รีวิว Nothing Ear (3a) หูฟังดีไซน์เด่น พร้อมฟีเจอร์บันทึกเสียงในตัว

รีวิว Nothing Ear (3a) หูฟังดีไซน์เด่น พร้อมฟีเจอร์บันทึกเสียงในตัว

รีวิว Nothing Ear (3a) หูฟังดีไซน์เด่น พร้อมฟีเจอร์บันทึกเสียงในตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Nothing Ear (3a) หูฟัง True Wireless รุ่นใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ด้านดีไซน์โปร่งใสเอาไว้อย่างชัดเจน แต่รอบนี้ไม่ได้อัปเกรดเฉพาะเรื่องเสียงหรือระบบตัดเสียงรบกวนเท่านั้น เพราะยังเพิ่มฟีเจอร์บันทึกเสียงผ่านตัวหูฟังเข้ามาเป็นครั้งแรกของแบรนด์

จุดขายสำคัญจึงอยู่ที่การเป็นหูฟังที่ใช้ฟังเพลง คุยโทรศัพท์ และช่วยบันทึกไอเดียหรือบทสนทนาสำคัญได้ในอุปกรณ์เดียว ภายใต้สโลแกน “เก็บทุกเม็ด” และจริงไหม Sanook Hitech พาคุณไปสัมผัสกันครับ

ดีไซน์ Nothing Ear (3a)

เริ่มต้นกับเคสของ Nothing Ear (3a) ยังคงใช้ดีไซน์โปร่งใสที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ทั้งตัวหูฟังและเคสชาร์จ แต่มีการปรับรูปทรงของเคสให้โค้งมนกว่า Ear (a) รุ่นก่อน โดยเพิ่มรัศมีความโค้งของมุมเกือบ 50% ช่วยให้จับถือได้สบายมือและพกพาง่ายขึ้น

รุ่นนี้มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีเหลือง และสีชมพู โดยเฉพาะสีเหลืองกับสีชมพูที่ใช้เฉดสีสดและมีความอิ่มตัวสูง เหมาะกับคนที่ต้องการหูฟังซึ่งโดดเด่นมากกว่าอุปกรณ์สีพื้นทั่วไป

ไฟบนเคสบอกสถานะได้มากกว่าเดิม

batch20260715_181546

บริเวณเคสชาร์จติดตั้งไฟแสดงสถานะแบบ 1×3 LED Matrix ซึ่งสามารถบอกสถานะการทำงานได้ 6 รูปแบบ ได้แก่

  • สถานะการชาร์จ
  • ระดับแบตเตอรี่
  • การเชื่อมต่อ Bluetooth
  • การรีเซ็ตตัวเครื่อง
  • การอัปเดตเฟิร์มแวร์
  • การแจ้งข้อผิดพลาด

จุดนี้ช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบสถานะเบื้องต้นได้จากเคส โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดแอปทุกครั้ง

batchimg_5444

เพิ่มจุกหูฟังขนาด XS

ส่วนหูฟัง Nothing ยังเน้นความโปร่งใสกับดีรไซน์ที่โดดเด่น โดยมีปุ่มแบบบีบเป็นเอกลักษณ์พร้อมกับปุ่มสั่งงานที่เป็นแบบบีบที่เป็นเอกลักษณ์ และรุ่นนี้เมื่อเทียบกับรุ่นต้นอย่าง Nothing Ear (a) พบว่าได้มีการปรับรูปทรงจุกหูฟังให้หนาขึ้นและมีขอบที่รับกับช่องหูมากกว่าเดิม ช่วยเพิ่มความกระชับและลดการรั่วไหลของเสียง พร้อมเพิ่มจุกหูฟังขนาด XS เข้ามา ทำให้มีทั้งหมด 4 ขนาด ได้แก่ XS, S, M และ L

