แค่ชื่อก็ใช่ “ชุบชีวิต สตูดิโอ” จากทาวน์เฮาส์อายุร่วม 20 ปี เด่นตรงออกแบบใหม่ให้ดูเก่า

แค่ชื่อก็ใช่ “ชุบชีวิต สตูดิโอ” จากทาวน์เฮาส์อายุร่วม 20 ปี เด่นตรงออกแบบใหม่ให้ดูเก่า

มีเหตุผลมากมายที่คนเราจะตัดสินใจเลือกรีโนเวทอาคารหรือบ้านเก่าสักหลัง แม้รู้ดีว่าการสร้างใหม่น่าจะเหมาะสมและคุ้มค่ากว่า คุณชุบ นกแก้ว ช่างภาพและมือรีทัชระดับรางวัล Cannes Lion (เทศกาลที่เปรียบเสมือนรางวัลออสการ์ แต่เป็นของคนทำโฆษณา) เจ้าของชุบชีวิตสตูดิโอ สตูดิโอรับถ่ายภาพและโมเดลลิ่ง เลือกซื้อทาวน์เฮาส์อายุร่วม 20 ปีในราคา 14 ล้านเพื่อรีโนเวทเป็นสตูดิโอ เมื่อบวกค่าออกแบบตกแต่งอีก 5 ล้าน จึงทำให้สตูดิโอแห่งนี้ราคาพุ่งไปถึงเกือบ 20 ล้านบาท แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นเพราะเหตุผลเพื่อการทำงาน

คุณชุบ นกแก้ว เจ้าของชุบชีวิตสตูดิโอ

เดิมคุณชุบมีโฮมออฟฟิศหลังย่อมๆ ขนาด 4 ชั้นอยู่ในย่านทาวน์อินทาวน์แห่งนี้อยู่แล้ว เมื่อคิดจะขยายออฟฟิศจึงขอซื้อบ้านหลังติดกันเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ แต่เจ้าของปฏิเสธ ทาวน์เฮาส์เก่าที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสตูดิโอเท่ๆ เดิมถูกปล่อยร้างมาหลายปี กระทั่งมีการซื้อขายกันเป็นทอด ในวันที่คุณชุบตัดสินใจซื้ออาคารเก่าหลังนี้ราคาอาคารแตะ 14 ล้าน แต่เหตุผลที่เลือกเพราะใกล้ออฟฟิศเก่า เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็มาถึง

เปรียบเทียบทาวน์เฮาส์เดิมกับชุบชีวิตสตูดิโอ

เมื่อคิดจะรีโนเวททาวเฮาส์เก่าการทุบตึกจึงเกิดขึ้น คงเหลือไว้เพียงโครงอาคาร เพราะต้องลงเสาเข็มใหม่ 6 ต้นเพื่อป้องกันปัญหาอาคารทรุดซึ่งเป็นปัญหาหลักของบ้านและอาคารในแถบนี้ นอกจากลงเสาเข็มแล้วเพราะต้องการปรับให้ทาวน์เฮาส์แห่งนี้เป็นสตูดิโอจึงต้องทุบผนัง ทุบเพดานออกทั้งหมดเพื่อปรับให้อาคารสูงและโปร่งขึ้น

หลักการออกแบบเริ่มจากเจ้าของถ่ายรูปแต่ละมุมแล้วมาทำในคอมพิวเตอร์ก่อนส่งให้ช่างดู เพราะห้องแต่ละห้องของสตูดิโอไม่ได้เป็นแพทเทิร์นเดียวกันมีความแตกต่างกัน โดยยึดคุณประโยชน์หลักคือทุกห้องต้องสามารถถ่ายรูปได้ ดังนั้นจึงเป็นการออกแบบที่ไม่มีการบิวท์อินเพื่อให้สะดวกในการเคลื่อนย้าย จัดมุมใหม่ๆ สำหรับการถ่ายภาพได้เสมอ

ห้องประชุมที่ประยุกต์สำหรับนั่งทานอาหารได้ด้วย

อาคาร 4 ชั้นแบ่งตามฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก ชั้นล่างให้อารมณ์ลอฟท์ปรับทางเข้าด้านหน้าเปลี่ยนมาเป็นด้านข้างตัวตึกแทน ครัวสีดำคือพื้นที่ต่อจากทางเข้า ด้านในอาคารเป็นห้องรับแขกบวกฟังก์ชั่นห้องประชุมมีเคาน์เตอร์เครื่องดื่มสวนสีเขียวในอาคารพื้นที่เล็กๆ เพิ่มความสบายตา ผนังเพ้นท์ภาพวาดลายไทยบอกเล่าเหตุการณ์เด่นๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มุมนี้เจ้าของตั้งใจใช้ภาพวาดลายไทยอยู่ในบรรยากาศการตกแต่งแบบลอฟท์เพื่อสื่อถึงความขัดแย้งและอยู่ร่วมกันได้ นอกจากนั้นชั้นนี้ยังมีห้องแต่งตัว และห้องสตูดิโอถ่ายภาพ

ห้องทำงานในส่วนงานโมเดลลิ่ง

โมเดลลิ่งธุรกิจเปิดใหม่ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ห้องนี้เจ้าของต้องการความสดใสจึงใช้สีฟ้าเป็นหลัก มีระเบียงยื่นออกไปด้านนอกเห็นแล้วทำให้รู้สึกเหมือนอยู่กรีซเพราะโดดเด่นด้วยโทนสีฟ้า-ขาว ห้องกว้างอีกด้านหนึ่งของชั้นเดียวกันยังคงความดิบ เลือกใช้วัสดุปูน ทำผนังเคลือบสีใหม่ก่อนจะกัด กร่อนให้สีร่อนเหมือนผนังเก่า ในขณะที่อีกด้านหนึ่งของห้องเดียวกันเลือกใช้ผนังปูนสีขาวฉาบเรียบแบบปกติ บอกเลยว่าทุกมุมต้องปรับเปลี่ยนให้ถ่ายภาพได้เสมอ

ห้องนอนโทนสีขาว ตกแต่งแบบเคลียร์ๆ

โล่งๆ เข้าไว้ ใช้สีขาวเป็นสีหลักเพื่อความสบายตา

ส่วนชั้น 3 เป็นห้องนอนและพื้นที่ส่วนตัวของคุณชุบ ห้องนอนเลือกสีขาวเป็นสีหลักทั้งผนัง พื้นห้อง มีมุมหนึ่งของห้องปรับจากระเบียงทาวน์เฮาส์เดิมทำเป็นซุ้มโค้งคล้ายถ้ำตกแต่งเพดานด้วยโมเสค ด้านในวางเตียงนอนขนาดใหญ่ โดยรวมห้องเน้นความโล่ง ไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์ หรือของตกแต่งมากมาย และชั้น 4 เป็นห้องเก็บพร็อพที่ออกแบบและจัดวางของอย่างเป็นระเบียบตามประเภทของพร็อพ

ภาพ Before & After ภายในอาคาร

ตลอดระยะเวลา 8 เดือนระหว่างการรีโนเวทไม่พบปัญหาใดๆ เพราะเจ้าของวางรูปแบบที่ต้องการไว้แล้วในใจตั้งแต่ต้น รวมทั้งใช้ช่างที่เคยทำงานร่วมกันมานานจนเข้าใจสไตล์ส่วนตัวของคุณชุบ จะมีอยู่บ้างตรงที่ช่างวางระบบน้ำ ระบบไฟเห็นบ้านแล้วทักว่าต้องทำบ้านให้เสร็จก่อนแล้วถึงวางระบบต่างๆ ได้ ซึ่งหลายคนอาจคิดแบบนั้น แต่สำหรับคุณชุบโฮมออฟฟิศ สไตล์ดิบ โชว์ผิวสัมผัสต่างๆ แบบนี้แหละที่เรียกว่าเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์

 

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!