สิทธิ เจริญฤทธิ์ แชมป์โลกเพาะกายคนแรกของไทย

สิทธิ เจริญฤทธิ์ แชมป์โลกเพาะกายคนแรกของไทย

สิทธิ เจริญฤทธิ์ แชมป์โลกเพาะกายคนแรกของไทย เกี่ยวกับ โอ๋ สิทธิ เจริญฤทธิ์

MAXIM THAILAND

สนับสนุนเนื้อหา

จุดเริ่มต้น
ผมตัดสินใจเล่นกีฬาเพาะกายเมื่อปี 2537 เพราะเชื่อว่าถ้าผมมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง จะทำให้ผมดูเหมือนซุเปอร์ฮีโร่ในหนังฮอลลีวูด โดยผมได้มีโอกาสเข้าไปดูการแข่งขันนักกล้ามชิงแชมป์ประเทศไทย จากวันนั้นมันก็ทำให้ผมรู้สึกหลงใหลในกีฬาประเภทนี้เข้าอย่างจัง และมีความคิดผุดขึ้นมาว่า เราต้องทำได้ดีกว่าคนที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นแน่นอน ซึ่ง ณ ตอนนั้นผมยังไม่มีกล้ามเลย ผมเริ่มเล่นตอนที่ผมน้ำหนัก 60 กิโลกรัมเท่านั้น

การฝึกซ้อม
ในยุคที่ผมเริ่มเล่น พี่ผลา มีชัย คือคนที่เก่งที่สุด เขาได้เหรียญเงินซีเกมส์ที่ประเทศสิงคโปร์ ผมคิดว่าจะไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์เขา ซึ่งผมเข้าใจว่าพี่ผลาต้องอยู่ที่ยิมกลางแจ้งที่สวนลุมแน่ๆ แต่พอผมไปถึงที่นั้น เขาบอกว่าพี่ผลาไม่ได้อยู่ที่นี่ แต่อยู่ที่สมาคมเพาะกายแห่งประเทศไทย เมื่อไปถึงผมก็ยังไม่เจอพี่เขาอยู่ดี แต่ก็โชคดีที่ผมไปเจอกับอาจารย์ของพี่ผลา

ซึ่งในช่วงแรกอาจารย์ปรีชาแกก็ไม่ยอมสอนผมหรอกนะ แต่ด้วยความตั้งใจที่เต็มเปี่ยม ผมเดินทางจากบ้านไปยิมไปกลับวันละ 4ชั่วโมง ระยะเวลาเป็นเดือน จึงทำให้พี่เขาใจอ่อนและสอนผมเล่นเพาะกายพื้นฐานที่ถูกต้องให้กับผม ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การพักผ่อน ผมใช้เวลาฝึกฝนเพียง 6 เดือนและตัดสินใจแข่งขันในระดับอุดมศึกษาเป็นเวทีแรกของชีวิต ซึ่งผมก็คว้าแชมป์มาครอง มันทำให้ผมฮึกเหิมขึ้นมาก

เคล็ดลับสำหรับตัวผมที่พาตัวเองมาถึงจุดนี้ได้ก็คือ ผมเป็นคนมุ่งมั่น มีบุคคลที่มีความรู้ไม่ว่าจะเป็นการฝึกซ้อม หรือแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬามาคอยแนะนำ จากนั้นก็ต้องนำความรู้ที่ได้มามาปฏิบัติอย่างถูกต้อง เคร่งครัด และสม่ำเสมอ ผมคิดว่านี่แหละ คือหัวใจของกีฬาเพาะกาย

เส้นทางสู่แชมป์โลก
หลังจากที่คว้าแชมป์ในระดับอุดมศึกษาได้ 2 เดือน ผมก็ไปแข่งชิงแชมป์ประเทศไทยในรุ่นเยาวชนอายุไม่เกิน 25 ปี ผลก็คือ ผมได้เป็นแชมป์ประเทศไทย หลังจากนั้น 2 ปี ผมทุ่มเทฝึกซ้อมเพื่อไปแข่งในระดับอาเซียน และก็คว้าเหรียญเงินในรุ่นไม่เกิน 70 กิโลกรัม

