พัฒนาคุณภาพอากาศในอาคาร เพื่อมอบอากาศที่สดชื่นด้วยเครื่องปรับอากาศ

พัฒนาคุณภาพอากาศในอาคาร เพื่อมอบอากาศที่สดชื่นด้วยเครื่องปรับอากาศ

ในปีนี้ประเทศไทยเผชิญกับปัญหามลพิษทางอากาศหนักหน่วงขึ้น และมันคือภัยคุกคามต่อสุขภาพ และความเป็นอยู่ของทุกคนอย่างต่อเนื่องในทุกพื้นที่ทั้งบ้าน สำนักงาน อาคารต่างๆ จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าจะมีการพัฒนาสิ่งต่างๆ ขึ้นมาเพื่อลดปัญหาดังกล่าว เพื่อทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่างๆ รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศที่พัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในที่พักอาศัย รวมถึงอาคารให้มีประสิทธิภาพ

เพราะนอกจากจะเกิดปัญหาทางด้านอากาศแล้ว จากการสำรวจของพานาโซนิค ประเทศไทย พบว่าคนไทยมีความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหานี้น้อย รวมทั้งยังประเมินคุณภาพอากาศรอบตัวและป้องกันตนเองจากมลพิษทางอากาศได้ไม่เพียงพอ

นอกจากนั้นจากการสำรวจยังพบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับความเข้าใจของคนไทยต่อมลพิษทางอากาศหลากหลายเช่น จำนวนผู้พักอาศัย 92 % ให้ความสำคัญกับการปกป้องตนเองจากมลพิษของอากาศภายนอกมากกว่าการเห็นความสำคัญของการปกป้องมลพิษภายในอาคาร เมื่อออกไปนอกบ้านจำนวน 65 % คือผู้ที่สวมหน้ากาก รวมทั้งเมื่อเดินทางด้วยยานพาหนะจะปิดหน้าต่างป้องกันมลพิษจากภายนอกประมาณ 50 % ที่น่าสนใจคือจำนวน 6 ใน 10 ของผู้พักอาศัยคิดว่าแม้ภายนอกจะมีมลพิษ แต่อากาศภายในบ้านนั้นดีถึงดีที่สุด และผู้อยู่อาศัยปกป้องตนเองจากมลพิษทางอากาศด้วยการรักษาสิ่งแวดล้อมภายในบ้าน เปิดหน้าต่างเพื่อช่วยระบายอากาศ รวมทั้งดูแลรักษาตัวกรองภายในเครื่องปรับอากาศ หรือทำความสะอาดเครื่องทำความร้อน

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่ามลพิษทางอากาศภายนอกก็ส่งผลต่อคุณภาพอากาศภายในอาคารเช่นเดียวกัน เพราะจากข้อมูลในเดือนมกราคมคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯ ซึ่งในช่วงเวลานั้นเรากำลังเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ทำให้ค่าฝุ่นขึ้นไปสูงถึง 195 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร หรือในบางพื้นที่เช่นเขตบางเขนกลับมีตัวเลขพุ่งสูงไปถึง 394

ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกระบุว่าคุณภาพอากาศในอาคารนั้นได้รับอิทธิพลจากความเข้มข้นของอากาศภายนอก มลภาวะต่างๆ รวมไปถึงอุปนิสัยของผู้พักอาศัย ประเภทของวัสดุก่อสร้างที่นำมาใช้ หรือมลพิษทางอากาศภายในส่วนหนึ่งก็มาจากเตาแก๊ส การเผาไหม้เชื้อเพลิง รวมไปถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในครัวเรือน

นอกจากนี้ปริมาณมลพิษทางอากาศในอาคารมักมีมากกว่ามลพิษของอากาศกลางแจ้งเนื่องจากความสามารถในการเกิดขึ้นของมลพิษในอาคารนั้นมีศักยภาพมากกว่าพื้นที่เปิดโล่ง และการใช้ชีวิตภายใต้คุณภาพอากาศที่ไม่ดีอาจส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพที่สำคัญเช่นโรคระบบทางเดินหายใจและปัญหาเกี่ยวกับสายตา รวมทั้งยังทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานที่ต่ำลงซึ่งน่ากังวลเพราะผู้คนประมาณ 90 % มักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร

การคิดค้นวิธีแก้ปัญหาเพื่อ "คุณภาพอากาศสำหรับชีวิต"

นอกเหนือจากการกำจัดหรือควบคุมแหล่งที่มาของมลพิษทางอากาศในอาคารแล้ว การดำเนินการตามขั้นตอนในการกรองและกำจัดมลพิษทางอากาศก็มีความสำคัญด้วยเช่นกัน ซึ่งพานาโซนิคก็ใส่ใจในสิ่งเหล่านิ้เพราะได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการกับมลพิษทางอากาศไม่ว่าจะเป็นฝุ่น PM 2.5 คาร์บอนไดออกไซด์ หรือฝุ่นทั่วๆ ไปด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย

-เติมเต็มพื้นที่ในอาคารด้วยอากาศบริสุทธิ์โดยการกรองมลพิษที่มีอยู่ในอากาศภายนอกเช่น PM2.5 ทั้งยังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานมีเสียงรบกวนน้อย และสร้างการไหลเวียนของอากาศบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่องในพื้นที่อยู่อาศัย 

-ระบายอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยยับยั้งความชื้นและกลิ่น ด้วยระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และมีเซ็นเซอร์ควบคุมความชื้นในการระบายอากาศ ทั้งยังช่วยระบายอากาศ ลดการสะสมความชื้นซึ่งเป็นปัญหาของเชื้อราและกลิ่นไม่พึงประสงค์อาทิเช่นกลิ่นในห้องน้ำ ซึ่งพานาโซนิคยังมีเครื่องเป่าแห้งที่เหมาะสำหรับใช้ในห้องน้ำ เพิ่มเติมด้วยฟังก์ชั่นทำให้เสื้อผ้าในห้องน้ำแห้งได้อีกด้วย 

-ทำให้อากาศภายในอาคารบริสุทธ์ด้วยเทคโนโลยี nanoe-Gซึ่งปล่อยไอออนที่จะเข้ายึดเกาะฝุ่นละอองที่มีอนุภาคขนาดเล็ก สามารถลดฝุ่นละอองอนุภาค PM2.5 และอนุภาคในอากาศ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส รวมถึงเชื้อราในอากาศได้ถึง 99%  

 

 

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!