หางานอยู่ ได้งานชัวร์! ถ้ามีครบ 12 ทักษะพื้นฐานนี้

หางานอยู่ ได้งานชัวร์! ถ้ามีครบ 12 ทักษะพื้นฐานนี้
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าใครกำลังมองหางาน แต่ยังไม่แน่ใจว่าผู้จ้างต้องการอะไรบ้าง เราขอแนะนำว่า 12 ทักษะเหล่านี้ น่าจะต้องอยู่ในลิสต์ของสิ่งที่ผู้จ้างกำลังตามหาอยู่อย่างแน่นอน แม้ว่าหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าเรื่องประสบการณ์ และเรื่องของระดับการศึกษาจะเป็นสิ่งสำคัญ (ก็สำคัญนะ) แต่ถ้าคุณไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าคุณมีทักษะเหล่านี้ได้ โอกาสที่จะได้งานนั้นก็อาจจะลดลงได้ ส่วนทักษะพื้นฐานเหล่านี้จะมีอะไรบ้าง Tonkit360 มีมาฝากกันที่นี่

การสื่อสาร
นี่น่าจะเป็นทักษะที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ การสื่อสารที่หมายถึงตรงนี้ มีทั้งเรื่องการพูดจาให้รู้เรื่อง และการเขียนอีเมลที่อ่านแล้วเข้าใจ ความจริงแล้วก็อาจจะมีบางคนที่สื่อสารแบบพูดได้ แต่เขียนงานไม่ดี หรือสลับกัน และการจะหาคนที่ทำได้ทั้งสองอย่างได้อย่างยอดเยี่ยมนั้นก็ไม่ได้หากันได้ง่าย ๆ

การตัดสินใจ
ทักษะในการตัดสินใจนั้นไม่ใช่ทักษะสำหรับคนเป็นผู้จัดการหรือเจ้านายเท่านั้น แต่คนที่เป็นลูกจ้างเองก็ต้องสามารถตัดสินใจเรื่องบางเรื่องเองได้ ไมว่าจะอยู่ในตำแหน่งไหนของบริษัทก็ตาม เพราะวันดีคืนดี คน ๆ นี้อาจจะขึ้นมาเป็นเจ้านายหรือผู้บริหารในอนาคตก็ได้ (ถ้าวันนี้ทำไม่ได้ แล้ววันหน้าจะทำได้มั้ยล่ะ?)

ความยืดหยุ่น
การทำงานแบบมีกรอบนั้นก็ไม่ดีเสมอไปหรอก งานบางอย่างนั้นก็จำเป็นที่จะต้องมีความยืดหยุ่นตามสภาพงานด้วย และต้องรู้จักปรับตัวตามสถานการณ์เมื่อจำเป็น

ความตั้งใจ
เอาจริง ๆ นะ มีใครล่ะที่ไม่อยากได้พนักงานที่ตั้งใจทำงาน? และเพื่อจะให้เรื่องนี้น่าเชื่อถือเข้าไปอีก มีการวิเคราะห์มาแล้วว่าบริษัทที่มีพนักงานที่ตั้งใจทำงาน จะมีผลกำไรมากกว่าบริษัทอื่น ๆ ถึง 21เปอร์เซ็นต์เชียวนะ

กล้าคิด กล้าทำ และคิดนอกกรอบ
เชื่อหรือไม่ว่า สมัยนี้บริษัทต่าง ๆ นั้นต่างอยากได้คนที่กล้าคิดค้นคว้า กล้าลองสิ่งใหม่อยู่เสมอ เพราะมันจะสามารถช่วยพัฒนาตัวบริษัทได้ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม

เคารพกฎ
ถึงจะเก่งแค่ไหน ยังไงผู้จ้างก็ต้องการคนที่เคารพกฎ และมาตรฐานของบริษัท เช่นว่าต้องเข้าใจว่าเรื่องไหนบอกใครไม่ได้ หรือกล้าบอกทุกครั้งเวลามีเรื่องที่ไม่เหมาะสมเกิดขึ้นในบริษัท รวมถึงเป็นคนที่ซื่อสัตย์ด้วย

