ทุกอาหารมีประโยชน์…ถ้ากินเป็น

ทุกอาหารมีประโยชน์…ถ้ากินเป็น
Penthouse

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มคนรักสุขภาพ เชื่อว่าคุณคงมองอาหารจำพวกเนย นม ชีส เนื้อสัตว์ กาแฟ และอีกหลายอย่างเป็นอาหารนอกสายตาและไม่อยากข้องแวะ แต่รู้ไหมว่าอาหารที่คุณกำลังปฏิเสธอยู่นั้น อันที่จริงก็มีสารอาหารบางอย่างที่สำคัญอยู่ไม่น้อย และคุณจะได้ประโยชน์จากอาหารเหล่านั้นมากกว่าโทษถ้ารู้จักกินหรือ “กินเป็น” เรามีวิธี “เลือกกิน” อาหาร 4 อย่างมาแนะนำ

1.ชีส อาหารที่อุดมด้วยไขมันและแคลอรีแต่ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งสำคัญของแคลเซียม รวมทั้ง “กรดไลโนเลอิกโมเลกุลคู่” ซึ่งเป็นไขมันดีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน กรดไขมันชนิดนี้ยังช่วยในการลดน้ำหนัก ด้วยการไปสกัดกั้นการกักเก็บไขมันในร่างกาย

กินให้เป็น: เลือกชีสชนิด Strong-flavored เช่น เฟต้าชีส บลูชีส และชีสพาร์เมซานสด (ไม่ขูด) ซึ่งคุณจะใช้ในปริมาณน้อยหากนำไปปรุงอาหาร ควรหลีกเลี่ยงชีสประเภทไขมันต่ำ เพราะชีสพวกนี้มีไขมันเพียง 6 กรัมต่อออนซ์ เมื่อนำไปปรุงอาหารจะไม่ได้รสชาติ เราจึงโน้มเอียงที่จะอนุญาตให้ตัวเองกินมันมากขึ้น เช่นเดียวกับชีสไม่มีไขมัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีรสชาติ

2.ช็อกโกแลต อาจเป็นสาเหตุของสิวและไมเกรน ขณะเดียวกันก็มีส่วนผสมบางอย่างที่ต่อต้านการเกิดมะเร็งและโรคหัวใจ เช่นเดียวกับผักและผลไม้ เว้นแต่มีไขมันสูงกว่าเท่านั้น แต่ถ้าหากคุณมองหาช็อกโกแลตในตอนที่หดหู่นั่นก็ถูกต้อง เพราะมันจะเพิ่ม “สารเซโรโทนิน” ในสมอง ทำให้อารมณ์ดีขึ้น

กินให้เป็น: เลือกดาร์กช็อกโกแลต เพราะช็อกโกแลตยิ่งเยอะก็หมายความว่าใส่โกโก้บัตเตอร์ซึ่งอุดมด้วยไขมันน้อยลง หลีกเลี่ยงช็อกโกแลตที่ผสมคาราเมล มาร์ชเมลโลว์ และไขมันอื่นๆ ที่ทำให้อ้วน

 3.เนื้อวัว ให้ของขวัญตัวเองด้วยการหยุดกินไก่ย่างชั่วคราว แล้วหันมากินสเต็กสักชิ้น ก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปหยาบช้าแต่อย่างใด เพราะเนื้อวัวเป็นแหล่งดีเลิศของโปรตีน และสารอาหารที่คนเรามักได้รับจากอย่างอื่นไม่เพียงพอ เช่น เหล็ก สังกะสี และวิตามินบี 12

กินให้เป็น: เลือกเนื้อโคนขาหรือเนื้อสะโพก ซึ่งเป็นส่วนที่มีเนื้อมากกว่ามัน เพราะจะมีไขมันอิ่มตัวเพียง 4.5 กรัมหรือน้อยกว่าต่อเนื้อหนัก 3 ออนซ์ ที่สำคัญควรเหลือเนื้อที่ในจานสำหรับใส่ผักได้มากๆ ควรหลีกเลี่ยงเนื้อซี่โครงและทีโบน เพราะมีไขมันและแคลอรีมากกว่าส่วนอื่นๆ เป็นเท่าตัว

4.กาแฟ ต่อให้เป็นคนรักสุขภาพก็ไม่จำเป็นต้องงดดื่มกาแฟ เพราะการวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า กาแฟไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหัวใจ เนื้อเยื่อในหน้าอกผิดปกติ หรือความดันโลหิตสูง แต่กาเฟอีนในกาแฟช่วยบรรเทาอาการแพ้ ทำให้กระฉับกระเฉงและสมาธิดีขึ้น

กินให้เป็น: กำหนดตัวเองให้ดื่มกาแฟไม่เกิน 2-3 แก้วต่อวัน และอย่าใส่ครีมกับน้ำตาลให้มากนัก ควรเลี่ยงกาแฟแก้วใหญ่พิเศษที่อุดมไปด้วยครีม น้ำตาล และวิปครีม ซึ่งให้แคลอรี่มากถึง 300 แคลอรี

รู้อย่างนี้แล้ว ใครที่เคยปฏิเสธอาหารทั้ง 4 อย่างหัวชนฝา ก็สามารถกลับมาลิ้มลองอีกครั้ง ขณะเดียวกันคนที่เคยกินแบบไม่บันยะบันยัง กินตามใจปาก หากหันมากินแบบรู้จักเลือกและรู้จักเลี่ยง ก็จะได้ความอร่อยและได้คุณประโยชน์มากกว่าโทษเช่นเดียวกัน