ตามไอเดียคนดัง เทคนิคแต่งบ้านให้น่าอยู่ ฉลาดเลือกเฟอร์นิเจอร์ ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่

ตามไอเดียคนดัง เทคนิคแต่งบ้านให้น่าอยู่ ฉลาดเลือกเฟอร์นิเจอร์ ตอบโจทย์ชีวิตคนยุคใหม่

เพราะบ้านคือที่ๆ อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก และความอบอุ่น โดยเฉพาะบ้านที่มีดีไซน์สวยพร้อมด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ผ่านการคัดสรร ย่อมทำให้บ้านน่าอยู่ และเติมเต็มความสุขของคนในครอบครัว ซึ่งเซเลบริตี้เหล่านี้ล้วนมีทริคการเลือกเฟอร์นิเจอร์แบบฉลาดเลือกมาฝาก

“สายรุ้ง ภวานุรักษ์” ได้แนะนำเทคนิคการเลือกเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้าน สร้างความน่าอยู่สำหรับครอบครัวคนยุคใหม่ว่า “การเลือกเฟอร์นิเจอร์แต่งบ้านให้น่าอยู่สำหรับครอบครัวสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงมีดังนี้

1.ฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยการเลือกเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสมในแต่ละห้อง สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก หลีกเลี่ยงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีมุมแหลมคมที่ทำให้เกิดอันตราย เฟอร์นิเจอร์บริเวณห้องนั่งเล่นควรเลือกที่มีดีไซน์เหมาะกับทุกคนในบ้าน และมีขนาดเพียงพอต่อความต้องการใช้สอย

2.ส่วนการเลือกโทนสีก็มีความสำคัญไม่น้อย เพราะโทนสีจะช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านได้เป็นอย่างดี โดยโทนสีที่แนะนำสำหรับใช้เป็นสีวอลเปเปอร์และการตกแต่งภายในคือ โทนสีกลางที่ไม่ฉูดฉาด อย่างสีครีม สีขาว หรือสีเทาอ่อน ที่จะช่วยทำให้บ้านให้ดูกว้าง อบอุ่นมีความน่าอยู่มากขึ้น ซึ่งเราสามารถเพิ่มลูกเล่นเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีโทนสีที่เข้มขึ้นหรืออ่อนลงทำให้พื้นที่มีความน่าสนใจ

3.การคำนึงขนาดและสัดส่วนของเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะกับบริเวณพื้นที่ใช้สอยของบ้านหรือคอนโด เพื่อให้มีพื้นที่โปร่งสบาย อย่างการเลือกโต๊ะค็อกเทลบริเวณห้องนั่งเล่นอาจเลือกทรงวงกลมหรือวงรีที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่บริเวณรอบๆ โต๊ะให้เดินได้สะดวกมากขึ้น ส่วนโต๊ะกินข้าวก็ต้องเลือกเป็นโต๊ะที่มีขนาดพอดีกับจำนวนสมาชิกภายในครอบครัว ไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไปเพราะจะกินบริเวณพื้นที่ภายในบ้านได้

4.การเลือกแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ที่โดดเด่นด้วยคุณภาพและมาตราฐานก็จะช่วยการันตีถึงความทนทานและปลอดภัยต่อสมาชิกคนในครอบครัวด้วย”

ด้านเหล่าเซเลบริตี้ต่างร่วมเผยถึงสไตล์การตกแต่งบ้านในฝันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ตนเองและครอบครัว ช่วยเพิ่มความรักความอบอุ่นภายในบ้าน เริ่มที่สถาปนิกหนุ่มคุณพ่อลูกสอง แนท-วสุ วิรัชศิลป์ เผยว่า “ด้วยความที่เราเป็นสถาปนิกทำงานออกแบบ เวลาที่เลือกเฟอร์นิเจอร์จะเน้นยึดหลักการเลือกที่มีดีไซน์คลาสสิกอยู่ได้นาน มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น รวมถึงแมททีเรียลที่ใช้ต้องมีคุณภาพ และเรื่องราวของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์นั้นมีความน่าสนใจ และสิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงฟังก์ชั่นของการใช้งานว่าใช้สำหรับห้องไหนและเหมาะกับใคร โดยภายในบ้านเราและภรรยา (จุฑาธรรม จิราธิวัฒน์) จะช่วยกันตกแต่งและเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้ามา ซึ่งสไตล์ที่เราชอบไม่ต่างกันมาก จะเน้นตกแต่งบ้านในสไตล์โมเดิร์น มีความมินิมอล คุมโทนสีแบบโมโนโทน