มีความเป็นผู้นำ
ทักษะเรื่องความเป็นผู้นำ ลูกจ้างหลาย ๆ คนอาจจะมองว่า นี่เป็นทักษะของคนที่เป็นผู้จัดการหรือผู้บริหารนี่ แต่จริง ๆแล้วการเป็นผู้นำนั้น สามารถโยงไปถึงการตัดสินใจ หรือการนำในการร่วมงานเป็นกลุ่ม เช่น การทำโปรเจกต์ระยะสั้นเป็นต้น ทักษะการเป็นผู้นำจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ การเป็นผู้นำไม่ได้มาแค่การเป็นผู้นำแผนกหรืองานกลุ่ม แต่บางทีมันก็มาจากการจุดประกายเพื่อนร่วมงานเหมือนกัน

ความอยากรู้อยากเห็น
สำหรับคนที่เป็นเจ้านายนั้น คงชอบที่จะเห็นลูกจ้างที่มีความอยากรู้ อยากเห็น และอยากเรียนรู้การงานเพื่อพัฒนาตัวเอง เพราะนอกจากจะเป็นทัศนคติที่ดีแล้ว ยังเป็นเรื่องดีต่อตนเองเพราะจะได้เรียนรู้ และอาจจะช่วยทำให้งานดูหลากหลายมากขึ้น เพราะทักษะที่มากงาน งานชนิดอื่น ๆ ก็จะเข้ามาหาด้วย นอกจากนี้ จากการสำรวจ คนที่เคยไปลองเรียนวิชาเสริมนอกเวลา มักจะมีทักษะในการทำงานที่ดีกว่าคนที่ไม่เรียนส่วนใหญ่

แรงจูงใจในการทำงาน
มีความเชื่อว่า ถ้าคนอยากทำงาน หรือมีแรงจูงใจให้ทำงานนั้น ๆ งานก็จะออกมาดีขึ้นเพราะคน ๆ นั้นจะทุ่มทั้งแรงกายและใจลงไปในชิ้นงาน และยอมเหนื่อยที่จะทำมันให้ออกมาให้ดี แทนที่จะทำแบบลวก ๆ ส่งให้ไป ประโยคเด็ดของเรื่องแรงจูงใจนั้น คือว่า “เงินไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เรามีความสุขได้ตลอด แต่ถ้าทำงานแล้วมีความสุข นั่นแหละจะทำให้คุณมีความสุขที่สุด”

สามารถต่อรองได้
ทักษะในการต่อรองนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญของธุรกิจ เพราะส่วนใหญ่แล้วการทำงาน ก็ต้องมีการต่อรอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ คนที่มีความเข้าใจในเนื้องาน และสามารถอธิบายรวมถึงต่อรองในสถานการณ์ต่าง ๆ นั้น ถือเป็นพนักงานที่ดี แต่อย่าลืมนะ ว่าการต่อรอง กับการ “เถียง” นั้นไม่เหมือนกัน

ทำงานเป็นทีม
งานบางชิ้นนั้น ก็เป็นงานเดี่ยวที่ต้องทำคนเดียว แต่งานส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นงานใหญ่ ที่ต้องใช้คนทำมากกว่าหนึ่งคนซึ่งมีให้เห็นกันเป็นประจำ แม้ว่างานนั้นจะมีไม่บ่อยนัก แต่คนที่สามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้ ถือเป็นบุคคลที่บริษัทต่าง ๆ ควรให้คุณค่าไว้ บางทีงานบางชิ้นนั้นมีความจำเป็นจะต้องใช้คนมากกว่าหนึ่งคน ต่อให้คน ๆ นั้นจะเก่งแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าทำงานร่วมกับคนอื่นไม่ได้ ก็ไม่ช่วยอะไร

บริหารเวลา
ทักษะการบริหารเวลานั้นถือเป็นทักษะการงาน และจะช่วยในการใช้ชีวิตด้วยนะ (จะได้ไม่เครียดไม่เกินไป) ซึ่งการบริหารเวลานั้นขึ้นอยู่กับการจัดตความสำคัญของงานแต่ละชิ้น ว่างานชิ้นไหนสามารถทำให้เสร็จได้เลย มีประชุมตอนไหน และจะกลับมาทำงานที่เหลือเสร็จทันกำหนดหรือไม่