เปิดใจ หลุยส์ สก๊อต กับบทบาทใหม่ บรรณาธิการบริหาร Men's Fitness Thailand

เปิดใจ หลุยส์ สก๊อต กับบทบาทใหม่ บรรณาธิการบริหาร Men's Fitness Thailand

หากพูดถึงผู้ชายที่มีบุคลิกภาพดี โดดเด่นด้วยผลงานในวงการบันเทิง เชื่อว่า "หลุยส์ สก๊อต" คือ ผู้ชายอีกหนึ่งคนที่มีคุณสมบัตินั้น เพราะด้วยรูปร่างหน้าตา บวกกับความสามารถรอบด้าน ทำให้ หลุยส์ มีโอกาสทำงานในวงการบันเทิงในหลากหลายสาขาทั้งงานเพลง งานถ่ายแบบ หรือแม้แต่งานละคร

แต่นอกเหนือจากงานเบื้องหน้า ปัจจุบัน หลุยส์ สก๊อต ยังก้าวมารับหน้าที่บรรณาธิการบริหารให้กับนิตยสาร Men's Fitness Thailand อะไรทำให้ผู้ชายคนนี้ตัดสินใจรับหน้าที่ใหม่ที่ดูจะไกลตัว วันนี้ Sanook! Men ขอพาทุกคนมาเปิดใจบก.คนใหม่ คนนี้กัน

-ความรู้สึกแรกที่คุณถูกทาบทามให้ทำหน้าที่บรรณาธิการบริหารคุณรู้สึกอย่างไร

ตอนแรกผมปฏิเสธไป  เหตุผลเพราะว่าผมไม่ได้จบเกี่ยวกับภาษาหรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับบทบาทหน้าที่บรรณาธิการ แต่ด้วยความเชื่อใจของทีมงานที่เขาบอกกับคุณอาลี ซีอานี (ผู้บริหาร แมส กรุ๊ป) ว่ายังไงคิดว่าหลุยส์น่าจะเหมาะกับหน้าที่นี้ เพราะผมค่อนข้างเป็นคนละเอียด ตั้งแต่เด็กผมพูดไทยไม่ค่อยชัดมีคนสอนตลอดเวลา นี่คือผิด นี่คือถูก ผมเลยรู้สึกว่าเราด้อยด้านนี้ ตอนเด็กๆ  จะเรียนภาษาอังกฤษตอนเช้า ตอนเย็นก็ไปโรงเรียนไทย เพราะฉะนั้นผมเลยขอเข้ามาดูก่อนแล้วกันว่าหน้าที่จริงๆ เขาอยากให้ทำอะไรบ้าง

-ก่อนจะเข้ามารับหน้าที่นี้ คุณตีความการเป็นบรรณาธิการไว้อย่างไรบ้าง

ตอนแรกคิดว่าให้ดูหมด แบบดูหมดจริงๆ แมกกาซีนมันต้องมีโฆษณา ผมนึกว่าให้ผมดูทุกอย่าง หาสปอนเซอร์ ไปฟรีเซ็นต์เพราะหน้าที่หลักผมเป็นนักแสดง ไม่ค่อยได้ไปแตะต้องเรื่องนี้  มุมมองของตำแหน่งบรรณาธิการบริหารที่บริษัทต้องการประมาณไหน ผมกลัวว่าตัวเองจะทำไม่ได้ดีเท่าที่คนอื่นคิดว่าผมจะทำได้ แต่หลังจากเราเรียนรู้งานมา 3 เดือน  ปรับเปลี่ยนตัวเอง ปรับความคิด พยายามที่จะเข้าหาหนังสือของเจ้าของหัวหนังสือที่แท้จริงซึ่งอยู่ที่อเมริกา และจะทำยังไงให้เหมาะสมกับคนไทย ผมก็เสนอทางทีมงานเยอะจนบางครั้งเลอะเทอะ ไอเดียของเรายังไม่อยู่บนแนวทางของหนังสือ มันยังกว้างอยู่ ตอนนี้เริ่มแคบลงรู้แล้วว่าทาง Men's Fitness เป็นแบบไหน

-เมื่อเข้ามาทำงานจริงจังมันต่างจากที่คุณคิดไว้ไหม

เครียดมาก แต่หลังจากที่ผมได้เจอทีมงาน ได้พบหัวหน้าของแต่ละแผนกคือเขามีแผนงานที่ชัดเจนในสิ่งที่ทำ การทำงานเป็นทีมเวิร์ก ในส่วนที่เขาอยากให้เราทำคือดูเรื่องภาพรวมก่อน  เรื่องการจะจัดวางตัวหนังสือต่างๆ ช่วงแรกมันค่อนข้างหนักหน่อย แต่ทีมงานดีมาก "คุณหลุยส์ไม่ต้องมานั่งอ่านทุกเม็ดเลยนะ" เขามีทีมงาน ของเราเน้นข้อมูล อะไรที่ผมสนใจอยากนำเสนอกับผู้อ่าน ผมสามารถดึงเข้ามาได้ ปรับเปลี่ยนได้ หรือว่าจะเพิ่มข้อมูลของเราเอง ซึ่งตอนนี้เล่มใหม่ที่เพิ่งวางจำหน่ายไป ผมก็ให้เพิ่มเปอร์เซ็นต์ของข้อมูลที่เราทำเอง เพื่อให้คนไทยแตะต้องได้ เรื่องโภชนาการ หรือเรื่องกีฬาที่คนไทยเริ่มฮิต อย่างเรื่องจักรยาน เราสามารถมิกซ์แอนด์แมทช์ในสิ่งที่เราอยากให้ผู้บริโภคได้อ่าน ผมเชื่อว่าในสิ่งที่ผมสนใจผู้บริโภคก็น่าจะอยากอ่านเช่นกัน ผมก็เลยนำข้อมูลเหล่านี้ปรับเปอร์เซ็นต์ข้อมูลจากยูเอสให้น้อยลง

-คุณมองภาพของ Men's Fitness ไว้อย่างไร

ผมมอง Men's Fitness เป็นแนวทางสำหรับคนที่อยากจะพัฒนาตัวเอง ทั้งทางด้านความรู้ โภชนาการ การออกกำลังกาย โดยไม่ว่าคุณจะอยู่ในระดับไหน เริ่มต้นอยากจะพัฒนาตัวเอง  หรือคุณอยู่ในขั้นที่จริงจังจนถึงอยากเข้าประกวด หรือเป็นนักกีฬาอาชีพ ในหนังสือมีข้อมูลในทุกระดับ คือ สำหรับคนที่เพิ่งหัดเล่นเราก็จะมี ทริคง่ายๆ ว่าควรออกกำลังกายอย่างไร เปลี่ยนความคิดอย่างไร และก็เป็นโชคดีที่ผมตัดสินใจว่าควรจะมีกูรู 4 คน ที่จะมาค่อยแนะนำให้ความรู้ในแง่มุมต่างๆ

-ภาพการเป็นดาราของคุณชัดเจนกว่า เรานึกไม่ออกเลยว่าตอนคุณเป็นบรรณาธิการบริหาร สไตล์การทำงานของคุณเป็นอย่างไร

สบายๆ ครับ ผมไม่อยากให้การทำงานเครียด เป็นการนั่งประชุมทุกคนต้องมีการบ้าน ทุกคนต้องพร้อม อยากให้บรรยากาศเป็นกันเองเพราะเพื่อนร่วมงานจะได้ไม่เกร็ง สามารถที่จะโยนไอเดียกัน มีผิด มีถูก ไอเดียมันจะบรรเจิดมากกว่าในความรู้สึกของผม เพราะความคิดใหม่ๆ มันไม่จะไม่มีกฎของมัน

-บรรณาธิการบริหารไม่ได้มีหน้าที่บริหารเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังต้องบริหารคนด้วย สำหรับคุณมีหลักการบริหารคนอย่างไร

เราเป็นหัวหน้าและเราเป็นน้องใหม่ในวงการนี้ และวงการนี้มีวัฒนธรรมของพี่น้อง มันค่อนข้างที่จะยากนิดนึง ผมจึงเอาข้อมูล ของหนังสือเป็นตัวนำ แน่นอนอยู่แล้วเราก็ต้องอ่อนน้อม เพราะเราเกือบจะเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในทีม แต่เขาก็สามารถค้านเราได้ ไม่เห็นด้วยก็บอกได้ มันเป็นการรวมไอเดียกัน ความเห็นไม่ตรงกับคนอื่นก็ไม่เป็นไร อยู่นอกออฟฟิศก็เป็นพี่น้องกัน ในทีมบางคนโทรมาห้าทุ่มเที่ยงคืน ผมก็ยังรับ ผมเคยชินกับงานอยู่แล้ว ผมไม่ใช่คนที่เคร่งครัดว่านี่มันนอกเวลางานนะ

-แม้เรื่องออกกำลังกาย บริหารร่างกายจะเป็นเรื่องที่คุณมีพื้นฐานอยู่แล้ว แต่มีอะไรบ้างไหมที่คุณต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากการรับหน้าที่นี้

เพิ่มเยอะเลย จากที่ผมเป็นผู้อ่าน ตอนนี้ผมเป็นคนหาข้อมูล เพราะฉะนั้นเรามาทำหน้าที่นี้เราต้องเป็นผู้นำ เรื่องข้อมูลพยายามหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์และคนทั่วไปยังไม่รู้ แต่ต้องยอมรับว่ามีค่ายอื่นๆ ที่เขาก็รีเสิร์ชข้อมูลมาเหมือนกัน เราเลยต้องเน้นตั้งแต่ต้นทาง ข้อมูลเราพยายามจะคุยกับทางอเมริกาให้ใกล้ชิดที่สุด ยูลองเขียนตรงนี้ได้ไหม อเมริกันฟุตบอลบ้านเราไม่ดู เปลี่ยนเป็นฟุตบอลไหม เราพยายามปรับเนื้อหาให้สดใหม่ รู้ก่อนใคร สำหรับผมข้อมูลสำคัญที่สุด  

