เทคนิคพิชิตคราบสกปรกในห้องน้ำ

เทคนิคพิชิตคราบสกปรกในห้องน้ำ
Forfur

สนับสนุนเนื้อหา

โดยเฉพาะพื้นกระเบื้องที่มักจะสวยอยู่แค่ 3-4 เดือน หลังผู้รับเหมาส่งงาน จากนั้นพื้นก็มักจะมีคราบขาวๆน่าเกลียดๆขึ้นเป็นฝ้าเต็มไปหมด และที่สำคัญคือ ทำอย่างไรก็เอาไม่ออก และนอกจากนี้เมื่อใช้ห้องน้ำไปนานๆ ก็มักจะเกิดคราบโน่น คราบนี้ ขึ้นตามมาอย่างกับโรคติดต่อ

COTTO

ครั้งนี้เราลองมาดูกันซักหน่อยว่าอะไรมีคราบสกปรกแบบไหนบ้างที่มักสร้างความรำคาญใจให้กับเราเวลาเข้าไปใช้ห้องน้ำ และมาดูวิธีกำจัดมันกันง่ายๆด้วยตัวเราเองครับ

คราบขาวบนแผ่นกระเบื้อง : มาว่ากันเรื่องสาเหตุที่ทำให้เกิดคราบแบบนี้กันนิดนึงคราบขาวๆแบบนี้เกิดจากการใช้กระเบื้องที่มีคุณภาพต่ำทำให้ผิวเคลือบหลุดล่อนง่ายแล้วคราบสกปรกจึงเข้าไปฝังตัวในเนื้อกระเบื้อง  อีกข้อคือ ตอนปูกระเบื้องช่างไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องของกระเบื้องชนิดนั้นๆ เช่น กระเบื้องบางอย่างต้องทาน้ำยาเคลือบผิวหน้าก่อนการใช้งาน แต่ช่างไม่ได้ทำพอเราใช้งานคราบต่างๆมันก็เลยเข้าจู่โจมได้โดยง่าย เป็นต้น

คราบขาวบนกระเบื้องจะเห็นชัดมากบนกระเบื้องสีเข้มและกระเบื้องที่มีผิวไม่เรียบ

การกำจัดคราบฝังลึกแบบนี้บอกเลยว่าต้องใช้แรงงานอย่างมากมาย แต่ ก็พอจะมีเคล็ดไม่ลับที่ช่วยผ่อนแรงได้บ้างคือก่อนขัดให้เรานำเบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชูกลั่น ในอัตราส่วน น้ำส้มสายชูกลั่น 4 ส่วน ต่อ เบกกิ้งโซดา 1 ส่วน หรือ น้ำยาขัดห้องน้ำที่มีส่วนผสมของกรดเกลือ (สังเกตุจากเมื่อเราเทลงไปมันจะมีฟองฟู่ปรากฎออกมา) อย่างใดอย่างหนึ่ง อุดช่องระบายน้ำให้สนิท แล้วแช่ส่วนผสมดังกล่าวไว้ซัก 1-2 ชม. หากเป็นน้ำยาขัดห้องน้ำให้เทน้ำให้ทั่วพื้นสูงแค่ซัก 5-10 มม. ก็พอ แล้วจึงเทน้ำยาลงไปผสม หลังจากแช่ไว้แล้วปล่อยน้ำออก จากนั้นจึงขัดตามปกติ และต้องใส่ถุงมือและผ้าปิดปากให้เรียบร้อยเพราะกลิ่นจะฉุนมากๆ แต่ในส่วนที่เป็นคราบลึกๆก็ให้ลงน้ำยาเฉพาะจุด ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วจึงขัดอีกรอบ เท่านี้คราบที่ว่ายากก็จะค่อยๆ จางหายไปไม่ยากเย็น

ทำความสะอาดห้องน้ำ

อุปกรณ์สำหรับทำความสะอาด

ขั้นตอนการทำความสะอาด

คราบราดำในร่องปูนยาแนว และ ผนังห้องน้ำ : โดยทั่วไปคราบ “ราดำ” เหล่านี้มักจะเกิดเนื่องจากห้องน้ำมีความชื้นสูง (มักเป็นในส่วนพื้นห้องอาบน้ำ) หรือ เป็นห้องน้ำที่ไม่มีการระบายอากาศและแสงสว่างธรรมชาติที่เพียงพอ (เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุในการเกิดราดำ)

การกำจัดมีด้วยกันหลายวิธี ทั้งน้ำยาฆ่าราดำสำเร็จรูปที่มีขายทั่วไป หรือ จะเป็นวิธีง่ายๆ จากอุปกรณ์ที่มีในบ้าน อย่างน้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดา เพียงแค่เรานำเอาเบกกิ้งโซดาโรยไว้ให้ทั่วห้องน้ำ ไม่ต้องเยอะนะครับเอาแค่ตามรอยต่อกระเบื้องพอ ทิ้งไว้ซัก 5 นาทีแล้วจึงนำน้ำสมสายชูกลั่น 5% ราดตามลงไป (อาจใช้น้ำมะนาวเทียมแทนก็ได้หากกลัวว่ากลิ่นน้ำส้มสายชูจะแรงเกินไป) ตามร่องแล้วขัดเบาๆ ด้วยแปรงสีฟันเก่าๆ คราบเหล่านั้นก็จะหลุดไปอย่างไม่ยากเย็น