จากเวทีในระดับอาเซียน เป้าหมายต่อไปของผมก็คือเวทีระดับโลก และจุดเปลี่ยนของชีวิตนักเพาะกายของผมก็เกิดขึ้นในปี 1999 เมื่อผมได้มีโอกาสไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่สโลวาเกีย ผมได้เข้ารอบ 50 คนสุดท้ายจาก 30 กว่าประเทศทั่วโลก จากเวทีนั้นทำให้ผมอยากรู้ว่าการเตรียมตัวเพื่อการแข่งขันระดับโลกเขาทำยังไง ซึ่งมันก็มีเพียงแค่ทางเดียวคือ การได้เข้าไปคลุกคลีกับนักเพาะกายระดับโอลิมเปีย

และโชคก็เข้าข้างผมเมื่อบริษัทที่ผมทำงานอยู่ในขณะนั้นให้ทุนสนับสนุนผมไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ยูนิเวิร์สยิม พัทยา ซึ่งที่นั่นมีนักเพาะกายระดับโอลิมเปียอยู่มาก ผมใช้เวลาฝึกซ้อมเช้า - เย็นต่อเนื่องเป็นเวลา 6 เดือนเต็ม ความหฤโหดทุกแขนงรวมอยู่ในคอร์สนี้ ทั้งการสร้างกล้ามเนื้อ เรื่องระบบการกินและควบคุมอาหารอย่างละเอียด ได้รู้จักการบริหารกล้ามเนื้อหัวใจและหลอดเลือดเพื่อที่จะกระตุ้นการเบิร์นไขมันในร่างกายของเราออกไป

เมื่อครบ 6 เดือนก็ถึงเวลาที่ผมต้องไปแข่ง สรุปคือผมตกรอบ จึงได้ตัดสินใจกลับมาที่กรุงเทพฯ สนามไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อฝึกซ้อมเองโดยใช้วิชาความรู้ที่ได้มา วางโปรแกรมการฝึกเองทั้งหมด ผมคว้าแชมป์ Lacthford Classic 3 ปีซ้อนตั้งแต่ปี 2001 - 2003 ในการแข่งขันครั้งนั้นมีเพื่อนของผมท่านหนึ่งที่เป็นนักเพาะกายระดับโอลิมเปีย บอกกับผมว่า “ผมสามารถไปแข่งระดับโลกได้ ลองไปแข่งMr.Universe ดูไหม กล้ามเนื้อคุณมันสุดยอดมากๆ” ผมจึงตัดสินไปแข่งดูที่ประเทศเยอรมัน และผมก็คว้าตำแหน่งที่ 2 มาได้ ผมรู้สึกดีใจและมีกำลังที่อยากจะแข่งขันในเวทีระดับโลกอีกในครั้งต่อไป

รางวัลแห่งความพยายาม
และรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมก็มาถึงเมื่อผมคว้าแชมป์โลกในปี 2005 และในปี 2006 ผมก็คว้าแชมป์โลกอีกครั้ง ระหว่างนั้นผมก็คว้าแชมป์ในระดับอาเซียนอีกหลายรายการ และในปี 2009 ผมก็ได้ขึ้นครองแชมป์โลกอีกครั้ง

"สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดของการเล่นกีฬาประเภทนี้ก็คือ การเข้าโปรแกรมฝึกซ้อม และควบคุมอาหารการกินอย่างมีระเบียบวินัยให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ และถ้าคุณทำได้ คุณก็ไม่ต้องกังวลว่าผลการแข่งจะออกมายังไง เพราะคุณได้ชนะใจตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"

โอ๋ - สิทธิ เจริญฤทธิ์

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด