ข้อควรรู้กับ 3 งานระบบสำคัญในห้องครัว

ข้อควรรู้กับ 3 งานระบบสำคัญในห้องครัว
@Kitchen

สนับสนุนเนื้อหา

ห้องครัวที่ดีไม่ใช่แค่ดีไซน์สวยงามหรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่งานระบบและการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำก่อนการติดตั้งชุดครัวคือควรตรวจสอบงานระบบและวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ระบบน้ำเสีย น้ำดี ระบบระบายอากาศ และระบบไฟฟ้า เพื่อให้ชุดครัวได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

 

ระบบน้ำ

ระบบน้ำเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะหากติดตั้งไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา โดยระบบน้ำในครัวมี 2 ระบบคือ ระบบน้ำดีหรือระบบน้ำใช้ และระบบน้ำเสียหรือระบบระบายน้ำทิ้ง สำหรับท่อที่นิยมใช้คือ ท่อพีวีซีเพราะทนต่อสารเคมี ไม่เป็นสนิม น้ำหนักเบา ราคาไม่แพง แต่ไม่ทนต่อแสงอัลตราไวโอเลต จึงไม่นิยมใช้ในการติดตั้งภายนอกอาคาร

ส่วนการเลือกความแข็งแรงของท่อให้ดูจากเลขที่ระบุบนท่อซึ่งเป็นตัวเลขกำหนดค่าความดันสูงสุดที่ท่อสามารถรับได้ โดยท่อน้ำดีที่นิยมใช้กันนั้นเป็นท่อชั้น 13.5 ส่วนท่อน้ำเสียหรือท่อน้ำทิ้งควรใช้ท่อชั้น 8.5 เป็นอย่างน้อย แต่สำหรับใครที่ต้องการความแข็งแรงใช้งานได้ยาวนานสามารถใช้ท่อเหล็กเป็นท่อน้ำดีได้เนื่องจากมีความทนทานสูง

ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง

ไฟฟ้าเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญเพราะนอกจากจะให้แสงสว่างแล้วยังช่วยส่งเสริมให้ห้องครัวดูสวยงามและดูแปลกตาขึ้นได้ แสงไฟที่ติดตั้งอย่างถูกต้องตามการใช้งาน จะทำให้การทำงานภายในครัวสะดวกและปลอดภัย การเลือกใช้ไฟแสงสว่างก็เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง

1.ไฟภายในห้องหรือในพื้นที่ใกล้เคียง ควรมีความสว่างอย่างน้อยพอเพียงและต้องไม่เกิดเงาตกกระทบบนพื้นที่ทำงาน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการใช้งาน

2.ไฟใต้ตู้ลอย นิยมใช้หลอดไฟ LED และควรเลือกความหนาของกล่องไฟไม่เกิน 5 เซนติเมตร

3.ไฟภายในตู้เก็บของหรือตู้สูง ตู้เก็บอุปกรณ์และของใช้ต่างๆ ควรติดตั้งหลอดไฟแบบซ่อนด้านบนตู้เก็บเพื่อความปลอดภัยขณะหยิบของ สามารถติดตั้งระบบไฟให้สว่างขึ้นเมื่อหน้าบานเปิด ทำให้ใช้งานได้ทันทีเมื่อเปิดตู้

4. ไฟตกแต่ง นิยมติดตั้งตรงไอส์แลนด์หรือโต๊ะอาหาร เพราะดูสวยงามทำให้บรรยากาศห้องครัวดูอบอุ่น

ระบบระบายอากาศ

บรรยากาศภายในบ้านสำคัญมากๆ เพราะหากมีกลิ่นและควันไม่พึงประสงค์เข้ามารบกวนจะสร้างความรำคาญใจให้กับผู้อาศัยมากเช่นกัน ดังนั้นควรวางแผนการตกแต่งไว้ล่วงหน้าให้พร้อมก่อนการติดตั้งชุดครัว คำนึงถึงตำแหน่งและทิศทางระบายอากาศที่ดีเหมาะสมกับขนาดห้อง เช่น

1. ติดหน้าต่างควรอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน เพื่อให้มีการระบายอากาศได้ทั่วถึง

2. ระดับความสูงของช่องระบายอากาศที่เหมาะสมกับการใช้งานไม่ควรต่ำกว่า 1.50 เมตร นอกจากจะช่วยระบายกลิ่นและควันแล้ว ยังทำให้ได้แสงธรรมชาติจากภายนอกที่ส่องเข้ามาทำให้ห้องไม่อับชื้นและประหยัดพลังงาน

3. ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ ดูทิศทางการไหลเวียนของอากาศให้อยู่ในทิศทางเดียวกับการระบายลมออก และควรเลือกขนาดของพัดลมให้เหมาะสมกับขนาดของห้อง