แต่หากไม่ได้ผลแสดงว่าเราปล่อยมันไว้นานจนกลายเป็นคราบฝังลึก อันนี้ก็ต้องทำใจนิดนึงว่า เราจำเป็นต้องทำซ้ำบ่อยๆ ก็จะค่อยๆ หายไปเองครับ หรือ จะไปใช้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปตามที่บอกไปข้างต้นแทนก็ได้ครับ

คราบสกปรกบนกระจกเงา และ กระจกห้องอาบน้ำ : กระจกเงาส่องหน้า หรือ กระจกกั้นห้องอาบน้ำแสนสวย ที่หมองจากละอองน้ำและคราบไขมัน เราสามารถกำจัดได้อย่างง่ายๆ และออกมาสวยอย่างเหลือเชื่อ นั่นคือ เอาน้ำสบู่ผสมกับน้ำส้มสายชูนำผ้านุ่มๆ ชุบแล้วบีบให้หมาด เช็ดถูเบาๆ คราบจะลอกออกได้อย่างง่ายดาย พร้อมๆ กับความเงางามทันตาเห็น แต่ปัญหาคือมันจะมีกลิ่นฉุนมากซักหน่อย ฉะนั้นหลังทำความสะอาดก็ต้องทิ้งไว้ซักพักหรือจะฉีดน้ำหอมปรับอากาศก็ได้ครับเมื่อทุกอย่างดูสะอาดเอี่ยมดีแล้วก็ตบท้ายด้วย น้ำยากันน้ำเกาะกระจกที่เราใช้ทาบนกระจกหน้ารถยนต์ เพื่อไม่ให้หยดน้ำและคราบสกปรกติดบนกระจกไปอีกยาวนาน หาซื้อได้ง่ายๆตามแผนกอุปกรณ์ล้างรถทั่วไป ไม่ต้องเอาแบบแพงมากก็ได้ ผลออกมาไม่ต่างกันมากนัก

คราบหมองบนก๊อกน้ำและอุปกรณ์ที่เป็นสีโครเมี่ยม,สเตนเลส และ ทองเหลือง : ร่องรอยหมองของอุปกรณ์เหล่านี้มักมาจากคราบไขมันที่มาจากเราๆนั่นเอง วิธีทำความสะอาดที่ได้ผลง่ายๆ คือการเช็ดด้วยน้ำส้มสายชู แค่ขัดเบาๆก็สะอาดมันวาวเหมือนใหม่แล้ว เพราะน้ำส้มสายชูเป็นกรดอ่อนๆ ทำให้ชำระล้างคราบไขมันและรอยหม่นหมองได้ดี หรือบางคนไม่ชอบกลิ่นน้ำส้มสายชูก็จะใช้พวกน้ำยาขัดอเนกประสงค์ที่มีขายทั่วไปก็ได้เช่น น้ำยาสเตคลีน , บรัสโซ หรือ Stainless steel cleaner เป็นต้น

COTTO

ถ้าผิวของก๊อกมีรอยถลอกเล็กๆไม่ได้ลึกมาก ก็ให้ใช้น้ำยาทาเล็บแบบใสมาแต้มแล้วขัดด้วยผ้าชามัวแล้วขัดซ้ำด้วยครีมขัดเงา เพียงเท่านี้ร่องรอยเหล่านั้นก็จะจางไปไม่มาทำให้เราปวดใจอีกแล้ว

คราบหินปูนบนกระเบื้องหรือก๊อกน้ำ : ธรรมชาติของหินปูนจะขึ้นในบริวณที่มีน้ำเปิดใช้งาน หรือ รอยรั่วของก๊อกน้ำ โดยเฉพาะบ้านหลังไหนที่ใช้น้ำบาดาลก็จะเกิดหินปูนได้ง่ายกว่าน้ำประปาอีกด้วย แต่เราก็มีวิธีการจัดการได้แบบไม่ยากนัก ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควรขั้นแรกต้องใช้อุปกรณ์แข็งๆแบนๆเช่น เกรียง หรือ ไขควงปากแบน ค่อยๆแซะคราบหินปูนออกก่อนอย่างเบามือ โดยเฉพาะก็อกน้ำที่อาจทำให้ผิวเครือบหลุดมาด้วยได้ อย่าใจร้อนค่อยๆทำไปจนหมดแล้วเช็ดด้วยน้ำส้มสายชู หรือน้ำยาทำความสะอาดเครื่องสุขภัณฑ์เพื่อให้เงางามเหมือนเดิม หากยังติดแน่นทนนาน คงต้องลองหาซื้อน้ำยาขจัดหินปูน หรือผงขจัดตะกรันมาขัดออกอีกรอบครับ แต่ถ้าคราบหินปูนมันเกาะแน่นมากๆก็ให้ลองหาซื้อผงคลอรีนที่ใช้ฆ่าเชื้อในน้ำ ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ตู้ปลา นำมาละลายน้ำเจือจาง 1 ต่อ 5 แล้วลองแช่ไว้ซัก 10 นาที ล้างออกแล้วลองขูดใหม่ แต่วิธีนี้ใช้ในกรณีหินปูนอยู่บนกระเบื้องพื้นเท่านั้นนะครับ

นี่เป็นเพียงเทคนิคเล็กน้อยที่จะทำให้เราดูแลรักษาให้ห้องน้ำของเราสะอาดสวยงามอยู่เสมอ และนั่นก็จะนำมาซึ่งสุขภาพที่ดีของผู้ใช้งานและทุกคนในบ้านที่เรารักอีกด้วยครับ

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!