10 แนวทางจัดบ้านให้เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม

10 แนวทางจัดบ้านให้เป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม

ในปัจจุบันเราพบผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมเพิ่มขึ้น ซึ่งโรคสมองเสื่อมเป็นกลุ่มอาการที่เกิดจากความเสื่อมของความจำ การคิดอ่าน การวางแผน ตัดสินใจการใช้ภาษา ทักษะในการทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมหรืออาชีพที่เคยทำได้ตามเดิม

และอาจมีพฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งอาการของโรคสมองเสื่อมนั้นมีอาการหลงลืม การแก้ไขปัญหาและการวางแผน การทำกิจกรรมในบ้าน การมองเห็น และการปรับระยะทาง ดังนั้นในเรื่องของที่พักอาศัยเราจึงควรให้ความสำคัญอย่างไรบ้าง เพื่อให้บ้านเป็นมิตรกับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม

"สมองเสื่อม" กับ "อัลไซเมอร์" คือโรคเดียวกันหรือไม่?

1.ต้องมั่นใจว่ามีแสงสว่างที่ดี

เช็กว่าแสงธรรมชาติสามารถเข้ามาในบ้านของคุณได้อย่างไร เพราะแสงที่ดีจะช่วยให้คุณมองเห็นได้อย่างชัดเจน และได้รู้ว่าคุณอยู่ตรงไหน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรบังแสงไม่ให้เข้าทางหน้าต่าง ห้องนอนของคุณมีแสงสว่างเพียงพอไหมในตอนกลางคืน เพราะมันจะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น

2.ตรวจสอบให้แน่ใจว่าพื้นมีความปลอดภัย

เอาสิ่งที่จะกีดขวางทางเดินออกเช่นพรม เสื่อ รวมไปถึงสิ่งอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างทางเดินเช่นสายเคเบิล โดยต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสามารถมองเห็นพื้นได้ชัดเจน และคุณควรใช้พื้นแบบธรรมดา หลีกเลี่ยงการปูพื้นที่มันวาวหรือมีสีใกล้เคียงผนังเพราะอาจทำให้สับสนได้

3.ทำให้การกินและดื่มง่ายขึ้น

การรับประทานอาหารและการดื่มที่ดีนั้นสำคัญต่อสุขภาพ สำหรับการจัดการเรื่องภาชนะอาหารสำหรับผู้ป่วยนั้นควรเลือกใช้จาน ชาม ช้อน ถ้วยให้มีสีตัดกับอาหาร และลองใช้ภาชนะใสเก็บอาหารเพื่อจะได้รู้ว่าในภาชนะเก็บนั้นเป็นอาหารอะไร

4.ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มองเห็นได้ชัดเจน

ภาวะสมองเสื่อมอาจส่งผลต่อการบอกความแตกต่างระหว่างสี ดังนั้นควรเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์สีสว่างหรือสีที่ตัดกัน เพื่อทำให้คุณมองเห็นเฟอร์นิเจอร์นั้นได้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ลายทาง และลวดลายที่ชัดเจนเพราะอาจทำให้เกิดความสับสน

5.เตือนตัวเองว่าสิ่งต่างๆ อยู่ที่ไหน

หากคุณมีปัญหาเรื่องความจำ คุณอาจลืมว่าสิ่งเหล่านั้นอยู่ที่ไหน ติดภาพหรือป้ายไว้ที่ตู้ หรือลิ้นชักเพื่อให้รู้ว่าในช่องเหล่านั้นมีของ หรือมีสิ่งใดอยู่ พยายามเก็บกระเป๋า กุญแจ โทรศัพท์มือถือไว้ที่เดียวกัน

6.พยายามทำให้ห้องน้ำใช้งานได้ง่าย

ติดภาพและป้ายไว้ภายในห้องน้ำ ลองถอดฝาชักโครกออกเพื่อทำให้การใช้งานง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อเลือกใช้ผ้าเช็ดตัวสีสันตัดกับผนังห้องน้ำ ล้างสิ่งของที่ไม่ได้ใช้เป็นประจำ

7.ไม่เกะกะ

ความเรียบร้อยรอบๆ บ้านอาจทำให้รู้สึกสับสนและฟุ้งซ่าน ดังนั้นควรกำจัดสิ่งที่รก และยุ่งเหยิงออก โดยให้เช็กว่าตู้และลิ้นชักนั้นเรียบร้อยดีหรือเปล่า รวมทั้งควรปิดทีวี หรือวิทยุทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อป้องกันความสับสน

8.ใช้อุปกรณ์เพื่อให้ตัวเองปลอดภัย

ควรใช้ราวจับเพื่อยึดและป้องกันไม่ให้ตัวเองตก การติดตั้งเครื่องเตือนควัน หรือเครื่องตรวจจับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ยังช่วยให้ปลอดภัย รวมไปถึงระบบเซนเซอร์ต่างๆ ที่ตรวจจับได้ว่าน้ำถูกปล่อยทิ้งไว้หรืออุณหภูมิสูงหรือต่ำจนเกินไป

9.ควรกระตือรือร้น และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

การติดตามสิ่งที่คุณทำในแต่ละวันเป็นเรื่องที่ดี เช่นการใช้นาฬิกาเรือนใหญ่ หรือปฏิทินช่วยใช้คุณสามารถรู้วันและเวลา และอัปเดตสิ่งต่างๆ ที่คุณจะทำ หรือวางแผนไว้ได้เป็นอย่างดี หรือบางคนก็ใช้ไวท์บอร์ดเพื่อช่วยเตือนความจำ

10.ออกไปนอกบ้านบ้าง

พยายามหาโอกาสออกไปนอกบ้านบ้าง เพราะมันดีต่อความเป็นอยู่ของคุณ รวมทั้งควรจำประตูหน้าบ้านของคุณให้ได้ โดยอาจทำให้มันแตกต่างจากประตูอื่นๆ