-ในการผลิตเนื้อหาออกมาเป็นรูปเล่ม อะไรคือสิ่งที่บรรณาธิการบริหารอย่างหลุยส์ให้ความสำคัญที่สุด

เราจะไม่เป็นแบบตามกระแสเพื่อเน้นความรวดเร็ว หรือไม่เน้นสร้างเป็นประเด็นเพื่อให้คนติดตามมากขึ้น อะไรที่มันนอกเหนือจากสุขภาพและกรอบความคิด  เรามีแนวทางของเรา ไม่ได้อยากแข่งกับใคร บางครั้งข้อมูลที่เน้นแรงเพื่อเป็นกระแสมันก็ผิดจรรยาบรรณ เล่มนี้จะเป็นแง่บวกทั้งเล่ม อะไรลบๆ จะไม่มี

-ผลตอบรับ Men's Fitness Thailand เป็นอย่างไร มีอะไรต้องปรับปรุงแก้ไข เพิ่มเติม อีกบ้าง

ดีครับ แต่ตอนนี้เราทำหลายอย่างมีออกอากาศทางไลน์ทีวี มีโครงการประกวดคูลกายด้วย ข้อมูลมีการปรับอยู่เรื่อยๆ เราดูข้อมูลจากต้นทางด้วย อย่างเล่มที่ผ่านมา ข้อมูลเราเอง 50 % จากอเมริกา 50%  เราปรับเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆ เป็นหน้าที่ผมเลยที่ต้องปรับเปลี่ยนในแต่ละเดือน มีข้อมูลตรงไหนจากต้นทางที่เอามาปรับใช้ได้บ้าง เล่มนี้ข้อมูลใช้ได้น้อย ก็อาจจะทำเองให้มากขึ้น มันต้องมิกซ์แอนด์แมทช์ ในเมืองไทยมีอะไรน่าสนใจในช่วงเวลานั้น

-สิ่งที่พระเอกอย่าง หลุยส์ สก๊อต ได้เรียนรู้จากการเป็นบรรณาธิการบริหารคืออะไร

ความรับผิดชอบ บอกเลยว่ามันเพิ่มขึ้นเยอะมาก การตัดสินใจต้องชัดเจน การเป็นนักแสดงเราก็ยังรู้สึกว่าเรายังเป็นผู้ตามอยู่ เรามีผู้กำกับ เขาก็จะบอกเราว่าซีนนี้คุณควรจะเล่นยังไง ตากล้องจะบอกมุม  แต่อันนี้คุณต้องตัดสินใจเอง นอกจากนี้ยังเพิ่มวินัย เพราะผมมีทีมงานที่ต้องดูแล ช่วงไหนที่ว่างผมก็ต้องรีบเข้ามาเพื่อมาทำให้งานมันเคลื่อนไปข้างหน้า คุณอาลีเขาก็ทำให้ยากขึ้นโดยให้ผมอ่านบทความ ตรวจสอบทุกอย่างก่อนพิมพ์ คุณอาลีก็จะดูซ้ำอีกรอบ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป

-แบ่งเวลาการทำงานที่มีอยู่หลากหลายบทบาทอย่างไร

ค่อนข้างยากแต่งานหนังสือมีตารางให้ งานละครยากว่า เพราะบทไม่เสร็จ สภาพอากาศ นักแสดงบาดเจ็บ แล้วมันเลื่อนเวลาไปอยู่เรื่อยๆ จะถ่ายอยู่ 2 วันก็ยังคอนเฟิร์มไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมวางแผนไม่ได้ อย่างเมื่อก่อนแล้วแต่ คอมเฟิร์มเมื่อไหร่ก็ค่อยบอกแล้วกัน แต่ตอนนี้พี่ต้องคอนเฟิร์มแล้วนะ ด้วยหน้าที่การงานที่เปลี่ยน เฮ้ยทำไมอีก 2 วันยังไม่ได้ ถ้าโลเคชั่นไม่ได้ เปลี่ยนไปโลเคชั่นอื่นไหม ไปทำหน้าที่เขาอีก มันมีความรู้สึกอยากรู้สาเหตุ  ชอบแก้ปัญหา เพราะตอนนี้สนุกกับการแก้ปัญหา แต่ก็ปวดหัวเองนะ

ต้องบอกว่าบทพิสูจน์ของงานในวงการบันเทิงหนุ่มหลุยส์สอบผ่านไปแล้ว ยิ่งงานละครเรื่องล่าสุด "เพลิงบุญ" หลุยส์สื่ออารมณ์ของตัวละครออกมาได้ดีมาก  ด้านบทบาทบรรณาธิการก็คงต้องใช้เวลาสักพักเพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อไป

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด