รีวิวแต่งบ้านสไตล์ Rustic Farmhouse ในแบบของเราค่ะ

รีวิวแต่งบ้านสไตล์ Rustic Farmhouse ในแบบของเราค่ะ

รีวิวแต่งบ้านสไตล์ Rustic Farmhouse ในแบบของเราค่ะ เกี่ยวกับ แต่งบ้าน

S! Home

สนับสนุนเนื้อหา

บ้าน นอกจากจะเป็นที่พักอาศัยแล้ว บ้านยังเป็นสถานที่บ่งบอกตัวตนของเจ้าของบ้าน ซึ่งคุณ reiko chan จากเว็บไซต์พันทิป ดอทคอมที่มาแนะนำการตกแต่งบ้านในสไตล์ฟาร์มเฮาส์ บอกเลยว่าตกแต่งบ้านสไตล์นี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะคะว่ารีวิวนี้เป็นรีวิวครั้งแรกของเราตั้งแต่เคยสมัครล็อกอิน Pantip มาผิดพลาดประการใดต้องขออภัยค่ะ (-/\-)”

ก่อนซื้อบ้านหลังนี้ เราซื้อคอนโดขนาด 35 ตร.ม. เป็นแบบ fully furnished เราแทบไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรเลยค่ะ ใช้เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นตามที่ทางโครงการให้มา เรื่องเริ่มจากเมื่อต้นปี 59 เรากับแฟนขับรถผ่านถนนเส้นนึงซึ่งไม่ไกลจากคอนโด ใกล้ BTS นัก


เห็นหมู่บ้านสวยๆ หลายโครงการ ก็เลยลองตระเวนเข้าไปดูเกือบทุกโครงการเลยค่ะตอนนั้นเห็นหลังไหนก็สวย อยากได้ อยากซื้อ แต่ใจไม่กล้าพอค่ะ กลัวผ่อนไม่ไหวบวกกับคิดว่า คอนโดที่อยู่ตอนนี้ก็สบายดี อยู่กับแฟนแค่ 2 คนไม่ได้คับแคบอะไร

แต่ความคิดที่อยากจะมีบ้านสักหลังเป็นของตัวเอง บ้านที่บ่งบอกถึงความเป็นเรา ยังคงอยู่ในใจมาตลอดต้นปี 60 ที่ผ่านมา เราตัดสินใจแวะกลับไปดูที่โครงการเดิมแห่งนึงอีกครั้ง ซึ่งช่วงนั้นมีบ้านหลายหลังกำลังจัดรายการอยู่ค่ะ หนึ่งในนั้นเป็นบ้านขนาด 66 ตร.วา ตัวบ้านเป็น Type ที่เล็กที่สุดค่ะ พื้นที่ใช้สอย 151ตร.ม.เป็นบ้านโล่งๆ เลยค่ะ 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ มีเพียงสุขภัณฑ์ในห้องน้ำตามมาตรฐานของโครงการให้มา

แต่ที่ทำให้เราติดใจคือสวนหน้าบ้านที่ทางโครงการจ้างช่างมาจัดให้เป็นพิเศษ (หลังอื่นเป็นสวนตามมาตรฐานโครงการ) เป็นสวนสไตล์อังกฤษ มีบ่อน้ำพุเล็กๆ ลานหิน และชุดโต๊ะเก้าอี้ (ไว้จิบน้ำชายามบ่าย อันนี้คิดเองค่ะ 555) ในใจคิดว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องจ้างช่างมาจัดสวน ประหยัดงบไปได้หลายหมื่น รึถ้าเอาสวยๆ ก็คงเป็นแสน สุดท้ายเราจึงตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้ค่ะ

และนี่คือภาพบ้านสภาพเดิมๆ ของโครงการ เป็นรูปจากมือถือนะคะ เราถ่ายเก็บไว้ตอนเซลล์พามาดู

นี่เป็นสวนที่ทางโครงการจัดให้ค่ะภาพในหัวคือตอนเช้า เรากับแฟนทำ American breakfast มานั่งทานที่โต๊ะจิบกาแฟ ฟังเสียงน้ำพุในความเป็นจริงคือ ตกเย็นชวนเพื่อนปูเสื่อบนพื้นหินอ่อนโล่งๆ
แล้วนั่งกินปิ้งย่างหมูกะทะแทนค่ะ



นี่เป็นภาพรวมๆ ของสวนรอบบ้านนะคะ (หลังบ้านเป็นรั้วโครงการค่ะ)

ตัดกลับมาที่ภายในตัวบ้านค่ะ อย่างที่บอกค่ะว่าตัวบ้านเป็นบ้านโล่งๆ แต่สิ่งที่โครงการแถมมาให้คือวอลล์เปเปอร์ทั้งหลัง อ้อ แล้วก็แอร์ 4 ตัวค่ะแผงทีวีค่ะ (ลายวอลล์ตรงนี้เห็นแล้วกุมขมับ)

มองจากทางเข้าไปที่มุมทานข้าวค่ะ ด้านซ้ายเป็นบานประตูเปิดออกไปเฉลียงข้างบ้าน

มองจากมุมทานข้าวออกไปทางหน้าบ้านค่ะ ...ขออภัยภาพมืดไปหน่อยค่ะ

มองไปทางขวาจะเป็นห้องครัวค่ะ ครัวขนาดเล็กมากๆๆๆ 2.8*3.0ม. ถ่ายรูปลำบ๊ากลำบาก ขออนุญาตเอารูปตอนตรวจบ้านมาเสริม เนื่องจากตอนเซลล์พาดูไม่ได้ถ่ายไว้ค่ะ



ในส่วนของสไตล์การแต่งบ้าน ทีแรกเราไม่ได้ตั้งใจจะให้ออกมาเป็นสไตล์นี้หรอกค่ะ ความคิดแรกตอนที่ตัดสินใจจะซื้อบ้าน เราอยากจะทำ Built in ให้ออกมาแนวหวานๆ หรูๆ โทนสีชมพูกะปิตัดกับขาว พอส่งรูปสไตล์ที่ชอบให้แฟนดู
แฟนตอบกลับมาว่า “นึกภาพพี่อยู่บ้านคนเดียว หนวดเฟิ้มๆ นุ่งกางเกงบอลเก่าๆ ไม่ใส่เสื้อ เดินไปเดินมาในบ้านสไตล์นี้สิ”

โอเคค่ะ เข้าใจ กลับมาทำการบ้านใหม่ก็ได้ อันที่จริงแฟนเรา เค้าชอบเฟอร์นิเจอร์ไม้ เห็นสีไม้เห็นลายไม้จริงสไตล์ญี่ปุ่นผสมมินิมอลลิสต์ แต่....เราไม่ค่อยชอบค่ะ 5555คิดไปคิดมา เลยมานึกถึงบ้านฝรั่งสไตล์ Farmhouse เพราะเราอยากให้บ้านดูอบอุ่นและสไตล์นี้ก็เน้นที่ความเป็นธรรมชาติด้วยค่ะ วัสดุที่นำมาใช้จึงเป็นไม้จริงทั้งสิ้น ของตกแต่งต่างๆ ก็เน้นที่มาจากธรรมชาติค่ะ

มาถึงขั้นตอนการหาช่าง Built in แล้วนะคะ เนื่องจากปีก่อนบ้านคุณแม่เราเคยรีโนเวทต่อเติม แล้วช่างเคยแนะนำผู้รับเหมารายนี้เอาไว้ บอกว่างานเล็กงานใหญ่รับหมด เราเลยลองติดต่อไป เบื้องต้นก็บอกความต้องการ ส่งรูปสไตล์ที่ชอบให้เค้าดูส่วนใหญ่เราได้แรงบันดาลใจมาจาก Pinterest ค่ะ 5555

ตัดข้ามขั้นตอนเรื่องการวางมัดจำ คุยแบบอะไรต่างๆ ไปนะคะ อันนี้คือตัวอย่างแบบสรุปสุดท้ายที่ได้มาค่ะเนื่องจากเรามีงบจำกัด ผู้รับเหมาแจ้งว่าถ้าอยากได้ภาพกราฟฟิก ต้องเพิ่มค่าเขียนแบบใบละเป็นพัน เราจึงได้มา แต่ Drawing ลักษณะนี้ แต่ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะเราทำการบ้านค่อนข้างเยอะ เห็นแล้วก็พอจะนึกภาพออก ในรูปนี้คือ Built in มุมทานข้าวค่ะ เราตั้งใจไว้แต่แรกเลยว่าตรงนี้ต้องทำเป็น Window seat เท่านั้น!!





ส่วนอันนี้คือของจริงที่ได้มาค่ะ ☺️


มาถึงขั้นตอนการแห่งการรอคอยค่ะหลังจากสรุปแบบแล้ว ก็เข้าสู่การขึ้นโครงประมาณ 70% ที่โรงงานค่ะ ตรงนี้ใช้เวลาเกือบเดือน ช่างจะส่งรูปอัพเดตให้เราดูทางไลน์ค่ะ

เมื่อได้โครงแล้ว ก็ถึงเวลาที่เรารอคอย ช่างเริ่มทยอยขนโครงไม้เข้าหน้างานแล้วค่ะ

เนื่องจากจันทร์ถึงศุกร์เราทำงานอยู่ต่างจังหวัด ช่วงนั้นจะรอคอยเสาร์อาทิตย์มากๆ จะได้รีบกลับไปดูความคืบหน้า
บางอาทิตย์เลิกงานวันศุกร์ก็ขับรถไปดูบ้านคืนนั้นเลยค่ะ
ใกล้เป็นรูปเป็นร่างแล้วนะคะ


หลังจากงานไม้ติดตั้งเกือบจะสมบูรณ์ก็มาถึงเวลาเลือกสีที่จะพ่นหน้าบานค่ะ ช่างจะทำสีตัวอย่างมาให้เราเลือก 2-3 โทนตามความต้องการของเรา ทีแรกเราอยากให้บ้านดูมีสีสันแบบบ้านฝรั่งที่เค้าเล่นสีเฟอร์นิเจอร์เทาบ้าง ฟ้าบ้าง

แต่ช่างแนะนำว่า ขอให้ภาพรวมมีสีหลักๆ อยู่ไม่เกิน 3 สีจะปลอดภัยกว่าเราจึงเลือกพ่นสีหน้าบานของห้องนั่งเล่น มุมทานข้าว และส่วนเตรียมอาหารเป็นสีขาวครีมตัดด้วยสีน้ำตาลของท้อปไม้สนและแผงหลังชั้นวางทีวีค่ะ
ตัวอย่างทำสีที่ช่างทำมาให้ค่ะ หน้าบานส่วนใหญ่เป็นไม้อัดแอชลายภูเขาพ่นสีเห็นลายเสี้ยนค่ะ



เริ่มที่ชั้นวางทีวีก่อนละกันนะคะ
(รูปถ่ายจากมือถือตอนเพิ่ง Built inเสร็จใหม่ๆ ค่ะ)


ส่วนนี่เป็นภาพปัจจุบันจากกล้องแฟนค่ะ
ขออภัยที่เก็บภาพไม่ครบนะคะ พอดีเลนส์ไม่เอื้ออำนวย


อ้อ ลืมไป มุมนั่งเล่นเราให้ช่างทำฝ้าด้วยค่ะ ทีแรกตั้งใจจะทำเป็นหลุมดรอปฝ้าใส่ไฟ LED แต่ระหว่างทำติดปัญหาค่ะ เพราะตำแหน่งหลุมฝ้าดันไปตรงกับห้องน้ำของห้องนอนใหญ่ ช่างเปิดฝ้ามาเจอท่อน้ำเลยดรอปได้แค่ 10 รึ15ซม.นี่ล่ะค่ะ
จำใจต้องตัดไฟ LED ออก ตอนแรกก็เฟลมากๆ เลยนะคะ เพราะถ้ามีหลุมดรอปฝ้าใส่ไฟLED จะทำให้มุมโซฟาดูเด่นขึ้นมากแต่พอปรับออกมาเป็นแบบนี้แล้วก็รู้สึกพอใจค่ะ ที่สำคัญราคาถูกลงด้วยค่ะ ประหยัดค่าLEDไปได้ตั้ง 5,000

แก้ไขเพิ่มเติมรูปแผงชั้นวางทีวีค่ะ ให้แฟนถ่ายให้ใหม่เมื่อวาน

เนื่องจากเราต้องการให้บ้านออกมาดูอบอุ่นรูปแบบของโซฟาจึงมีส่วนสำคัญส่วนใหญ่บ้านสไตล์นี้ เราสังเกตุว่าเค้าจะใช้โซฟาแนวนี้ โรยหมอนเยอะๆ และมีวิงแชร์ทรงที่ไม่เข้าเซ็ตกับโซฟา แต่ไปในแนวทางเดียวกันกับสไตล์การตกแต่งภาพรวมโซฟาเราเลือกเป็นสีเทาอ่อนเพราะไม่อยากให้ดูกลืนกับสีBuilt inที่เป็นสีน้ำตาล-ขาวมากนักแต่เป็นสีเทายังพอจะหาเฟอร์ชิ้นอื่นมาดึงให้สีน้ำตาลและสีเทาดูกลมกลืนไม่มีชิ้นใดโดดเด่นจนเกินไป

ส่วนวิงแชร์ เป็นความตั้งใจของเราอีกเช่นกันค่ะ ที่ต้องการให้เก้าอี้ตัวนี้เด่นกว่าทุกชิ้นในมุมห้องนั่งเล่น (นิดนึง) เพราะรู้สึกว่าถ้าเลือกสีพื้นหรือใช้ผ้าลายเดียวกัน ทรงเข้าเซ็ตกันกับโซฟามันจะดูเรียบไปเลยเลือกผ้าที่เป็นลายดอกค่อนข้างใหญ่สีเทาอมน้ำตาลพื้นขาวครีม ทรงหูช้างแต่ไม่ดึงกระดุมขาเก้าอี้ที่จริงร้านใช้ขาสิงห์ค่ะ แต่เราว่ามันดูหลุยส์ไป เราขอที่ร้านเปลี่ยนเป็นขากลมสีดำค่ะ

ต่อมาเป็นพระเอกในมุมนั่งเล่นของเราเลยค่ะ นั่นคือ Coffee table โต๊ะนี้เป็นมหากาพย์สำหรับเรามาก เริ่มตั้งแต่ตอนที่คิดว่าจะหาโต๊ะแบบไหนมาวางดี ทีแรกเราอยากได้โต๊ะหวายแท้สานเป็นทรงหีบ ในเว็บฝรั่งมีสวยๆ เยอะมากๆ ค่ะ อยากได้มากๆ แต่งานฝีมือ ราคาจึงค่อนข้างสูง บางหลังเกือบสองหมื่น บวกค่าขนส่งเข้าไปอีก เราสู้ไม่ไหวค่ะก็เลยเบนเข็มมาที่หีบไม้ค่ะ เพราะเราเคยเห็นร้านรับทำเฟอร์นิเจอร์ไม้รับทำเป็นโต๊ะทรงหีบผ่านตามาบ้าง

มีอยู่วันนึง เราชวนแฟนไปเดินจตุจักร เพื่อหาซื้อของแต่งบ้านจุกจิกอีกใจก็พยายามมองหาร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้เก๋ๆ ที่เค้าน่าจะมีหีบไม้วางขาย หรือสั่งทำได้ก็ไปเจออยู่ร้านนึงค่ะ เป็นร้านรับทำเฟอร์นิเจอร์ตามแบบจากไม้ไทย เช่น ไม้สัก
เราไปสะดุดตากับแผ่นไม้แต่งผนังที่เค้าแขวนอยู่หน้าร้าน ว่าจะซื้อมาติดเหล็กสำหรับแขวนกุญแจค่ะที่จริงสไตล์ที่ร้านเค้าทำขายมันจะออกคาวบอยๆ ดูมีความเขาใหญ่หน่อยๆ ซึ่งไม่ใช่ที่เราอยากได้หรอกค่ะ 555 แต่ไหนๆ ลองเข้าไปในร้านแล้ว ก็เลยถามเค้าดูว่ารับทำหีบไม้มั้ย ปรากฏว่าเค้ารับค่ะ

ตอนแรกพี่เจ้าของร้านส่งภาพให้ดู ว่าเคยทำหีบไม้นะ แบบนี้เลยอื้มหืม... มีความ Pirate of the Caribbean มากกกก...เราเลยรีบเปิดรูปหีบที่เราชอบให้เค้าดูค่ะ 5555 ของจริงที่ทำออกมาค่อนข้างพอใจค่ะ ไม่ได้เหมือนเป๊ะ เพราะต้นแบบเค้าจะมีขาโต๊ะด้วยแต่แฟนเราบอกว่ามันเป็นหีบ ทำไมต้องมีขาโต๊ะ? ก็โอเค ตัดขาออก ปรับสัดส่วนนิดหน่อย และเพิ่มตัวคล้องกุญแจไป

แต่ระหว่างทำ ติดปัญหาเยอะมากกก เลื่อนจัดส่งไปหลายรอบ จนกระทั่งหีบเสร็จสมบูรณ์พร้อมส่งร้านแรพพลาสติกเรียบร้อยก็นัดจัดส่งกันเย็นวันเสาร์ ซึ่งช่วงนั้นฝนตกชุกมากระหว่างขนส่งจากโรงงาน (ซึ่งอยู่จังหวัดพิจิตร) มากรุงเทพ
ฝนตกหนัก น้ำคงซึมเข้าไปข้างใน เกิดเป็นความชื้นทำให้เนื้อไม้ขยายตัวเห็นเป็นรอยแยกเล็กน้อย เจ้าของร้านมาส่งเองกับมือ ก็เพิ่งเห็นตอนแกะแรพพร้อมๆ กับเรา สรุป ร้านยกกลับไปแก้ใหม่ด้วยการเข้าเครื่องอัด นัดจัดส่งในวันเสาร์หน้าค่ะ...รอไปอีก

สุดท้าย เสาร์ถัดมา หีบก็มาส่งตามนัดค่ะเจ้าของร้านบอกลงทุนซื้อผ้าใบใหม่เอี่ยมผืนเบ้อเริ่มมาคลุมหีบ ไม่ให้โดนน้ำแม้แต่หยดเดียวค่ะ 5555 และนี่ก็คือ หีบแสนรักของข้า แฮร่

ภาพปัจจุบันของห้องนั่งเล่นหลังเพิ่มของแต่งบ้านจุกจิกเข้าไปค่ะ








สวัสดีค้า แวะมาต่อนะคะ ขอบคุณทุกคห. มากๆ ค้า ดีใจมีคนแวะเข้ามาทักทาย

มาต่อกันที่มุมทานข้าวนะคะอย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่ามุมทานข้าว เราต้องการให้เป็นWindow seatค่ะ ใฝ่ฝันมากกประมาณว่าใช้มุมนี้ทั้งทานข้าว อ่านหนังสือพลางชมสวนหลังบ้าน
(ความเป็นจริงคือหลังบ้านมีแต่หญ้าที่เต็มไปด้วยหญ้าแห้วหมู......กำลังหาทางกำจัดอยู่ค่ะ

มาดูBuilt inมุมทานข้าวหลังเสร็จเรียบร้อยกันดีกว่าค่ะ ป.ล. โต๊ะทานข้าวไม่เกี่ยวนะคะ อันนี้เราสั่งทำจากร้านที่เชียงใหม่ค่ะ สีเข้ากันกับท้อปไม้สน ดีใจมากๆ



ส่วนโคมไฟก็เป็นหนึ่งในความภูมิในค่ะ กว่าจะหาโคมไฟทรงตะเกียงสีขาวแบบนี้ในไทยได้ เกือบถอดใจไปซื้อโคมจากอิเกียและ 555 แต่สุดท้ายก็หามาจนได้ค่ะ ติดปัญหานิดหน่อยซึ่งลำบากพอสมควรสำหรับช่างคือโคมไฟที่ซื้อมา มันมีแค่ตัวโคม กับสายไฟเปลือยๆ ไม่มีโซ่และตัวยึดเพดานอย่างที่เห็นในรูปนะคะเราต้องไปหาซื้อโซ่กับตัวยึดเพดานมาให้ช่างพ่นสีขาว กว่าจะได้ติด ทุลักทุเลพอสมควร

ในความรู้สึกเรา เราอยากให้มันหย่อนต่ำลงมาอีกนิด แต่ช่างบอกว่ากลัวยืนแล้วหัวชนโคมไฟระยะที่เห็นคือให้ช่างหย่อนลงมาแล้วรอบนึง เกรงใจเค้าก็เลยปล่อยเลยตามเลย แหะๆ

ภาพปัจจุบันของมุมทานข้าวค่ะ

ถัดมาเป็นขอเรียกว่าเป็นมุมเตรียมอาหารละกันนะคะ ซึ่งจะเชื่อมต่อจากมุมทานข้าวค่ะคิดเอาไว้ว่าอยากได้มุมเตรียมอาหารเล็กๆ ไว้อุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ ชงกาแฟทานอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเข้าครัว ก็ส่งรูปตัวอย่างที่เราชอบไปให้ช่างดูเช่นเคย เน้นว่าอยากได้กากบาทตัวX ที่แสดงถึงความFarmhouse 55555 มีชั้นและลิ้นชักสำหรับเก็บจานชาม ช้อนส้อมทั้งหมดตรงนี้ค่ะ เพราะครัวเราเล็กและอุปกรณ์ไฟฟ้าเยอะ ไม่มีที่เหลือให้เก็บจานชาม จึงต้องระเห็ดมาใส่ตู้นี้ค่ะ ร่างแบบที่ผู้รับเหมาทำส่งมาค่ะ


สำเร็จออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ

ภาพปัจจุบันของมุมเตรียมอาหารค่ะ

ป.ล. ที่แขวนหม้อ (?) ที่เห็นนั่น เราสั่งทำต่างหากจากร้านนึงในเฟซบุคค่ะ ส่งรูปที่ต้องการไปให้เค้าเช่นเคยบอกขนาด สี และระยะปล่อยโซ่ เค้าก็ทำออกมาตามที่เห็นค่ะให้ผู้รับเหมาติดให้ค่ะ เพราะต้องเปิดฝ้าขึ้นไปแขวนกับอะไรสักอย่าง
ทีแรกเกือบจะไม่ติดละ เพราะกลัวมันเยอะไป แต่พอติดแล้ว รู้สึกว่าตัดสินใจไม่ผิดค่ะ ค่อนข้างพอใจเอากระถางต้นไอวี่(ปลอม)มาวาง เอาของแห้งที่ซื้อจากจตุจักรมาแขวน ได้อารมณ์ เพลินตาดี อิอิส่วนหม้อ ซื้อหม้อเคลือบทองแดงมาแต่ยังไม่กล้าแขวนอยู่ดีค่ะ กลัวฝ้าถล่ม 55555


มาถึงห้องสุดท้ายของรีวิวนี้แล้วนะคะ ขออภัยที่เขียนยาวไปหน่อย ที่จริงมีรายละเอียดปลีกย่อย เกี่ยวกับของตกแต่งที่แต่ละชิ้นก็มีประวัติแต่ขอยังไม่กล่าวถึง ถ้ามีใครสนใจตัวไหน ค่อยตอบเป็นอย่างๆ ไปละกันเนอะ

ห้องสุดท้ายของBuilt inชั้นล่าง ก็คือ ห้องครัวค่า เป็นหนึ่งในไฮไลท์และความภูมิใจของเราสำหรับการตกแต่งบ้านหลังนี้

อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้นว่า ทีแรกเราอยากให้บ้านดูมีสีสัน อยากลองพ่นสีหน้าบานเป็นสีฟ้า สีเทาแต่ผู้รับเหมาเบรคเอาไว้ค่ะ 555 ทีนี้พอมาถึงครัว ซึ่งเรามีภาพที่ค่อนข้างจะชัดเจนอยู่ในหัวอยู่แล้ว เราต้องการให้ครัวเป็นสไตล์ Modern Farmhouse นิดๆ ค่ะ....เราบอกผู้รับเหมาค่ะ ว่าต้องการหน้าบานสีเทาอมน้ำตาลไม่เห็นลายเสี้ยนไม้ ท้อปหินสีขาวมือจับลิ้นชักต้องเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีดำ ปุ่มมือจับสีดำ และใช้ซิงค์เซรามิคกับก๊อกน้ำของอิเกียเท่าน้านนน 555

เนื่องจากครัวมีขนาดเล็กมากๆ และเราก็ต้องการยัดทั้งเตาอบแบบฝัง เตาไฟฟ้าแบบฝัง เครื่องดูดควัน เครื่องกรองน้ำ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า...ใช่ค่ะ ทุกอย่างที่ว่ามาถูกจับใส่อยู่ในห้องขนาด 2.8 X 3.0ม. ห้องนี้เอง และนี่คือครัวปัจจุบัน ในแบบที่เราอยากให้เป็นค่ะ

ห้องเล็กมากจริงๆ ไม่สามารถถ่ายให้เห็นภาพรวมได้ อันนี้เป็นตู้สูงเหนือเครื่องซักผ้าค่ะ



ตู้สูงสำหรับเก็บของจิปาถะ


ในส่วนของครัว มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ค่อนข้างเยอะ ซึ่งจะผิดจากที่เราคิดไม่ได้เลย เพราะมันจะไม่ฟิน 55555 เริ่มที่ซิงค์กันก่อนเลยค่ะ ซิงค์กับก๊อกน้ำนี้เราเลือกตั้งแต่ผู้รับเหมายังไม่ร่างแบบเลยค่ะ ส่งรูปให้ผู้รับเหมาดู
แล้วบอกว่าจะเอาซิงค์กับก๊อกแบบเน๊ๆๆๆ..... ส่วนอื่นๆ ค่อยๆ ตกผลึกตามมาค่ะ ครัวฝรั่งสำหรับเรา จะต้องมีเตาอบไฟฟ้า ทีแรกว่าจะซื้อเตาอบและเตาไฟฟ้าของ Smeg รุ่น Victoria แต่งบไม่พอค่ะ 55555 สรุปเอารุ่นธรรมดาก็ได้ ไหนๆ มันก็จะโมเดิร์นฟาร์มเฮาส์แระ ผู้รับเหมาก็เลยใส่ปล่องครอบเครื่องดูควันให้เราค่ะ ดูแล้วก็อบอุ่นดีนะ



กระเถิบมาที่โซนซักผ้า ซึ่งห่างจากเตาอบแค่ 2 ฟุตกันค่ะ 555 ตรงนี้ไม่มีอะไรมากค่ะ เนื่องจากเราต้องการเอาเครื่องซักผ้าฝาหน้าจากคอนโดมาใช้ และไม่ต้องการต่อเติมหลังบ้าน ไม่ว่าจะแค่กันสาดหรือก่อเป็นห้อง เนื่องจาก.....งบหมดแล้วค่ะ

ไหนๆ ก็ทำเป็นมุมซักผ้าแล้ว ด้านบนเลยขอเป็นตู้สูงชนเพดาน ด้านล่างเป็นลิ้นชักเล็กๆ ด้านบนเป็นหน้าบานกระจกเอาไว้ใส่ผงซักฟอก น้ำยาซักผ้า ชั้นอื่นๆ ใส่ของโชว์หรืออื่นๆ ที่ไม่ค่อยได้หยิบจับเท่าไหร่ค่ะเนื่องจากเราเป็นคนรูปร่างสันทัด เอื้อมถึงแค่สองชั้นล่างค่ะ 55555


ด้วยความที่เป็นคนจุกจิกเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อุปกรณ์ต่างๆ จึงต้องแมทช์กัน ไม่เว้นแม้แต่ ก๊อกเครื่องกรองน้ำค่ะ  55555

ก๊อกเครื่องกรองน้ำอันนี้เราสั่งจากอเมซอนค่ะ ในไทยไม่ทราบว่าหาซื้อก๊อกเครื่องกรองน้ำสีดำได้ที่ไหน ส่วนเครื่องกรองน้ำเราซื้อแบบ ro แถวเสรีไทยตามเพื่อนๆ พันทิพค่ะ ให้ผู้รับเหมาติดให้ ก็จ่ายค่าแรงเพิ่มไป เค้าบ่นว่าติดยาก
ปล้ำอยู่นาน บอกว่าปกติติดแต่ 5ขั้นตอน แหะๆๆๆๆ


ตรงนี้เป็นของแต่งบ้านจุกจิก ที่เราสั่งทำจากหลายๆ ร้านค่ะ บางอย่างก็สั่งจากเวบฝรั่งบ้าง อะเมซอนบ้าง ซื้อจากจตุจักรบ้าง คละๆ กันไปค่ะ

กระจกด้านหลังแผงทีวีค่ะ ขนาด 70*180ซม. กรอบเป็นไม้สักทำสีเสี้ยนขาว สั่งทำจากร้านในเฟซบุคอารมณ์ประมาณว่า เอาไว้เช็คกรูมมิ่งก่อนออกจากบ้านอะไรทำนองนั้นค่ะ

อันนี้เป็นแผงไม้แขวนกุญแจ ที่มาของหีบมหากาพย์ค่ะ 555

มือจับชุดแผงทีวีกับมุมเตรียมอาหาร เลือกเองกับมือ จากร้านที่บางโพค่ะ

ของตกแต่งตรงชั้นวางบนแผงทีวีค่ะ

ป้าย Gather here…สั่งร้านพี่ที่รู้จักค่ะ ให้เค้าเขียนให้ ดูเบี้ยวหน่อยๆ ไม่เป็นไรค่ะ มีความแฮนด์เมด 555 ชั้นบนคือความภูมิใจ(อีกแล้ว) มันคือกระจาดอะไรสักอย่างของฝรั่ง เค้าเรียกว่า Tobacco ไม่ทราบวัตถุประสงค์ในการใช้งานหรอกค่ะ แต่เห็นเค้าเอามาแต่งเกือบทุกบ้านเราว่ามันสวยดี ได้อารมณ์บ้านสไตล์ Farmhouse เลยสั่งมาจากอะเมซอนรวมถึง Pine Candle Ring ที่เมืองไทยน่าจะมีขาย แต่ไหนๆ ก็เสียค่าชิปปิ้งมาแล้ว เลยสั่งมาพร้อมกันค่ะ

มุมตกแต่งเล็กๆ ก่อนขึ้นไปชั้นสองค่ะ

สวัสดีทุกท่านอีกครั้งค่า

ขอบคุณที่แวะเข้ามาชมกระทู้ของเรานะคะ ดีใจที่ได้แบ่งปันไอเดียการแต่งบ้าน เผื่อเป็นทางเลือกให้กับท่านที่ชอบสไตล์นี้ หรือกำลังหาไอเดียการแต่งบ้านอยู่นะคะ


วันนี้เราแวะมารีวิวต่อในส่วนของชั้นล่างให้จบนะคะ นั่นคือผ้าม่าน และพื้นกระเบื้องยางค่ะ คงเห็นผ่านตาจากรูปอื่นๆ มาบ้างแล้ว ความเห็นนี้ขอเขียนอธิบายซักนิดละกัน เผื่อมีใครสนใจค่ะ

ผ้าม่านมีส่วนค่อนข้างสำคัญในการปรับเปลี่ยนอารมณ์ของห้องมากทีเดียวนะคะ เทคนิคการเลือกผ้าม่านของเราก็คือ ให้ภาพรวมของห้องเสร็จออกมาอย่างน้อย 80% แล้วค่อยเลือกเนื้อผ้า สี และลายของผ้าม่านค่ะ

เราบอกความต้องการกับร้านผ้าม่านไป ว่าอยากได้เนื้อผ้าอารมณ์ทอจากธรรมชาติดูไม่สังเคราะห์  มีสีครีมและน้ำตาลอ่อนอยู่ในคอลเลคชั่นเดียวกัน เพราะเราจะเอามาต่อกันแล้ว เค้าก็พยายามหามาจนได้ค่ะ ได้สีถูกใจมาก เข้ากับบ้านมากๆ แถมราคาก็เป็นมิตร อิอิ

ผิดนิดเดียวตรงที่ตามแบบ เราต้องการให้เค้าเย็บส่วนสีครีมเป็นกระโปรงนักเรียนบานๆ แต่ช่างเค้าจับมาต่อกันเฉยๆ  พอกางออกมา เราเห็นครั้งแรกร้องดังลั่นบ้าน ว่ามันไม่ช่ายยยยย แอร้ยยยย... โทรไปบ่นกับน้องเจ้าของร้าน เค้าก็ขอโทษขอโพย บอกที่จริงไม่เคยเย็บแบบนั้น แต่ถ้าเราอยากได้ เค้าจะให้ช่างทำให้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าออกมาจะสวยมั้ย เพราะเค้าไม่เคยทำจริงๆ เราตัดสินใจอยู่พักใหญ่ ก็บอกน้องเค้าไปว่าไม่เป็นไรไม่ต้องแก้ก็ได้ ตามนี้ก็สวยอยู่ ไม่ได้แย่อะไร แค่มันไม่เป็นอย่างที่เราคาดหวัง

รูปชัดๆ ของผ้าม่านปัจจุบันค่ะ



ถัดมา เป็นกระเบื้องยางค่ะ พื้นชั้นล่าง เดิมทีโครงการปูแกรนิโต้สีครีมเอาไว้ค่ะ ทีแรกเราก็ไม่ได้อะไรกับมันมาก กะว่าเดี๋ยวอยู่ไปสักพักค่อยปูละกัน แต่แฟนเราไม่ชอบค่ะ เค้าว่ามันไม่สวย เห็นแล้วขัดใจ
ต้องเปลี่ยนเดี๋ยวเน๊...

เลยไปหาข้อมูลร้านกระเบื้องยางค่ะบังเอิญเจอร้านนึงเค้าโฆษณาว่า เป็นคลิ๊กล็อครุ่นใหม่ รับประกันไม่หดไม่โก่ง เราสนใจมาก เพราะบ้านคุณแม่เราก็ปูกระเบื้องยางรุ่นคลิ๊กล็อคเหมือนกัน ผ่านไปไม่ถึงปี โก่งเป็นสะพานพระรามแปดเลยจ้าา เดินแล้วซรวบ ซรวบบบ หงุดหงิดมากก

พอเจ้านี้บอกรับประกันไม่โก่ง เราสอบถามราคาไป ปรากฏว่าอยู่ในงบ เลยตัดสินใจปูทันทีค่ะ กระเบื้องรุ่นนี้แข็งมาก ช่างปูไปบ่นไป บอกว่ากรีดยาก ปูกัน 2วัน เลยทีเดียว แค่ชั้นล่างจึ๋งนึง (ปกติแค่ 3-4ชม.)


กระเบื้องยางชัดๆ ค่ะ



อันนี้เป็นรูปก่อนและหลังติดผ้าม่านและกระเบื้องยางค่ะ ห้องดูอบอุ่น ดูมีความเป็นบ้านขึ้นมาเยอะเลยนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องล่าสุดของหมวด แต่งบ้าน

ดูหมวด แต่งบ้าน ทั้งหมด