Mido แนะนำคอลเลคชั่น Commander Big Date Anthracite

Mido แนะนำคอลเลคชั่น Commander Big Date Anthracite

ในโลกของแฟชั่น “สีดำ” นั้นถือเป็นสีอมตะเหนือกาลเวลา เกือบทุกๆ ไอเท็มเด็ดในการแต่งตัวที่ทุกคนมีจะต้องเป็นโทนสีดำไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า หรือแม้แต่เครื่องประดับเอง เพราะสีดำนั้นเป็นเป็นสีเบสิกที่ง่ายในการเลือกหยิบมาสวมใส่หรือจะมิกแอนแมทช์เข้ากับสีสันอื่นๆ สร้างสไตล์หล่อเท่ได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ล่าสุดแบรนด์เรือนเวลาหรูสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ มิโด (Mido) พร้อมเอาใจเหล่าหนุ่มเท่อย่างมีสไตล์ด้วยเรือนเวลาสีดำสุดหรูในคอลเลกชั่นที่ชื่อว่า คอมมานเดอร์ บิ๊ก เดท แอนทราไซต์ (Commander Big Date Anthracite) พร้อมแนะทริคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์นาฬิกาเรือนสีดำเข้มเสริมลุคเท่อย่างไม่น่าเบื่อในทุกๆ วัน

มิโด (Mido) หนึ่งศตวรรษแห่งความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความยอดเยี่ยมในโลกแห่งเวลา แบรนด์นาฬิกาในเครือ สวอทช์ กรุ๊ป (Swatch Group) ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (Georges Schaeren) เริ่มก่อตั้งบริษัท Mido G.Schaeren & Co. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ตั้งแต่วันที่ 11เดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบถ้วน รวมถึงความเที่ยงตรงสูงซึ่งได้รับการรับรองจาก Contrôle Official Suisse des Chronomètres (Official Swiss Chronometer Testing Institute) หรือ COSC.

สำหรับคอลเลคชั่น คอมมานเดอร์ บิ๊ก เดท แอนทราไซต์ (Commander Big Date Anthracite) ที่หยิบนาฬิการุ่นคลาสสิกระดับตำนานอย่างรุ่นคอมมานเดอร์ (Commander) มาปรับโฉมให้มีดีไซน์ที่ดูสวยหรูและมีความโมเดิร์นทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยการออกแบบที่เลือกใช้เฉดสีดำแอนทราไซต์ตลอดทั้งเรือน พร้อมกับความโดดเด่นของรูปลักษณ์ที่มีความลงตัวกับหน้าต่างช่องแสดงวันที่แบบ 2 ช่องแยก ซึ่งจัดวางอยู่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา ที่ยังถือเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นบิ๊ก เดทด้วย โดยหน้าปัดตัวเรือนมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตรผลิตจากสแตนเลสสตีลขัดแต่งแบบซันเรย์ซาติน สะกดทุกสายตาด้วยการเคลือบ PVD แอนทราไซต์ (Anthracite) พร้อมขอบตัวเรือนที่มีการขัดเงาให้ดูสวยงาม หลักชั่วโมงบนหน้าปัดได้รับการเคลือบสารเรืองแสงแบบซูเปอร์-ลูมิโนวาสีเขียว (Super-LumiNova) จึงมั่นใจได้ว่าจะสามารถมองเห็นในยามค่ำคืนหรือบริเวณที่มีแสงน้อยได้อย่างชัดเจน

เช่นเดียวกับเข็มชั่วโมงและเข็มนาทีตกแต่งแบบไดมอนด์คัทพร้อมเคลือบสารเรืองแสงสีเขียวตัดกับสีหน้าปัดได้อย่างลงตัว ปิดครอบทับด้วยกระจกผลิตจากแซฟไฟร์ทรงโดม เชื่อมเข้ากับสายนาฬิกาแบบสแตนเลสสตีลเคลือบ PVD สีดำแอนทราไซต์ (Anthracite) เช่นเดียวกับหน้าปัด ตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติที่มีความยอดเยี่ยมและได้รับการพัฒนาอย่าง Caliber 80 ที่สามารถสำรองพลังงานสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังสามารถมองเห็นชิ้นส่วนของกลไกขณะทำงานที่ผ่านการขัดแต่งสุดประณีตด้วยโรเตอร์ขึ้นลาน ขัดลายเจนีวาสไตรปส์ พร้อมแกะสลักโลโก้ Mido อย่างสวยงาม ผ่านทางฝาหลังแบบใส และความสามารถในการกันน้ำของนาฬิการุ่นนี้อยู่ที่ประมาณ 50 เมตร

นอกจากนี้ทางแบรนด์ มิโด (Mido) ยังได้แนะทริคการเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์นาฬิกาสีดำเข้มเสริมลุคสุดเท่อย่างไม่น่าเบื่อในทุกๆ วัน เริ่มจาก ลุควันสบายๆ เดินเล่น นาฬิกาเรือนสีดำดีไซน์เรียบโก้ ที่มีสายนาฬิกาเป็นสายผ้าหรือสายสแตนเลสสตีล มิกซ์แอนแมทช์คุมโทนเข้ากับเสื้อผ้าในโทนสีเบสิกไม่ว่าจะเป็นเสื้อยืดกับกางเกงชิโน่สีขาวหรือสีดำ พร้อมหยิบรองเท้าสนีกเกอร์สีดำคู่โปรดมาแมทช์ก็จะให้ลุคที่ดูเท่ในสไตล์มินิมอล

ถัดมาที่ลุควันทำงาน ที่ต้องเน้นความภูมิฐานและความน่าเชื่อถือ นาฬิกาเรือนสีดำคลาสสิกสายหนังหรือสายสแตนเลสสตีล ที่มีดีไซน์คลาสสิกและมีฟังก์ชั่นในการบอกวันที่ช่องใหญ่ ก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งที่จะสวมใส่เข้ากับชุดสูทสีดำ หรือสีน้ำตาล ช่วยเสริมลุควันทำงานให้ดูหล่อ เท่ และมีความภูมิฐานเป็นอย่างยิ่ง

ปิดท้ายที่ ลุคปาร์ตี้ ที่ต้องเน้นความโดดเด่นและดูน่าสนใจ นาฬิกาเรือนสีดำเข้มที่มีลูกเล่นแต้มสารเรืองแสงบนเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงสามารถอ่านค่าในที่มืดได้ มิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับเสื้อยืดสีดำกับกางเกงยีนส์สีดำกระบอกเล็ก ขาเต่อ สวมทับด้วยบอมเบอร์แจ็กเก็ตโทนสีแดงเข้มก็จะช่วยเสริมลุคที่ดูเท่อย่างมีสไตล์ สร้างความโดดเด่นอย่างน่าจับตามอง