อะไร แต่อยากรู้ก็เลยกระโดดเข้าไปเรียนรู้ แต่วันนี้เหมือนใน 1 บท ของขั้นตอนความรัก อย่างเรื่องของการมีแฟนเราไม่สนแล้ว ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญแล้ว เหมือนรู้สึกว่า แค่แฟนมันคงไม่หนักแน่นพอ ของการจะมีความรัก

มันก็เลยย้อนมาว่า แล้วมันต้องรักแบบไหนล่ะ เราตามหาอะไรล่ะ มันควรจะคบกันแล้วจบกันไปหรอ หรือมันจบที่เรารักกันวันหนึ่งมีครอบครัวแต่งงาน แล้วครอบครัวเราล่ะเขาทำอย่างไร ก็เลยไปเจอบางอย่างที่เรารู้สึกว่าไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตคือการตั้งใจรักเพื่อจะถึงวันที่มีครอบครัว มันก็เปลี่ยนไปในรูปแบบที่มันชัดเจนขึ้น

“ลองคิดเล่นๆ ถ้าคิดจะหาแฟนคนหนึ่งมันดูไม่ยาก เราเจอใครอาจจะยังไม่ถูกใจ 100% แต่มันก็คบกันได้ แต่ถ้าเกิดว่าเราจะหาภรรยาสักคน เราจะหาภรรยาเนี่ย วิธีการคิดก็เปลี่ยนแล้ว เพราะมันจะเริ่มเห็นภาพว่าเราต้องอยู่ด้วยกันตลอดนะ เราจะต้องเจอคนแบบไหน เราต้องการอะไรกันแน่ มันมีเงื่อนไขอะไรบ้าง”

-คุณออกกำลังกายกายเยอะมาก เพราะอะไรคุณถึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

สุขภาพมาก่อนเลย เรารู้สึกว่า มันเริ่มชัดมากเมื่อ 3 ปีก่อน เราทำงานหนัก เรารู้สึกว่าเรากินไม่ดี พักผ่อนน้อย ไม่ออกกำลังกายอีก มันรู้สึกเราเหนื่อย ระบบร่างกายเสีย ก็เลยลองหาข้อมูลต่างๆ ก็มีแต่การออกกำลังกาย ที่ทำให้ร่างกายเราทนความเหนื่อยได้มากขึ้น เลยลองค่อยๆ เปลี่ยนตัวเอง ใส่ใจกับมันมากขึ้น ให้ค่าให้ความสำคัญกับมันมากขึ้น

พอมันมาอยู่ในชีวิตเรามากขึ้น เราสดชื่นขึ้น แข็งแรง หุ่นดีขึ้น สิ่งที่ทุกคนเห็นว่าผมออกกำลังกายเยอะมาก เพราะว่าผมนำมันมาอยู่ในกิจกรรมสำคัญในชีวิต จริงๆ แล้วถ้าทุกคนเซ็ตระบบให้การออกกำลังกายอยู่ในชีวิต จะรู้ว่ามันไม่ใช่กิจกรรมแปลกประหลาดมันเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะมี

ตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลางตูมตาม-ยุทธนา เปื้องกลาง

-คุณทำงานในวงการบันเทิงมาหลากหลาย มีงานอะไรอีกบ้างที่คุณอยากจะลองทำสักครั้งในชีวิต

จริงๆ ตอนนี้ผมสนใจอยู่เรื่องหนึ่งครับ เรื่องอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับวงการบันเทิง ผมชอบงานที่พูดคุยกัน ชอบที่จะนั่งฟัง แลกเปลี่ยนความรู้กัน ได้เรียนรู้ในโลกของปัญหาการใช้ชีวิต ไม่รู้สิ ผมรู้สึกว่ามันอิ่มใจ เวลาเราได้ร่วมกันแก้ปัญหาต่างๆ ปัญหาชีวิตหรืออะไรก็ตาม หรือจะถกเถียงกัน หลายครั้งเราได้แลกเปลี่ยนความคิด มันทำให้เรามีทางออก เจริญเติบโตขึ้น

นอกจากเรื่องราวความรักที่หลายคนติดตาม เชื่อว่าวันนี้เราได้รู้จัก ตูมตาม ยุทธนา มากขึ้น ผ่านมุมมองต่างๆ ในการคิดและการใช้ชีวิต

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลา