บ้านที่เกิดคดี…ซื้อบ้านแบบนี้ไปแล้ว ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร?

บ้านที่เกิดคดี…ซื้อบ้านแบบนี้ไปแล้ว ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร?
Anngle

สนับสนุนเนื้อหา

บ้านคือวิมานของเรา…ในชีวิตคนเราคงอยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักหลังนะครับ แต่ราคาบ้านในปัจจุบันนี้บางครั้งก็สูงสุดสอย จนต้องยอมเช่าบ้านหรือคอนโดไปเรื่อย ๆ จะดีกว่า เพียงแต่ว่ายังมีบ้านบางประเภทที่ราคาถูกเป็นพิเศษอยู่ แถมเจ้าของยังอยากจะรีบขายเสียด้วย…บ้านประเภทนั้นก็เช่นบ้านที่เกิดคดีบางอย่างขึ้นในบ้าน ซึ่งบ้านแบบนั้นในญี่ปุ่นมีอยู่ไม่น้อยทีเดียวครับ

ซึ่งในปัจจุบันนี้ในเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ของญี่ปุ่นมักจะระบุอย่างชัดเจน เช่น “เจ้าของคนก่อนฆ่าตัวตาย” หรือ “เคยเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นในห้องนี้” ซึ่งพูดกันตามตรงแล้วมันก็ทำให้ราคาบ้านถูกลงมาก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ยังมีผู้ประกอบการที่ปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อที่จะยังคงราคาบ้านให้สูงอยู่ได้ครับ

คุณโอจิมะ เทรุ

ชายชาวจีนที่ถูกจับในคดีปล้นจี้

เรื่องนี้เกิดขึ้นในพื้นที่แห่งหนึ่งของภูมิภาคคันโตครับ มีชายชาวจีนคนหนึ่งได้อาศัยอยู่ที่ห้องในพื้นที่ทำเลดีใจกลางเมือง อยู่ใกล้กับขนส่งมวลชนหลายสาย และอยู่ในระยะที่เดินไปถึงสถานีรถไฟชุมทางได้ ไม่นานนักชายคนนั้นก็ขายห้องนี้แล้วกลับประเทศจีนไป หลังจากนั้นก็มีผู้ซื้อรายใหม่มาอยู่ที่ห้องนี้ เนื่องจากเป็นทำเลที่ดีมากเขาจึงรีบย้ายเข้ามาอยู่ทันทีโดยไม่คิดอะไร แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปี ชายชาวจีนที่เป็นเจ้าของคนก่อนก็ถูกจับกุมในคดีปล้นจี้ที่ประเทศจีน…แล้วเรื่องราวก็เปลี่ยนไป

เคยบีบคอคนตายในห้องนั้น…

จริง ๆ แล้วก่อนที่ชายคนนั้นจะกลับเมืองจีน ได้เกิดคดีการหายสาบสูญของหญิงสาวรายหนึ่งในญี่ปุ่น แล้วหญิงสาวคนนั้นก็ถูกพบเป็นซากโครงกระดูกที่ริมแม่น้ำ ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นคดีฆาตกรรมแน่ และชายชาวจีนคนนั้นได้สารภาพที่เมืองจีนหลังถูกจับกุมว่า “เขาเป็นคนร้ายในคดีนั้นเอง”

เขาให้การว่าได้บีบคอหญิงสาวที่ห้องนั้นแล้วนำศพไปทิ้งไว้ที่ริมแม่น้ำ ใจความสำคัญอยู่ตรงที่ว่า เขาได้ระบุห้องที่อยู่อาศัยและพื้นที่ที่เขาเคยก่อเหตุฆาตกรรมในญี่ปุ่นเอาไว้ด้วย นั่นก็คือห้องที่เราเล่ามาข้างต้นนั่นแหละครับ ลองนึกภาพดูว่าห้องที่เราอยู่อาศัยมาหลายปี แล้วอยู่มาวันหนึ่งห้องแห่งนั้นกลับเคยเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้นเสียได้…ไม่รู้จะทำยังไงเลยนะครับ

ซึ่งเรื่องนี้ก็โทษใครไม่ได้ เพราะบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ขายห้องนี้ก็ไม่เคยรู้เลยว่ามันมีคดีเกิดขึ้นจนกระทั่งชายชาวจีนสารภาพออกมาเอง จะให้ยอมรับเรื่องที่ไม่เคยรู้ว่ามันเคยเกิดขึ้นมาก่อนก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นทางผู้ประกอบการจึงไม่มีความผิดอะไร และนี่คือลักษณะพิเศษของเคสที่ “ไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่าเคยเกิดคดีขึ้นที่นั่น” ครับ เพราะคนที่รู้เรื่องทั้งหมดคือชายคนร้ายคนเดียวเท่านั้น

คนที่ฝังศพเอาไว้คือ!?

ยังมีกรณีแบบเดียวกันนี้เกิดขึ้นที่ย่านที่อยู่อาศัยในแถบคันไซเมื่อหลายปีก่อน มีการค้นพบศพผู้หญิงที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้านเลยแม้แต่นิด โดยผู้ที่ถูกจับในคดีนี้เป็นชายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างบ้านหลังนั้นครับ ซึ่งชายคนนั้นได้ฆาตกรรมภรรยาที่บ้านของตัวเอง แล้วนำศพมาซ่อนไว้ในพื้นที่บ้านที่กำลังก่อสร้างอยู่ในตอนนั้น นับเป็นความโชคร้ายที่เก็บเงินสร้างบ้านของตัวเองแล้วดันมีคนในทีมก่อสร้างเอาศพไปฝังไว้นะครับ

นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ที่เข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดคดีขึ้นทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วด้วยนะครับ แต่ถึงจะรู้อยู่แล้วก็ดันเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำซ้อนขึ้นเสียอีก

การฆ่าตัวตายหมู่กับ “เพื่อน” ที่พบกันในเว็บไซต์ฆ่าตัวตาย

ในเมืองที่อยู่ห่างจากย่านท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของคันไซไปเล็กน้อยมีบ้านอยู่หลังหนึ่งครับ เป็นบ้านไม้ 3 ชั้นผอม ๆ สูง ๆ ที่เรียกกันว่า “บ้านดินสอ” ซึ่งคดีการฆ่าตัวตายหมู่ด้วยการรมควันที่เกิดขึ้นที่ห้องบนชั้น 3 คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ โดยหนึ่งในผู้ตายคือชายที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้น ส่วนอีก 2 คนเป็น “เพื่อน” ที่รู้จักกันในเว็บไซต์ “ฆ่าตัวตาย”

คดีการฆ่าตัวตายหมู่นั้นมักจะใช้การรมควัน การผูกคอตายร่วมกัน หรือการใช้ของมีคมแทงกันเอง ซึ่งหากใครพลาดก็จะไม่ตาย และผู้ที่รอดชีวิตก็มักจะถูกสงสัยว่า “นี่เป็นการฆาตกรรมที่ทำให้ดูเหมือนการฆ่าตัวตายหมู่” อยู่หลายครั้ง ดังนั้นการจะทำให้บรรลุจุดประสงค์ที่ว่า “ทุกคนจะตายจริง ๆ” นั้น การรมแก๊สพิษในห้องปิดตายก็คือวิธีที่ดีที่สุด

เกริ่นมาเสียยาว แต่หลังจากที่เกิดคดีฆ่าตัวตายหมู่ขึ้น บ้านหลังนั้นก็ถูกขายออกไปในราคาที่ถูกสุด ๆ ในฐานะบ้านที่เคยเกิดคดีขึ้นครับ แล้วชายคนหนึ่งก็ซื้อบ้านหลังนั้นไปทั้งที่รู้ว่าเคยเกิดคดีมาก่อน

เมื่อพนักงานกำจัดปลวกรื้อพื้นบ้านออกมา…

แล้ววันเวลาก็ผ่านไป 10 ปี ชายคนนั้นยังคงอาศัยอยู่ในบ้านที่เกิดคดีหลังนั้นเรื่อยมาก่อนจะเรียกบริษัทกำจัดปลวกมาช่วยจัดการปัญหาปลวกขึ้นบ้าน และจะเป็นเพราะมีปลวกออกมาจากพื้นบ้าน หรือทำตามหน้าที่ หรือสงสัยว่ามีอะไรอยู่ใต้พื้นบ้านก็ตาม…แต่พนักงานบริษัทกำจัดปลวกก็รื้อใต้พื้นบ้านดูแล้วก็พบอะไรบางอย่างขนาดพอ ๆ กับร่างมนุษย์ถูกห่อเอาไว้ด้วยพลาสติกห่อของขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “บลูชีท” 2 ห่อ

เมื่อแกะห่อบลูชีทออกมาก็พบ…ซากศพที่กลายเป็นกระดูกของผู้หญิงอยู่ในนั้น ซึ่งคงเพราะห่อด้วยบลูชีทเป็นอย่างดีจึงไม่มีกลิ่นเท่าไรละมั้งครับ

คนร้ายคือใครกัน?

แล้วทำไมถึงได้มีศพอยู่ใต้พื้นบ้านหลังนี้ได้ ดูจากการห่อบลูชีทเป็นอย่างดีแล้ว ยังไงก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นคดีฆาตกรรมและซ่อนอำพรางศพโดยฝีมือของใครคนหนึ่ง ว่าแต่คนที่เอาศพมาฝังเอาไว้ที่นี่เป็นใครกันนะ?

เนื่องจากศพเหลือแต่กระดูกแล้วจึงไม่สามารถตรวจสอบสาเหตุการตายใด ๆ ได้แต่ก็คาดว่าศพถูกฝังเอาไว้ที่นี่มาตั้งแต่ก่อนเกิดคดีฆ่าตัวตายหมู่ที่ชั้น 3 ซึ่งความเป็นไปได้ก็มีอยู่ว่า…

ชายที่เคยอยู่อาศัยในบ้านหลังนี้ได้ก่อเหตุฆาตกรรมผู้หญิงทั้ง 2 คนด้วยเหตุผลบางอย่างและใช้บลูชีทห่อศพก่อนจะนำไปซ่อนเอาไว้ใต้พื้นบ้าน หลังจากนั้นก็อาจจะเกิดความรู้สึกผิดบาปขึ้นมาหรือคิดว่า “หนีไม่รอดแน่”…ชายคนนั้นจึงได้ฆ่าตัวตายร่วมกับเพื่อนที่ได้พบกันในเว็บไซต์ฆ่าตัวตาย

แล้วหลังจากนั้นผู้ชายอีกคนที่ยอมรับว่าบ้านหลังนี้เคยเกิด “คดีฆ่าตัวตายด้วยการรมควัน” ก็ซื้อบ้านหลังนี้ไปและอยู่อาศัยที่นี่มาเกือบ 10 ปีโดยไม่เคยรู้เลยว่าใต้พื้นบ้านยังมีศพซ่อนอยู่อีก 2 ศพ!!

ถ้าอยู่มาวันหนึ่งบ้านของเรากลายเป็น “บ้านที่เกิดคดี” ขึ้นมา…

ทุกวันนี้มีทั้งคดีฆ่าตัวตายและฆ่าคนตายเกิดขึ้นมากมาย ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่น ในเมืองไทยก็เหมือนกันครับ ซึ่งเราไม่มีวันรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้เลย ถ้าอยู่มาวันหนึ่งห้องนอนที่เราถูกใจเกิดจะกลายเป็นห้องที่เคยเกิดคดีฆาตกรรมขึ้น หรืออยู่ ๆ เกิดจะพบศพถูกฝังเอาไว้ใต้พื้นบ้านหรือในสวนขึ้นมา…เมื่อบ้านของตัวเองกลายเป็นบ้านที่เกิดคดีขึ้นอย่างกะทันหันแบบนั้นเราจะรับมืออย่างไร น่าคิดนะครับ

แถมท้ายให้อีกนิด ผู้ชายที่ซื้อบ้านที่เคยเกิด “คดีฆ่าตัวตายด้วยการรมควัน” และพบศพอยู่ใต้พื้นบ้านรวมทั้งสิ้นแล้ว 5 ศพด้วยกัน เขาก็ยังอาศัยอยู่ที่บ้านหลังเล็กหลังนั้นเรื่อยมาโดยไม่ย้ายออกไปไหนนะครับ…ใจแข็งจนอยากกราบจริง ๆ ครับ

ผู้เขียน : HAKURO

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!