อดีตนักจัดสวนผันตัวขาย “ผักพื้นบ้าน” สร้าง “สวนผสม” ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ไม่ต้องตุนอาหาร

อดีตนักจัดสวนผันตัวขาย “ผักพื้นบ้าน” สร้าง “สวนผสม” ปลูกผัก เลี้ยงไก่ ไม่ต้องตุนอาหาร

ข่าวไข่ไก่ขายเกินราคา นั่นเป็นเพราะในช่วงเวลานี้ประชาชนเริ่มกักตุนสินค้า เพราะไม่มั่นใจสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 (COVID-19)  แต่สำหรับ “มนทิพย์ พรหมชาติ” อดีตนักจัดสวนในจังหวัดภูเก็ต ไม่รู้สึกกังวลในเรื่องการขาดแคลนอาหารเนื่องจากบนที่ดิน 2 ไร่ของเธอนั้นเปรียบเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตย่อมๆ ที่เธอสามารถเดินไปเด็ดผัก เก็บไข่ มาปรุงอาหารทานได้ตลอดทั้งปี

ก่อนหน้านี้มนทิพย์ หรือคุณตู่ ยึดอาชีพนักจัดสวน เธอฝากผลงานการจัดสวนไว้ให้กับบ้าน ร้านอาหาร โรงแรมต่างๆ ในจังหวัดภูเก็ตมากมาย กระทั่งต่อมาเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการจัดสวน รวมทั้งพบกับข้อจำกัดต่างๆ มากขึ้น เธอจึงมองหาอาชีพที่เหนื่อยน้อยลงและสร้างความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน มั่นคงให้กับตัวเอง เมื่อประมาณ 4-5 ปีก่อนเธอเริ่มแพคดอกไม้สดขายส่งที่แมคโคร ภูเก็ต และด้วยพื้นฐานนักจัดสวนที่ชอบปลูกต้นไม้ ปลูกผักต่างๆ อยู่แล้ว การเข้าสู่เส้นทางจำหน่ายผักของเธอควบคู่ไปกับการขายดอกไม้จึงไม่ใช่เรื่องยาก

“ผักพื้นบ้าน” คือสินค้าที่เธอได้รับโจทย์มาจากทางห้างสรรพสินค้า ตอนแรกเธอยังมองไม่ออกว่าผักพื้นบ้านจะสร้างรายได้ให้เธอได้อย่างไร แต่เมื่อนึกถึงไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ และมองหาผักออร์แกนิคทานง่าย ราคาสบายกระเป๋า ผักพื้นบ้านจึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภค

เนื่องจากเส้นทางแม่ค้าผักพื้นบ้านของคุณตู่นั้นเป็นเส้นทางใหม่ ก่อนจะผ่านมาจนถึง 7-8 เดือนนี้คุณตู่ต้องขับรถไปตระเวนหาผักพื้นบ้านจากจังหวัดใกล้เคียงทั้งกระบี่ พังงา นครศรีธรรมราช หรือจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้พบว่ามีผักพื้นบ้านมากมายหลายชนิดที่เธอเคยรู้จัก และไม่เคยรู้จักมาก่อน เริ่มแรกประเภทของผักหลากหลายมาก แต่ในที่สุดผักพื้นบ้านประมาณ 20 กว่าชนิดก็กลายเป็นจำนวนที่ลงตัวกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมีทั้งฝักมะรุม ดอกแค หัวปลี อ้อดิบ ฯลฯ

เมื่อได้ประเภทผักพื้นที่บ้านที่ลงตัวแล้ว เนื่องจากปกติผักเหล่านี้ชาวบ้านมักจะปลูกไว้รับประทานเองข้างบ้าน ปัญหาที่พบอีกอย่างหนึ่งคือปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ นั่นจึงทำให้คุณตู่เกิดความคิดว่าจะปลูกผักเองเพื่อเสริมในบางครั้งที่ปริมาณผักที่ได้จากชาวบ้านไม่ได้จำนวนตามออร์เดอร์

ที่ดิน 2 ไร่ที่เธอเช่าอยู่เดิมจึงถูกเปลี่ยนเป็นสวนผัก ที่เลี้ยงไก่ และปลูกผักพื้นบ้านบางชนิดที่บางครั้งของไม่เพียงพอไปจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นสะเดา มะม่วงหิมพานต์ ต้นมันปู ฯลฯ รวมไปถึงไปซื้อไก่มาเลี้ยงเพื่อกินไข่ อีกทั้งยังมีคนให้แพะเธอมา ปัจจุบันสวนผสมแห่งนี้จึงกลายเป็นเหมือนครัวธรรมชาติที่อยู่ไม่ห่างจากบ้านพักของเธอสักเท่าไร ทำให้ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอย่างเช่นในปัจจุบัน เธอก็ไม่กังวลว่าจะไม่มีอาหารทานเพราะเธอมีทั้งผัก และไข่ในสวนของตัวเอง  “ทุกๆ วันพ่อจะเก็บไข่ไก่มาประมาณวันละ 20 ฟอง” นอกจากรายได้ที่ได้จากการขายผักพื้นบ้านเฉลี่ยเดือนละประมาณ 1 แสนบาทแล้ว เธอยังรู้สึกว่าการมาทำธุรกิจย่อมๆ ที่เธอสามารถสร้างทรัพยากรได้ด้วยตนเองนั้นทำให้เธอรู้สึกมั่นคงในชีวิตมากขึ้นด้วย