"ออฟฟิศมั่นคงเคหะการ" ออฟฟิศเปลี่ยนที่ทำงานให้เหมือนบ้านหลังที่สอง

"ออฟฟิศมั่นคงเคหะการ" ออฟฟิศเปลี่ยนที่ทำงานให้เหมือนบ้านหลังที่สอง
S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

หาก “บ้าน” คือจุดเริ่มต้นของความสุข “ออฟฟิศ” ก็ควรจะเป็น ‘ความสุข’ ระหว่างทางที่เติมเต็มให้พนักงานได้อย่างยั่งยืนเช่นกัน เช่นเดียวกับ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ที่เพิ่งเปิดตัว “ออฟฟิศใหม่” ไปหมาดๆ เป็นอาคารสูง 8 ชั้น ตั้งอยู่ที่อาคาร 345 ถนนสุรวงศ์ ภายใต้คอนเซปต์ “Workplace Wellbeing” นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ตอกย้ำความสำเร็จขององค์กรไปอีกขั้น! บนคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ซึ่งเติมเต็มไปด้วยไอเดียที่หล่อหลอม DNA พนักงานให้มี “สุขภาวะองค์รวมทีดี” ผ่านกระบวนการที่ใส่ใจทุกรายละเอียดรอบด้านไม่ว่าจะเป็น ด้านโภชนาการ, การปลูกผัก-ผลไม้ออร์แกนิคเพื่อรับประทาน, การรักษาสิ่งแวดล้อม, การเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน รวมถึงสถาปัตยกรรม การออกแบบทั้งภายนอกที่เรียบง่ายและการออกแบบภายในที่คำนึงถึงสุขลักษณะที่ดีของพนักงานเป็นสำคัญ

ทั้งนี้จะเห็นว่า คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ออฟฟิศมากกว่าอยู่บ้านซะอีก ดังนั้นการใส่ใจรายละเอียดต่างๆ กระทั่งการสร้างบรรยากาศออฟฟิศให้อบอุ่น และมีความสุขไม่ตึงเครียดจนเกินไป จึงเป็นปัจจัยสำคัญและเป็นสิ่งที่ทุกคนปราถนา ทั้งยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย

วันนี้เราเลยจะขอพาไปส่องไอเดียการสร้าง “สุขภาวะที่ดี” ของ “ออฟฟิศใหม่ มั่นคงฯ” แบบลงดีเทลทุกชั้นทุกแผนกจะอบอุ่นน่าอยู่ขนาดไหน ไปชมกัน...

เริ่มจากชั้นดาดฟ้า : Rooftop Organic Garden และ Solar Farm

Rooftop Organic Garden’ การปลูกผักออร์แกนิค

นับเป็นไฮไลท์ เพราะเป็นกิจกรรมแรกของผู้บริหารและพนักงาน หลังจากที่ย้ายเข้ามาอยู่บ้านหลังใหม่ โดยร่วมกันเนรมิตพื้นที่ว่างบนดาดฟ้า ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว และปลูกผักผลไม้อินทรีย์ (Organic) เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาวะที่ดี ตลอดจนสร้างเป็นแหล่ง Sharing แลกเปลี่ยนเรียนรู้และกินอยู่อย่างยั่งยืน พร้อมด้วยระบบโซลาร์ ฟาร์ม ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้

ถัดลงมาที่ชั้น 8 : จะเป็นส่วนของ Reception ห้องประชุม และออฟฟิศ รวมทั้งแคนทีนพนักงาน

ห้องอาหารพนักงาน (Canteen)

ในส่วนของห้องอาหาร (Canteen) บนพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร ที่เป็นมากกว่าห้องทานอาหารทั่วไป ถูกออกแบบให้รับวิวทิวทัศน์ที่เหมาะกับการพักผ่อนในช่วงเที่ยง พร้อมด้วย Mood & Tone ที่ดู Relax และผ่อนคลาย มีทั้งโต๊ะปิงปอง โซนเล่นเกม อ่านหนังสือ ดูทีวี ขณะเดียวกันก็เพิ่มความตื่นตัวด้วยสีสันของหมอนอิง เพื่อกระตุ้นไอเดียพร้อมรับมือการทำงานในช่วงบ่ายได้ดียิ่งขึ้น  

บริเวณชั้น 7 ประกอบด้วยห้องทำงานของผู้บริหาร และห้องประชุมต่างๆ

ห้องประชุม

ห้องประชุมมีตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงห้องขนาดใหญ่ ถูกออกแบบเพื่อรองรับการนั่งประชุมนานๆ  โดยให้มีการปรับเปลี่ยนอิริยาบถได้ตั้งแต่  การนั่งเก้าอี้ระดับปกติ  เก้าอี้ที่สูงขึ้นมาอีกหน่อย  การยืน หรือแม้กระทั่งเดินบนลู่เพื่อไม่ให้นั่งในท่าเดิมและที่เดิมนานจนเกินไป  ซึ่งอาจส่งผลให้สุขภาพเสียได้เทียบเท่าการสูบบุหรี่เลยทีเดียว  

บริเวณชั้น 6 ประกอบด้วย ออฟฟิศและห้องสันทนาการ

โซนออฟฟิศ และห้องสันทนาการ

บางครั้งเราก็มีจังหวะตื้อๆ ตึ้บๆ ให้เวลาสมองได้พักผ่อนกันบ้าง อาจจะหลบมา Relax นั่งเล่นเกม อ่านหนังสือ เพื่อลดความเครียดและเป็นการเพิ่มสมาธิในการครีเอทงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้สำหรับคนที่ต้องการสมาธิในการทำงานคนเดียวเงียบๆ ยังมีโซนห้องทำงาน Private ให้อีกด้วย

ถัดลงมาที่ชั้น 5 จะเป็น ห้องฟิตเนส, ห้องโยคะ

ห้องฟิตเนส และห้องโยคะ

ชั้นนี้จะเป็นชั้นที่เต็มไปด้วยกิจกรรมเพื่อสุขภาพกายที่แข็งแรง ประกอบด้วยห้องฟิตเนสที่มีเครื่องออกกำลังกายหลากหลายให้พนักงานสามารถมาใช้บริการได้ตามสะดวก  พร้อมห้องอาบน้ำที่มีรองรับกว่า 10 ห้อง  พร้อมทั้งห้องโยคะซึ่งทางบริษัทฯ มีการจัดครูโยคะ (Outsource) มาสอนเป็นคลาสๆ โดยพนักงานสามารถลงชื่อเรียนได้ตามตารางเวลาที่แจ้งไว้ในแต่ละวัน

ลงมาที่บริเวณชั้นล่างสุดคือ ชั้น G เป็นพื้นที่ Co – Wellnest ซึ่งประกอบด้วย 

Co-Kitchen

ในส่วนของ Co-Kitchen จะมีผู้เชี่ยวชาญเป็น Outsource จากข้างนอกสลับสับเปลี่ยน มาอบรมให้ความรู้ เรื่องการทำอาหารเพื่อสุขภาพอยู่เรื่อยๆ และเป็นพื้นที่ที่พนักงานอาจใช้พื้นที่นี้ในการ Sharing ความรู้ หรือสาธิตการทำอาหารเพื่อสุขภาพ ให้เพื่อนๆ ได้เช่นกัน

Co-Wellnest

สำหรับ Co-Wellnest เป็นพื้นที่ที่เปิดให้พนักงานสามารถมาใช้บริการได้  เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานไม่ให้น่าเบื่อจนเกินไป นอกจากนี้ ก็ยังเป็นพื้นที่ในการแชร์ความรู้ต่างๆ ได้ด้วย  โดยบุคคลทั่วไปก็สามารถ Walk-in เข้ามาใช้บริการได้โดย  เริ่มเปิดให้บริการสำหรับบุคคลทั่วไปในเดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ มั่นคงฯ ยังมีไอเดียการสร้าง “สุขภาวะที่ดี” ให้พนักงานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น กิจกรรม water challenge ที่กระตุ้นให้พนักงานหันมาใส่ใจสุขภาพโดยเริ่มจากการดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน , กิจกรรม Happy Fine Day  ที่จะเปิดเวทีให้พนักงานได้แสดงความสามารถด้านต่างๆ อาทิ ร้องเพลง ทำอาหาร เล่นดนตรี , การจัดอบรมคัดแยกยะ โดยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาพอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมจัดถังแยกขยะในแต่ละชั้น  เพื่อเป็นการปลูกฝังการทิ้งขยะอย่างถูกวิธี, การแจกกระบอกน้ำพนักงาน และการรณรงค์งดใช้แก้ว หลอด ถุงพลาสติก พร้อมจัดให้มี ถุงผ้าหมุนเวียนสำหรับใครที่อยากจะซื้อของ ช้อปปิ้งระหว่างวัน เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้นยังออกนโยบายให้พนักงานสามารถ Work from Home  และ ปรับเวลาเข้า-ออกงานเป็นแบบ Flexible Time เพื่อลดความเครียดและเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำงาน รวมทั้งมีแผนในการสร้างพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้กระจายอยู่ทั่วทุกชั้นภายในอาคาร เพื่อเพิ่มความสดชื่นในการทำงานระหว่างวัน