Mido แนะเคล็ดลับเลือกนาฬิกาให้เหมาะสมกับลุคทำงานในแต่ละโอกาส

Mido แนะเคล็ดลับเลือกนาฬิกาให้เหมาะสมกับลุคทำงานในแต่ละโอกาส

การแต่งตัวและบุคลิกภาพที่ดีนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจในการทำงานแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเจอได้ ซึ่งสำหรับหนุ่มนักธุรกิจทั้งหลายนาฬิกาคือเครื่องประดับสำคัญที่จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของผู้สวมใส่ให้ดูดีและภูมิฐานได้มากยิ่งขึ้น โดยล่าสุดแบรนด์นาฬิกาหรู มิโด (Mido) ได้เปิดตัวนาฬิกาดีไซน์ล่าสุดในโอกาสพิเศษของการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการก่อตั้งแบรนด์ ในรุ่นที่ชื่อว่า บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท (Baroncelli Big Date)

บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท (Baroncelli Big Date) เรือนเวลาดีไซน์ใหม่จากตระกูล บารอนเชลลี่ (Baroncelli) ซึ่งเป็นคอลเลกชั่นที่ถูกสร้างสรรค์การออกแบบโดยได้รับแรงบันดาลใจจากการผสมผสานความงดงามของสถาปัตยกรรม 2 แห่ง เข้าด้วยกัน ได้แก่ แรนส์ โอเปร่าเฮ้าส์ (Rennes Opera House) ในประเทศฝรั่งเศส และ กัลเลรีอาวิตโตรีโยเอมานูเอเลเซคอนโด (Galleria Vittorio Emanuele II) ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี โดยเส้นสายความโค้งมนบนตัวเรือนของบารอนเชลลี่นั้นได้สะท้อนให้เห็นถึงเทคนิคการออกแบบและความประณีตชั้นสูงในการสร้างสรรค์เรือนเวลาได้อย่างมีเอกลักษณ์ ซึ่งครั้งนี้ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกฟังก์ชั่น Big Date ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของทางแบรนด์ที่มีรูปแบบการแสดงวันที่ขนาดใหญ่มาใช้เป็นจุดเด่นของนาฬิการุ่น ‘บารอนเชลลี่ บิ๊ก เดท’ (Baroncelli Big Date) พร้อมกับการเพิ่มระดับของกำลังสำรองกลไกให้เพิ่มขึ้นเป็น 80 ชั่วโมง

โดยนาฬิการุ่นดังกล่าวนั้นได้ถูกดีไซน์มาบนตัวเรือนทรงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร ที่ทำจากแตนเลส สตีลในรูปแบบของการไล่ระดับ 2 ชั้น เพื่อให้ตัวเรือนดูมีมิติมากขึ้น พร้อมเทคนิคการขัดแต่งพิเศษและเคลือบสี พีวีดี โรส โกลด์ ( PVD Rose Gold) เพื่อความเงางาม เพิ่มความแปลกตาด้วยหน้าปัดสีขาวบนพื้นผิวแบบด้าน ซึ่งถูกครอบด้วยกระจกแซฟไฟร์ (Sapphire) ทรงโดมที่เคลือบสารกันการสะท้อนเอาไว้ทั้งด้านในและด้านนอก รวมถึงเข็มบอกเวลาแบบชั่วโมงและนาทีที่ถูกขัดแต่งขึ้นอย่างพิถีพิถัน โดยด้านหนึ่งใช้เทคนิคแบบขัดด้าน และอีกด้านหนึ่งเป็นแบบ ไดมอน-คัท (Diamond-Cut) ที่เน้นความเงางาม

ส่วนเข็มแบบวินาทีจะถูกขัดแบบไดมอน-คัท (Diamond-Cut) ทั้งหมด โดยสายของนาฬิกาจะมีทั้งหมด 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ สายข้อต่อเหล็กในเฉดสีแบบทูโทนจากสีเงินของโลหะและสีพีวีดี โรส โกลด์ ( PVD Rose Gold) ที่เคลือบอยู่ตรงช่องกลางของสาย และแบบสายหนังสีดำ พร้อมกับตัวล็อกสายแบบบานพับที่ผลิตจากสแตนเลสและเคลือบสีพีวีดี โรส โกลด์ ( PVD Rose Gold) เหมือนกับตัวเรือน ซึ่งนาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำได้ในระดับแรงดัน 30 เมตร/100 ฟุต ซึ่งสามารถตอบโจทย์เหล่าบิสซิเนสแมนด้วยดีไซน์คลาสสิคที่ผสานความหรูหราและฟังก์ชั่นการใช้งานเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

สำหรับเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษให้เหมาะสมกับลุคทำงานในแต่ละโอกาส เริ่มจาก

- สมัครงานหรือสัมภาษณ์งาน หากเป็นสายงานบริษัทหรืองานออฟฟิศ เสื้อเชิ้ตสีขาวและชุดสูทพอดีตัวในโทนสีคลาสสิคอาทิ สีดำ สีกรม หรือสีเทา เป็นลุคที่ดูภูมิฐานที่สุด ซึ่งอาจจะเลือกเนคไทที่มีสีสันขึ้นมาหน่อยแต่มีลวดลายไม่มาก แต่ถ้าเป็นงาน ครีเอทีฟเบลเซอร์กับสแล็คไม่จำเป็นต้องเข้าสีกันเสมอไป อาจจะเลือกจับคู่สีให้สนุกขึ้น ส่วนเสื้อตัวในอาจจะเป็นเชิ้ตลายหรือเสื้อยืดคอเต่าสีเรียบก็ได้เช่นกัน จากนั้นควรเติมเต็มลุคด้วยรองเท้าหนังสีดำหรือสีน้ำตาล และเพิ่มความมั่นใจด้วยนาฬิกาสักเรือนที่โดดเด่นด้านดีไซน์และสามารถนำเสนอคาแรคเตอร์ของผู้สวมใส่ได้อย่างชัดเจน เพราะมันจะช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูดียิ่งขึ้น ซึ่งหากเป็นคนที่ชอบความคลาสสิคก็อาจจะเลือกแบบสายสแตนเลส แต่ถ้าเป็นหนุ่มที่ชื่นชอบความทันสมัยนาฬิกาสายหนังจะสามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

- ประชุมภายในออฟฟิศ สำหรับวันประชุมงานหรือวันทำงานที่ไม่ได้ปพบลูกค้า อาจจะใส่เป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวหรือแขนสั้นกับกางเกงสแล็คสีดำ ส่วนนาฬิกาก็อาจจะเลือกดีไซน์เรียบหรูที่สวมใส่ง่ายเป็นตัวเรือนทรงกลมก็สามารถเข้าได้กับทุกชุด

- งานเลี้ยงรับรองลูกค้า ส่วนงานเลี้ยงรับรองลูกค้าการแต่งตัวก็จะต้องเป็นทางการมากขึ้น แต่คงไม่เท่ากับการไปสมัครงาน โดยอาจจะเลือกใส่สูทสีกรมหรือสีน้ำเงินเนวี่บลู และเลือกเสื้อตัวในเป็นเสื้อยืดสีขาวหรือสีแดงเบอร์กันดีก็ได้ ใส่กับรองเท้าหนังและนาฬิกาสักเรือนในดีไซน์เรียบเท่อย่างหน้าปัดทรงกลมสายหนังสีดำปั๊มลาย ก็จะช่วยทำให้ลุคดูน่าค้นหามากยิ่งขึ้น