อดีตนักธุรกิจเปลี่ยนซากบ้านเก่าริมอ่างเก็บน้ำ เป็นบ้านสไตล์คันทรี่ลอฟท์เพื่อฝัน

อดีตนักธุรกิจเปลี่ยนซากบ้านเก่าริมอ่างเก็บน้ำ เป็นบ้านสไตล์คันทรี่ลอฟท์เพื่อฝัน

เป็นความรู้สึกดีสำหรับคนทำงานที่ผู้อ่าน Sanook! Home อยากบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับบ้านที่ตัวเองตั้งใจสร้าง เพราะบ้านหลังนี้ของคุณธนพล ณรงค์ประภาพัชร์ อดีตนักธุรกิจ เป็นบ้านที่มิได้เกิดจากความพยายามจะหาบ้านพักตากอากาศดีๆ เพื่อตนเองและครอบครัวเท่านั้น แต่ในความรู้สึกที่ลึกลงไปกว่านั้นคือบ้านหลังนี้เป็นความภาคภูมิใจที่เขาอยากสื่อสารความรู้สึกต่างๆ ให้กับลูกๆ

คุณธนพลพร้อมลูกๆ

เดิมทีคุณธนพลเป็นนักธุรกิจ ทำงานและใช้ชีวิตในฐานะมนุษย์เงินเดือนอยู่ในกรุงเทพฯ มากว่า 20 ปี คอนโดมิเนียมกลางเมืองเต็มไปด้วยความสะดวกสบายคือที่พักหลักของเขา ภรรยาพร้อมลูกๆ ชีวิตไม่ได้ขาด หรือเหลือมากแต่ก็พอมี เมื่อมาถึงวันที่คุณธนพลนั่งตั้งคำถามถึงการใช้ชีวิตที่แท้จริงของตัวเอง บ้านพักตากอากาศหลังนี้จึงตามมา พร้อมการลดวัน และเวลาการทำงานของตัวเองลงเพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้ลองใช้ชีวิต

บรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำ

อ่างเก็บน้ำประแส อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยองเป็นโลเคชั่นที่คุณธนพลเลือกเพราะอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพฯ มากนัก อีกทั้งถ้าเลือกสร้างบ้านในจังหวัดอื่นๆ ที่คนทั่วไปนิยมสร้างกันอยู่แล้ว ก็เกรงว่าเมื่อตนเองคิดจะเดินทางไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด อาจไม่สงบแบบคิดไว้ นอกจากนั้นคุณธนพลยังฝันอยากมีบ้านพักตากอากาศที่ให้กลิ่นอายบ้านแบบต่างจังหวัดผสมกับสไตล์ต่างประเทศ

สภาพบ้านหลังเดิมติดกับที่ดิน

ข้างบ้านหลังใหม่

คุณธนพลซื้อที่ 1 ไร่ริมอ่างเก็บน้ำพร้อมซากบ้านเก่าไม้กึ่งปูน 1 หลังที่ติดมาพร้อมที่ดินในราคา 1 ล้านบาท แม้หลายๆ อย่างจะไม่ลงตัวไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงสร้าง แลนด์สเคป แต่เพราะมุมมองแบบคนรักธรรมชาติ ต้องการความดิบ ความสมบูรณ์แบบจึงไม่ใช่บทสรุปของทุกสิ่งทุกอย่าง

ห้องนั่งเล่นเดิม

โจทย์หลักของการปรับปรุงบ้านหลังนี้คือคงความดิบเอาไว้ กำแพงจะล้มก็ปล่อย ตรงไหนไม่ได้มุม ไม่ได้ฉากก็ไม่ต้องปรับเปลี่ยน จากนั้นค่อยๆ เติมสิ่งที่ตนเองต้องการเพิ่มเข้าไปในโครงสร้างเดิม การแบ่งพื้นที่ของห้องต่างๆ ยังคงระยะเดิมไว้ เพิ่มการก่อผนังใหม่ ขัดมันผนังให้เป็นสไตล์ลอฟท์ จากนั้นจ้างช่างศิลป์มาเพ้นท์ผนังเป็นลายแบบฝรั่งแทนการใช้ภาพพรินท์ เหลือพื้นที่ผนังบางส่วนไว้ให้ลูกๆ วาดภาพเพื่อให้รู้สึกมีส่วนร่วมและมีจิตวิญญาณของตนเองอยู่ภายในบ้านหลังนี้

การตกแต่งภายในบ้าน

สำหรับส่วนอื่นๆ ก็ยังคงเสน่ห์แบบดั้งเดิมไว้อย่างหลังคากระเบื้องยังเลือกใช้หลังคาแบบลอนเหมือนเดิมเพื่อให้มีบรรยากาศความเป็นชนบท แม้แต่ประตูที่เจ้าของบ้านเลือกซื้อมาจากสุโขทัยทาสีสวยๆ มาเปลี่ยนเป็นขัดออกให้ดูเก่า โทรม เบ็ดเสร็จในการรีโนเวทครั้งนี้เจ้าของบ้านใช้เวลาประมาณ 1 ปีในการรีโนเวทและใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะหมดไปกับค่าถมดิน

สไตล์การตกแต่งภายในบ้าน

เนื่องจากเป็นการเริ่มต้นรีโนเวทตั้งแต่พื้นที่บริเวณนั้นเป็นป่ายาง ไฟฟ้าไม่มี อินเทอร์เน็ตไม่มี ข้อจำกัดเหล่านี้จึงกลายเป็นอีกปัญหาสำคัญที่ทำให้การรีโนเวทเป็นไปอย่างล่าช้า รวมไปถึงการทำงานกับคนในพื้นที่นั้นซึ่งคุณธนพลไม่รู้จักมาก่อน การหาช่างจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องนำช่างไปเองและให้พวกเขาพักที่นั่น ปัจจุบันครอบครัวคุณธนพลอาศัยอยู่ที่นั่นมาได้ 3 ปีแล้ว โดยจะเดินทางไปพักผ่อนที่บ้านหลังนั้นเดือนละ 2 ครั้ง

บ้านหนึ่งหลังกว่าจะสำเร็จได้ต้องใช้ทั้งงบประมาณ แรงกาย แรงใจทุ่มเทลงไปก็เพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ และนี่คือความภาคภูมิใจที่เจ้าของบ้านต้องการส่งต่อให้กับรุ่นลูก ลูกได้อยู่บ้านที่พ่อแม่ตั้งใจสร้างให้ แต่ภายในบ้านหลังนั้นยังมีพลังซึ่งสามารถส่งต่อและผลักดันให้ลูกๆ ทุกคนรับรู้ถึงความพยายาม ความมานะบากบั่น พลังเหล่านั้นจะทำให้เด็กๆ ทุกคนเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์สมความตั้งใจของผู้เป็นเจ้าบ้าน

ติดตามSanook! Home

ติดตาม เกร็ดความรู้ ข้อมูลน่ารู้ เรื่องบ้าน ได้ที่ https://www.sanook.com/home/ ทุกๆ เรื่องที่คุณอยากรู้ ร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!