เฟอร์นิเจอร์ที่ชอบส่วนใหญ่มักจะแต่งด้วยเหล็กเมทัลลิคหรือกระจกที่ดูเท่มีสไตล์ แต่พอมีลูกมุมมองการเลือกเฟอร์นิเจอร์ของเราก็เปิดกว้างขึ้น เราได้เห็นเฟอร์นิเจอร์ที่ทำเพื่อเด็ก มีความน่ารัก เหมาะสมกับช่วงวัย และทำให้ห้องมีชีวิตชีวาขึ้น เลยให้ความสำคัญกับสีสันมากขึ้น ตอนนี้ก็เริ่มมีวางแผนตกแต่งห้องให้ทั้งลูกชายและลูกสาวโดยจะเลือกโทนสีที่เหมาะกับคาแรคเตอร์ลูกแต่ละคน ด้านลูกชายก็จะเน้นเป็นสีน้ำเงิน เทาและดำ คือมีความสดใสแต่ซ่อนความเท่สไตล์ผู้ชายเอาไว้ได้อย่างลงตัว ส่วนห้องของลูกสาวก็อาจจะเลือกเป็นสีชมพูกับน้ำเงิน จับคู่สีที่จะไม่ทำก็ให้ดูหวานเลี่ยนมากจนเกินไป ส่วนวัสดุที่ทำเฟอร์นิเจอร์ก็ต้องทำด้วยผ้านุ่มๆ รูปทรงไม่มีเหลี่ยมมุมเพื่อความปลอดภัยของเด็ก และเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสำคัญที่ผู้ปกครองควรใส่ใจสำหรับเด็กคือเตียงนอน เพราะวัยเด็กจะใช้เวลานอนหลับมากกว่าการทำกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งจะช่วยทำให้เด็กได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ควรเลือกขนาดเตียงที่มีความเหมาะสม มีความแข็งแรงทนทาน”

และเซเลบริตี้คู่รัก ฝน-รติรส และป๊อง-รุจจิ์ จุลชาต เล่าว่า “หลังจากที่เราแต่งงานกัน ตอนนี้ได้ย้ายมาอยู่ด้วยกันในคอนโดใจกลางเมืองเน้นความสะดวกในการเดินทางไปทำงาน โดยเราทั้งคู่มีสไตล์การแต่งบ้านที่ต่างกันมาก เวลาที่เลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้านก็ต้องคุยกันเพื่อหาจุดร่วมของสไตล์ที่แต่ละคนชอบ โดยสามีเขาชอบในสไตล์ง่ายๆ มีความโมเดิร์นหน่อย อย่างสไตล์สแกนดิเนเวีย (Scandinavian) ที่มักจะเน้นเป็นโทนสีที่เลียนแบบสีของธรรมชาติแนวเอิร์ธโทน เน้นตกแต่งภายในบ้านให้ดูสะอาดและเรียบง่าย ทำให้ห้องดูอบอุ่นน่าอยู่ ส่วนเราเองจะชอบในสไตล์ที่มีความหรูหรา อย่างพวกคอปเปอร์แวววาว ออกแนวเมทัลลิคหน่อยก็ดูน่าสนใจ”

ด้าน ป๊อง-รุจจิ์ จุลชาต เสริมว่า “ตอนนี้เราทั้งสองก็ได้วางแผนสร้างบ้านไว้แล้วเพื่อเตรียมความพร้อมในการมีลูก โดยพื้นที่ของบ้านไม่จำเป็นต้องกว้างใหญ่แต่เน้นเป็นสัดส่วน มีพื้นที่ส่วนตัวให้ทั้งตัวเองและลูก และสำคัญคือต้องมีพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้ทำกิจกรรมร่วมกัน สไตล์การตกแต่งที่วางไว้คือเน้นเพิ่มบรรยากาศความอบอุ่นในโทนสีเอิร์ธโทน เพราะฝนเขาชอบสีเขียวและสีขาวด้วย ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่เลือกก็จะคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลักแต่ยังคงไว้ในสไตล์ที่เราและภรรยาชอบ เราเองจะชอบแนวเท่ๆ ดูมีสไตล์อย่างเก้าอี้จากแบรนด์แวนการ์ด เฟอร์นิเจอร์ (Vanguard Furniture) ที่สามารถเป็นได้ทั้งเก้าอี้และเป็นของตกแต่งบ้านไปในตัวด้วย ส่วนเฟอร์นิเจอร์สำหรับลูกน้อยต้องลุ้นก่อนว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงเราถึงจะเลือกแต่งห้องได้อย่างเหมาะสม แต่ที่สำคัญต้องเน้นเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีมาตรฐาน คุณภาพ และปลอดภัยจากสารเคมีด้วย”

โอลิเวีย ลีฟวิ่ง (Olivia Living) อาณาจักรเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ลักซ์ชัวรี่ ซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้แนวคิดที่ต้องการนำเสนอสไตล์การตกแต่งบ้านให้มีความโดดเด่นอย่างเป็นเอกลักษณ์ โดยคัดสรรเฉพาะเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านจากแบรนด์ชั้นนำที่มีคุณภาพและมาตรฐานระดับโลก พบกับอาณาจักรเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับลักซ์ชัวรี่ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมโอลิเวีย ลีฟวิ่ง (Olivia Living)