การเลือกจุกหูฟังให้พอดีมีผลทั้งต่อความสบาย คุณภาพเสียงเบส และประสิทธิภาพของระบบตัดเสียงรบกวน มากพอสมควร และใส่ง่าย

batchrec 

Audio Snapshot 

ฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดและเป็นครั้งแรกที่คุณจะได้ใช้ใน Nothing Ear (3a) คือระบบบันทึกเสียงในตัว โดยหูฟังแต่ละข้างมีหน่วยความจำขนาด 16MB รวมเป็น 32MB สำหรับเก็บไฟล์เสียงก่อนส่งต่อไปยังแอป Nothing X

ฟีเจอร์แรกเรียกว่า Audio Snapshot ใช้สำหรับบันทึกเสียงสั้นจากสื่อที่กำลังเล่น เช่น Podcast คลิปวิดีโอ การประชุมออนไลน์ หรือประโยคสำคัญที่เพิ่งได้ยิน

ผู้ใช้สามารถกำหนดให้ระบบเก็บเสียงย้อนหลังได้สูงสุด 30 วินาทีก่อนกดบันทึก และเก็บเสียงต่อหลังจากนั้นได้ โดยมีระยะเวลารวมสูงสุด 60 วินาที

ตัวอย่างเช่น ขณะฟัง Podcast แล้วพบข้อมูลสำคัญ ผู้ใช้สามารถสั่งบันทึกผ่านก้านหูฟัง ระบบจะดึงช่วงเสียงก่อนหน้าและหลังจากกดคำสั่งมาเก็บไว้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปค้นหาช่วงเดิมด้วยตัวเอง แต่! พูดก่อนว่าถ้าไม่ได้

ควบคุมการบันทึกผ่านก้านหูฟัง

การเริ่มบันทึกสามารถทำได้หลายรูปแบบ ได้แก่ บีบก้านหูฟังทั้งสองข้างพร้อมกันหนึ่งครั้ง หรือบีบหูฟังข้างใดข้างหนึ่งสองครั้งแล้วค้าง ส่วนคำสั่งแบบแตะค้างสามารถเปิดเพิ่มเติมผ่านแอป Nothing X ได้

หลังเริ่มบันทึก ระบบจะมีเสียงและการแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟน พร้อมตรวจสอบโดยอัตโนมัติว่ากำลังใช้งาน Audio Snapshot หรือบันทึกการโทร

บันทึกการโทรและประชุมออนไลน์ได้

Nothing Ear (3a) ยังรองรับ Call Recording ซึ่งสามารถบันทึกได้ทั้งเสียงของผู้ใช้และเสียงของคู่สนทนา เหมาะกับการประชุมออนไลน์ การสัมภาษณ์ หรือการสนทนาที่ต้องนำข้อมูลกลับมาทบทวน

การบันทึกสามารถสะสมได้นานสูงสุดประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อเชื่อมต่อกับแอป Nothing X และรองรับทั้งสมาร์ตโฟน Android และ iOS อย่างไรก็ตาม ความพร้อมใช้งานของฟีเจอร์อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ

ผู้ใช้ควรแจ้งคู่สนทนาและตรวจสอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนบันทึกเสียงทุกครั้ง เนื่องจากบางพื้นที่กำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ร่วมสนทนา โดยการบันทึกส่วนนี้จะเข้ามือถือโดยตรงต่างจาก Audio Snap

batchc1

จัดการไฟล์และถอดเสียงผ่าน Nothing X

เมื่อบันทึกเสร็จ ไฟล์จะถูกส่งไปยังแอป Nothing X โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อ เล่นซ้ำ ตัดต่อ ปรับความเร็ว แชร์ไฟล์ และสั่งแปลงเสียงเป็นข้อความได้จากภายในแอป

ระบบสามารถแยกผู้พูด สรุปเนื้อหา และดึงหัวข้อสำคัญจากไฟล์บันทึกได้ โดย Nothing มีบริการ Pro Transcription ให้ทดลองฟรี 3 เดือน จำกัดการถอดเสียงเดือนละ 120 นาที

ข้อความที่ได้สามารถนำไปใช้งานต่อกับบริการ AI อื่น เช่น ChatGPT หรือ Gemini ได้ เหมาะกับนักเรียน นักข่าว ครีเอเตอร์ หรือคนทำงานที่ต้องจดบันทึกและสรุปการประชุมเป็นประจำ

ข้อมูลถูกเก็บไว้ที่ไหน?

Nothing ระบุว่าไฟล์เสียงและข้อความถอดเสียงจะถูกเก็บไว้ภายในสมาร์ตโฟนหลังซิงก์กับแอป โดยค่าเริ่มต้นจะไม่อัปโหลดขึ้น Cloud จนกว่าผู้ใช้จะเลือกใช้ฟีเจอร์ถอดเสียงหรือสรุปเนื้อหา

บริษัทระบุเพิ่มเติมว่าจะไม่นำไฟล์บันทึกของผู้ใช้ไปใช้ฝึกโมเดล AI พร้อมอ้างอิงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว ได้แก่ ISO 27001, ISO 27701 และ EN 18031

batch20260715_161853

คุณภาพเสียง

Nothing Ear (3a) ใช้ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มม. เพิ่มขึ้นจากขนาด 11 มม. ใน Ear (a) รุ่นก่อน พร้อมไดอะแฟรมวัสดุ PMI ซึ่ง Nothing ระบุว่าเป็นวัสดุเกรดอากาศยาน

ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ขึ้นช่วยเพิ่มปริมาณอากาศที่ขยับได้ ทำให้แนวเสียงของ Ear (3a) ถูกปรับให้มีเบสลึกและมีพลังมากขึ้น โดย Nothing ระบุว่าย่านเสียงต่ำเพิ่มขึ้นมากกว่า 5dB เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน

ขณะเดียวกัน ย่านเสียงกลางยังถูกปรับให้เสียงร้องชัดเจน ไม่ขุ่นจนเกินไป ส่วนย่านเสียงแหลมถูกเพิ่มความสดใสและรายละเอียดของเสียงบรรยากาศมากขึ้น

batchc2

รองรับ LDAC และเสียงความละเอียดสูง

หูฟังผ่านการรับรอง Hi-Res Audio Wireless และรองรับ Codec แบบ LDAC ซึ่งส่งข้อมูลได้สูงสุด 990kbps พร้อมรองรับเสียงระดับ 24-bit/96kHz

เมื่อใช้งานกับสมาร์ตโฟน Android ที่รองรับ LDAC ผู้ใช้จะได้รับรายละเอียดเสียงมากกว่า Codec พื้นฐานอย่าง SBC หรือ AAC แต่ต้องแลกกับการใช้พลังงานที่สูงขึ้นและอาจมีผลต่อระยะเวลาใช้งานของแบตเตอรี่

ปรับเสียงละเอียดด้วย Advanced EQ

แอป Nothing X เพิ่มระบบ Advanced EQ แบบ 8 แบนด์ ครอบคลุมความถี่ตั้งแต่ 20Hz ถึง 20kHz ผู้ใช้สามารถปรับ Gain ได้ ±6dB รวมถึงปรับค่า Q Factor เพื่อกำหนดความกว้างของย่านเสียงที่ต้องการแก้ไข

นอกจากการปรับด้วยตัวเองแล้ว ยังสามารถดาวน์โหลดโปรไฟล์เสียงที่สร้างโดยผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ใช้รายอื่นผ่าน Nothing Playground รวมถึงสร้างและแชร์โปรไฟล์ EQ ของตัวเองได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม โปรไฟล์ที่สร้างขึ้นจะรองรับเฉพาะหูฟังรุ่นเดียวกัน จึงไม่สามารถนำค่าของ Ear (3a) ไปใช้กับ Nothing Ear รุ่นอื่นได้โดยตรง

เพิ่ม Static Spatial Audio

Nothing Ear (3a) รองรับ Static Spatial Audio สำหรับจำลองเวทีเสียงแบบสามมิติ ช่วยขยายตำแหน่งของเสียงดนตรีและเอฟเฟกต์ให้กว้างกว่าการฟังแบบสเตอริโอปกติ

ฟีเจอร์นี้เหมาะกับการชมภาพยนตร์ คอนเสิร์ต และเล่นเกม เพราะช่วยเพิ่มความรู้สึกโอบล้อม อย่างไรก็ตาม ระบบเป็นแบบ Static จึงไม่ได้ติดตามทิศทางการหันศีรษะแบบ Dynamic Spatial Audio

Wideband ANC ตัดเสียงได้สูงสุด 45dB

Ear (3a) เป็นหูฟังตระกูล Ear (a) รุ่นแรกที่ใช้ระบบ Wideband Active Noise Cancellation โดยลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 45dB พร้อม Adaptive ANC ที่ปรับระดับการทำงานอัตโนมัติได้ 3 ระดับ

Nothing ระบุว่าพื้นที่ความถี่ที่สามารถลดเสียงรบกวนได้เพิ่มขึ้น 17.1% และประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยดีขึ้นประมาณ 6dB เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน โดยเฉพาะช่วงความถี่ 400–2,000Hz ซึ่งเป็นช่วงของเสียงพูด เสียงคนในร้านกาแฟ และเสียงรบกวนที่พบในชีวิตประจำวัน

ระบบยังปรับโครงสร้าง Acoustic ภายในและใช้อัลกอริทึมจำลองเสียงในช่องหู เพื่อสร้างคลื่นต้านเสียงรบกวนได้แม่นยำขึ้น ลดอาการเสียงอื้อหรือความรู้สึกหูอุดตันจาก ANC

batchimg_5443

ไมโครโฟนสำหรับโทรเป็นอย่างไร?

Nothing Ear (3a) มีไมโครโฟน 3 ตัวต่อข้าง รวมทั้งหมด 6 ตัว ทำงานร่วมกับระบบ AI Noise Reduction เพื่อแยกเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างแบบเรียลไทม์

จากข้อมูลของ Nothing ระบบใหม่ถูกปรับให้เสียงสนทนามีความเป็นธรรมชาติมากกว่า Ear (a) รุ่นเดิม โดยไมโครโฟนแต่ละตัวจะแบ่งหน้าที่ระหว่างรับเสียงภายนอก ตรวจสอบเสียงภายในหู และจับเสียงพูดของผู้ใช้

อย่างไรก็ตาม คุณภาพไมโครโฟนในสถานการณ์จริง เช่น ริมถนน ลมแรง หรือระบบขนส่งสาธารณะ ยังต้องทดสอบเพิ่มเติมก่อนสรุปประสิทธิภาพอย่างชัดเจน

การเชื่อมต่อและการใช้งานทั่วไป

Nothing Ear (3a) รองรับ Bluetooth 6.0 เชื่อมต่อได้ไกลสูงสุดประมาณ 15 เมตร และลดความหน่วงได้ต่ำกว่า 120 มิลลิวินาทีในโหมด Low Latency

หูฟังรองรับการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกัน หรือ Dual Device Connection พร้อม Google Fast Pair สำหรับเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน Android ได้อย่างรวดเร็ว

ทั้งตัวหูฟังและเคสผ่านมาตรฐาน IP54 สามารถป้องกันฝุ่น เหงื่อ และละอองน้ำได้ เหมาะกับการออกกำลังกายหรือใช้งานระหว่างเดินทาง แต่ไม่ควรนำไปแช่น้ำหรือสวมขณะว่ายน้ำ

batchimg_5458

แบตเตอรี่ Nothing Ear (3a)

เมื่อปิดระบบ ANC ตัวหูฟังสามารถเล่นเพลงได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง และเพิ่มเป็นสูงสุด 42 ชั่วโมงเมื่อใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ

หากเปิด ANC ระยะเวลาใช้งานจะลดลงเหลือสูงสุด 6 ชั่วโมงต่อตัวหูฟัง และรวม 25 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคส

  • ปิด ANC: หูฟังสูงสุด 10 ชั่วโมง รวมเคส 42 ชั่วโมง
  • เปิด ANC: หูฟังสูงสุด 6 ชั่วโมง รวมเคส 25 ชั่วโมง
  • เปิด LDAC และปิด ANC: รวมเคสสูงสุด 28 ชั่วโมง
  • เปิด LDAC และ ANC: รวมเคสสูงสุด 20 ชั่วโมง
  • ชาร์จ 5 นาที ฟังเพลงได้นานประมาณ 1 ชั่วโมง

ความจุแบตเตอรี่ของตัวหูฟังเพิ่มขึ้นเป็น 55mAh ต่อข้าง ส่วนเคสมีความจุ 500mAh เท่ากับรุ่นก่อน

ข้อดีของ Nothing Ear (3a)

  • ดีไซน์โปร่งใสเป็นเอกลักษณ์ มีสีให้เลือกมากขึ้น
  • ไดรเวอร์ 12 มม. และรองรับ LDAC
  • มี Advanced EQ แบบ 8 แบนด์
  • Wideband ANC ลดเสียงได้สูงสุด 45dB
  • Audio Snapshot บันทึกเสียงย้อนหลังได้
  • รองรับการบันทึกการโทรและถอดเสียงผ่าน AI
  • เชื่อมต่อสองอุปกรณ์พร้อมกัน
  • ทั้งหูฟังและเคสผ่านมาตรฐาน IP54

ข้อสังเกต

  • ฟีเจอร์ Call Recording อาจไม่รองรับในบางประเทศหรือบางแพลตฟอร์ม
  • ผู้ใช้ต้องตรวจสอบกฎหมายและขออนุญาตก่อนบันทึกการสนทนา
  • Static Spatial Audio ไม่รองรับการติดตามศีรษะ
  • การเปิด LDAC และ ANC พร้อมกันทำให้แบตเตอรี่ลดลงค่อนข้างมาก
  • การถอดเสียงและสรุปด้วย AI บางส่วนอาจต้องใช้บริการเพิ่มเติมหลังหมดช่วงทดลองฟรี

สรุป Nothing Ear (3a) เหมาะกับใคร?

Nothing Ear (3a) ไม่ได้เป็นเพียงการอัปเกรด Ear (a) ด้วยไดรเวอร์ที่ใหญ่ขึ้นและ ANC ที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่พยายามสร้างความแตกต่างด้วย Audio Snapshot และ Call Recording ซึ่งช่วยเปลี่ยนหูฟังให้เป็นเครื่องมือสำหรับเก็บไอเดีย ประโยคสำคัญ และข้อมูลจากบทสนทนาได้ทันที

หูฟังรุ่นนี้จึงเหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์ของ Nothing ผู้ใช้งานที่ฟังเพลงผ่าน LDAC รวมถึงนักเรียน คนทำงาน นักข่าว และครีเอเตอร์ที่ต้องประชุม สัมภาษณ์ หรือบันทึกข้อมูลเสียงเป็นประจำ

สำหรับคนที่ต้องการเพียงหูฟังสำหรับฟังเพลงทั่วไป ฟีเจอร์บันทึกเสียงอาจไม่ได้ถูกใช้งานบ่อยนัก แต่หากราคาเปิดตัวไม่สูงเกินไป Ear (3a) ก็มีโอกาสเป็นหูฟัง True Wireless ระดับกลางที่โดดเด่นทั้งด้านเสียง การปรับแต่ง และฟีเจอร์ที่หาไม่ได้ง่ายในคู่แข่งระดับเดียวกัน

batch20260715_181607_1

ราคาและวันวางจำหน่าย

Nothing ยังไม่ประกาศราคาจำหน่ายของ Ear (3a) ในประเทศไทย โดยมีกำหนดเปิดเผยรายละเอียดราคาในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ส่วนข้อมูลโปรโมชันและช่องทางจำหน่ายต้องรอประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล