สนุกสายเปย์ แม่ฉันต้องได้!

[รีวิว] LG Tone Free หูฟังไร้สายที่สะอาดสุดๆ ฆ่าเชื้อได้ด้วยตัวมันเอง 

[รีวิว] LG Tone Free หูฟังไร้สายที่สะอาดสุดๆ ฆ่าเชื้อได้ด้วยตัวมันเอง 

กลับมาพบกับรีวิวจากทีม Sanook Hitech อีกครั้งสำหรับรอบนี้มีหูฟังรุ่นใหม่จาก LG มานำเสนอ แต่ว่ารุ่นนี้มีจุดเด่นในเรื่องของเสียงและคุณภาพของการฆ่าเชื้อแล้ว กับ LG Tone Free มาดูกันว่ามันจะน่าใช้แค่ไหน 

แกะกล่อง LG Tone Free 

ภายในกล่องของ LG Tone Free มาพร้อมกับอุปกรณ์ดังนี้ 

 sa_tone_f_b012

  • กล่องชาร์จไฟ LG Tone Free 
  • หูฟัง 
  • คู่มือ 
  • จุกสำหรับเปลี่ยนขนาด 
  • สายชาร์จไฟ USB-C to USB-A 

รูปลักษณ์หน้าตาของ LG Tone Free 

เริ่มต้นกับกล่องเก็บกันก่อน หน้าตาของมันนั้นเป็นทรงกลม จนแทบจะเหมือน ขนมอย่าง มาการอง สีดำๆ พร้อมกับไฟสถานะด้านหน้า ฝั่งซ้ายจะมีปุ่มสำหรับ Pairing และฝั่งขวา USB-C สำหรับชาร์จไฟ 

sa_tone_f_b001

 sa_tone_f_b002

เมื่อเปิดฝาจะเจอหูฟัง และเอาออกมาก็จะเจอจุดชาร์จหูฟัง หลังจากนั้น ข้างในจะมีเซนเซอร์จริงๆ แล้วมันคือ จุดปล่อยรังสี UV ที่อยู่ตรงข้างในนั่นเอง 

 sa_tone_f_b005
sa_tone_f_b006
sa_tone_f_b007

มาถึงตัวหูฟังบ้างดีกว่า สำหรับด้านหน้าจะมีคำว่า TONE และมีปุ่มที่สามารถแตะสั่งงานได้ทันทีถือว่าใช้งานค่อนข้างง่าย  

 sa_tone_f_b008
sa_tone_f_b015

ด้านบนและล่างมีไมโครโฟน ข้างละตัวไว้ตัดเสียงรบกวนนั่นเอง ส่วนตัวหูฟังนั้นจะเป็นแบบ Ear Buds สามารถใช้ฟังเพลงได้สบายๆ เลยครับ แต่ว่าถ้าไม่ปรับขนาดที่ใช้อาจจะหลุดได้ 

 sa_tone_f_b010
sa_tone_f_b011

sa_tone_f_b009

ภาพรวมการออกแบบ

 sa_tone_f_b2002

ถือว่า เป็นหูฟังรุ่นใหม่ที่มาครบเครื่องทั้งหน้าตาแม้ว่าจะเหมือนกับ มาการอง แต่ออกแบบให้ถือได้ง่ายมากขึ้น และมีระบบฆ่าเชื้อในตัว ส่วนหูฟังนั้นใส่ง่ายครับ 

ลองฟังเสียงและใช้ฟีเจอร์ของ LG Tone Free 

 sa_tone_f_b014

เมื่อลองใส่หูฟังตัวนี้นอกจากจะใส่ง่ายแล้ว ยังสามารถกันน้ำในแบบ IPX4 และขนาดลำโพงใหญ่พอสมควรทำให้เสียงออกมาค่อยข้างคม หูฟังรุ่นนี้ปรับจูนเสียงโดย Meridian เนื้อเสียงออกมาถือว่าทำได้สมบูรณ์แบบชนิดถ้าไม่พอก็ปรับ Equilzer เช่นเดียวกัน ทั้งหมดต้องปรับผ่าน Apps LG Tone & Talk 

sa_tone_f_b013

google_fast

มาดูเรื่องการเชื่อมต่อกันบ้าง LG Tone Free มีจุดเด่นอย่างมากเพราะรองรับการต่อผ่าน Google Fast Pair ทำให้สามารถต่อได้อย่างรวดเร็วและเปิดโปรแกรม Google Assistant ได้ทันที เรียกได้ว่าสะดวกอย่างมากเลยครับ ส่วนระบบที่ไม่มี เชื่อมต่อโดยการ Pairing Bluetooth ปกติ 

lg_tone_talk

ส่วนโปรแกรมควบคุมคือ LG Tone & Talk สามารถควบคุมตั้งค่าระบบเสียง EQ ได้ 4 รูปแบบ แต่ปรับเองไม่ได้, ตามหาหูฟังได้ถ้ามีการเชื่อมต่อ และยังอัปเดต Software ของหูฟังและมีคู่มือเช่นเดียวกันครับ 

sa_tone_f_b005

แบตเตอรี่ของ LG Tone Free สามารถใช้งานได้นานสุด 21 ชั่วโมง หูข้างละ 4.5 ชั่วโมง ถือว่ามาตรฐานครับ อย่างไรก็ตามเสียบชาร์จไฟกล่องเป็นแบบ USB-C ชาร์จไฟกล่องเร็วเหมือนเดิม 

สรุปหลังจากทีม Sanook Hitech ได้ทดลองใช้งาน LG Tone Free สักระยะเวลาหนึ่ง 

sa_tone_f_b2001

เรียกได้ว่าเป็นอีกหูฟังที่มีคุณสมบัติครบเครื่องเรื่องเสียงพร้อมกับการเชื่อมต่อที่ง่ายสามารถใส่ออกกำลังกายได้แน่นอน แต่ต้องหาจุกขนาดให้พอดี คุณภาพเสียงถือว่าดี แต่ว่ายังไม่มี Active Noise Canceling และเป็นหูฟังที่เหมาะกับคนรักความสะอาด เพราะกล่องฆ่าเชื้อหูฟังได้ วิธีสังเกตคือ จุกยางของหูจะร้อนนิดนึงแต่ไม่ถึงกับร้อนมากครับ 

ส่วนราคาเปิดตัวที่ 6,490 บาท จริงๆ สามารถหาได้ในราคาถูกกว่านี้บนร้านออนไลน์ก็ลองหาดูนะครับ  

จุดเด่น  

  • คุณภาพงานออกแบบดีและลงตัว 
  • ระบบเสียงจาก meridian ทำได้ดีมากกว่าที่คิด 
  • กล่องน่ารัก 
  • กันเหงื่อได้แน่นอน 
  • ปรับแต่งได้เยอะ 
  • เชื่อมต่อ Bluetooth ง่าย (เฉพาะมือถือ Android) 
  • กล่องมีระบบฆ่าเชื้อให้ 
  • ใส่แล้วไม่ดันหู ทำให้รู้สึกสบาย 

ข้อสังเกต 

  • ไม่มี Wireless Charge 
  • โอกาสใส่แล้วหลุดยังมีอยู่ 
  • จุกยางเป็นแบบเฉพาะหากแล้วเบิกใหม่อย่างเดียว 
  • หาซื้อยาก 

  

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ lg tone free