รีวิว Samsung Galaxy Watch 9 และ Ultra 2 เบาลง อึดขึ้น เน้นสุขภาพเต็มตัว

รีวิว Samsung Galaxy Watch 9 และ Ultra 2 เบาลง อึดขึ้น เน้นสุขภาพเต็มตัว

รีวิว Samsung Galaxy Watch 9 และ Ultra 2 เบาลง อึดขึ้น เน้นสุขภาพเต็มตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นอกจากมือถือใหม่แล้ว Samsung ยังคงเดินหน้าผลักดัน Galaxy Watch ให้เป็นมากกว่านาฬิกาอัจฉริยะสำหรับดูเวลาและแจ้งเตือน ด้วยการเปิดตัว Galaxy Watch 9 สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป และ Galaxy Watch Ultra 2 ที่กลับมาเน้นกลุ่มสายกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้งอย่างเต็มตัว

และมีการเปลี่ยนแปลงเยอะแค่ไหนสเปกดีไหม Sanook Hitech พาคุณไปรู้จักทั้งหมดพร้อมแล้วมาดูกัน

ดีไซน์ที่คุ้นเคยเน้นใส่สบาย

batchimg_8479-down

เรามาเริ่มกับ Galaxy Watch 9 ยังคงมาในภาพลักษณ์เรียบง่าย เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ตัวเรือน Aluminum มีให้เลือกสองขนาด ได้แก่ 40 มม. และ 44 มม. จุดเด่นคือความเบาและความบางที่ช่วยให้สวมใส่ได้ต่อเนื่องทั้งวัน ถ้าใครชอบใส่ตอนนอนช่วงนอนรุ่นนี้จะ ทำให้คุณไม่รู้สึกเทอะทะมากเกินไป

สีสันจะแบ่งออกเป็นรุ่น 40 มม. มีสี Cream และ Graphite ส่วนรุ่น 44 มม. มีสี Silver และ Graphite ทำให้ภาพรวมยังคงแต่งตัวได้ง่าย ทั้งกับชุดทำงานและชุดออกกำลังกาย

batchimg_8509

ขณะที่ Galaxy Watch Ultra 2 ยังคงตัวเรือนขนาด 47 มม. พร้อมวัสดุ Titanium ซึ่งให้ความรู้สึกแข็งแรงกว่าอย่างชัดเจน แต่ Samsung ปรับตัวเรือนให้บางลงจากรุ่นก่อน พร้อมลดความหนาของสายเหลือประมาณ 2 มม. ช่วยให้แนบข้อมือและเคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น กว่ารุ่นแรก

จากการลองสวมระยะสั้น Galaxy Watch Ultra 2 ยังคงเป็นนาฬิกาที่มีขนาดใหญ่ แต่การกระจายน้ำหนักและสายที่บางลงช่วยลดความอึดอัดได้พอสมควร โดยมีให้เลือกทั้ง Titanium Silver พร้อมรายละเอียดสีเขียว และ Titanium Gray ที่เน้นโทนเข้มดูดุดันกว่า 

ชิปใหม่ OS ใหม่

การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Galaxy Watch รุ่นใหม่นี้คือการเลือกใช้ชิป Snapdragon Wear Elite หรือ SW6100 ร่วมกับ RAM 2GB และระบบปฏิบัติการ Wear OS 7 ครอบด้วย One UI 9 Watch ใหม่ล่าสุด โดยการเปลี่ยนแปลงหลากหลายจุดไม่ว่าจะเป็น

  • เมนูจะมีการปรับใหม่ให้มีความลื่นไหล ตอบสนองดีขึ้น
  • การปรับแต่งที่ได้ง่าย
  • สีสันของเมนูจะทำให้คุณรู้ว่าแต่ละส่วนทำอะไร

ซึ่งจากการลองใช้งานเบื้องต้น การเลื่อนเมนู เปิดแอป และสลับหน้าจอทำได้ลื่นไหล ตอบสนองเร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อใช้งานฟีเจอร์ที่ต้องประมวลผลข้อมูลสุขภาพหลายรายการพร้อมกัน 

การเปลี่ยนชิปไม่ได้มีผลเพียงเรื่องความเร็ว แต่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดการพลังงานและความร้อน แต่ผลจริงๆ จะเป็นแบบนี้ไหมต้องรอการทดสอบแบบเต็มรูปแบบอีกครั้งว่าใช้งานจริงตลอดวันจะดีขึ้นจากรุ่นเดิมมากน้อยเพียงใด

ฟีเจอร์สุขภาพจัดเต็ม

batchimg_8487

ทั้ง Galaxy Watch Ultra 2 และ Galaxy Watch 9 Series ยังคงใช้ชุดเซนเซอร์ BioActive รุ่นใหม่ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเต้นของหัวใจ การนอนหลับ องค์ประกอบร่างกาย และกิจกรรมประจำวัน แต่สิ่งที่ Samsung เน้นมากขึ้นคือการนำข้อมูลหลายส่วนมาวิเคราะห์ร่วมกัน

แทนที่จะแสดงเพียงตัวเลขอัตราการเต้นของหัวใจหรือระยะเวลานอน ระบบสามารถประเมินความพร้อมของร่างกาย ความเหนื่อยล้า และระดับความเครียด เพื่อเสนอคำแนะนำที่เข้าใจง่าย เช่น ควรลดความหนักของการออกกำลังกาย หรือควรให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมากขึ้น

ตรวจวัด AGEs และสารต้านอนุมูลอิสระ

batchimg_8496

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือการประเมินค่า AGEs หรือ Advanced Glycation End Products ซึ่งสัมพันธ์กับพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการเสื่อมของร่างกายในระยะยาว โดยใช้แสงจากเซนเซอร์ตรวจวัดผ่านผิวหนัง

นอกจากนี้ยังมีการประเมินระดับ Carotenoids ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารต้านอนุมูลอิสระจากผักและผลไม้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้เห็นภาพพฤติกรรมด้านโภชนาการของตนเองได้ชัดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ค่าที่ได้จากสมาร์ตวอทช์ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบในการดูแลสุขภาพ ไม่ควรใช้แทนการตรวจเลือด การวินิจฉัย หรือคำแนะนำจากแพทย์

ติดตามหัวใจ ความดัน และการนอนหลับ

batchimg_8495

ฟีเจอร์ด้านสุขภาพพื้นฐานยังคงครบ ทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ HRV การวัดองค์ประกอบร่างกาย และการติดตามการนอนหลับ รวมถึงฟีเจอร์ตรวจจับภาวะหยุดหายใจขณะหลับในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งาน

ส่วนการวัดความดันโลหิตยังต้องมีการปรับเทียบกับเครื่องวัดความดันแบบมาตรฐาน และความพร้อมของฟีเจอร์อาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ รวมถึงรุ่นสมาร์ตโฟนที่ใช้งานร่วมกัน

เล่ามาซะยาวเลย แต่ถ้าคุณคิดว่าฟีเจอร์ทั้งหมดนี้เป็นของใหม่ เปล่าเลย! มันคือเวอร์ชั่นเดิมจาก Galaxy Watch 8, Watch Ultra ตัวแรก แต่เอามาปรับให้ทำงานเร็วขึ้น

Galaxy Watch Ultra 2

batchimg_8509

ถ้าคุณเป็นคนที่มองหาการออกกำลังกายที่สายจริงจัง และชอบ Outdoor Samsung Galaxy Watch Ultra 2 มีจุดเด่นมากกว่ารุ่นปกติอย่างชัดเจน ทั้งตัวเรือนที่ทนทาน การกันน้ำระดับ 10ATM และมาตรฐาน IP69K รวมถึงระบบ GPS แบบ Dual-band ที่เหมาะกับการวิ่งเทรล เดินป่า หรือกิจกรรมในพื้นที่ที่สัญญาณดาวเทียมซับซ้อน

รุ่นนี้ได้หน้าจอ Super AMOLED รองรับความสว่างสูงสุดถึง 5,000 นิต ช่วยให้อ่านข้อมูลกลางแจ้งได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะขณะอยู่กลางแดดจัด

batchimg_8511

นอกจากนี้ยังรองรับการนำทางด้วยไฟล์ GPS การติดตามเส้นทาง และการวัดความชัน ส่วนฟีเจอร์ด้านการดำน้ำได้รับการพัฒนาร่วมกับ Mares เพื่อให้แสดงข้อมูลที่จำเป็นระหว่างกิจกรรมใต้น้ำได้ละเอียดขึ้น ปลดล็อคเรื่องการลงน้ำได้ไม่มากก็น้อย 

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ที่ต้องการนำไปดำน้ำจริงควรดูเรื่องข้อจำกัด ความลึกที่รองรับ และมาตรฐานการใช้งานจาก Samsung ก่อนทุกครั้ง ไม่ควรพึ่งพาสมาร์ตวอทช์เพียงอุปกรณ์เดียวในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง แม้ว่าจะเป็นมาตรฐานกันน้ำ IP69K ที่อัปเกรดมากกว่าเดิมแล้วก็ตาม

แบตเตอรี่เป็นอย่างไร

เรื่องนี้ต้องบอกว่าเป็นจุดเด่นในรุ่น Galaxy Watch Ultra 2 ได้รับแบตเตอรี่ความจุ 800mAh เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนที่มีความจุ 590mAh ถือเป็นหนึ่งในการอัปเกรดที่เห็นผลชัดที่สุดบนกระดาษ และน่าจะช่วยให้รองรับกิจกรรมระยะยาวได้ดีขึ้น

ส่วน Galaxy Watch 9 รุ่น 40 มม. มีแบตเตอรี่ 325mAh และรุ่น 44 มม. อยู่ที่ 445mAh แม้ความจุไม่ได้เปลี่ยนแบบก้าวกระโดด แต่ชิปประมวลผลใหม่อาจช่วยให้ใช้งานข้ามวันพร้อมติดตามการนอนหลับได้สบายขึ้น

ซึ่งการใช้งานนั้นต้องบอกว่าถ้าเปิด Always On Display, GPS, LTE ก็อาจจะลดทอนพลังงานลงไป

Galaxy Watch 9 VS Galaxy Watch Ultra 2

สเปก Galaxy Watch 9 Galaxy Watch Ultra 2
ขนาดตัวเรือน 40 มม. / 44 มม. 47 มม.
วัสดุ Aluminum Titanium
หน้าจอ Super AMOLED Super AMOLED สูงสุด 5,000 นิต
ชิปประมวลผล Snapdragon Wear Elite Snapdragon Wear Elite
RAM 2GB 2GB
พื้นที่เก็บข้อมูล 32GB 64GB
การกันน้ำ 5ATM 10ATM / IP69K
แบตเตอรี่ 325mAh / 445mAh 800mAh
ระบบปฏิบัติการ Wear OS 7 / One UI 9 Watch Wear OS 7 / One UI 9 Watch

ความรู้สึกหลังสัมผัส

batchimg_8502

ใน Galaxy Watch 9 ให้ความรู้สึกเหมือนการปรับสูตรให้สมบูรณ์ขึ้นมากกว่าการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตัวเครื่องยังดูคุ้นเคย แต่ใส่สบาย ทำงานลื่น และมีระบบสุขภาพที่อธิบายข้อมูลได้เข้าใจง่ายกว่าเดิม เหมาะกับคนที่ต้องการสมาร์ตวอทช์สำหรับติดตามกิจกรรม การนอน และสุขภาพในชีวิตประจำวัน แต่ใครคาดหวังแบตเตอรี่อึดใช้ได้นาน อาจจะต้องผิดหวัง เพราะไม่ได้เปลี่ยนขนาดแบตเตอรี่

ขณะที่ Galaxy Watch Ultra 2 มีการเปลี่ยนแปลงที่ชัดกว่า ทั้งตัวเครื่องที่บางลง สายที่สบายขึ้น หน้าจอสว่าง และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ จุดแข็งยังคงอยู่ที่การออกกำลังกายกลางแจ้งและกิจกรรมที่ต้องการความทนทาน แต่ขนาด 47 มม. อาจยังใหญ่เกินไปสำหรับผู้ที่มีข้อมือเล็ก ก็ต้องคิดให้เยอะ นิดนึง

ราคาเปิดตัว

  • Galaxy Watch 9 40 mm. = 12,900 บาท
  • Galaxy Watch 9 44 mm. = 14,900 บาท
  • Galaxy Watch Ultra 2 47 mm. 4G LTE = 25,900 บาท

สรุปคุ้มไหมสำหรับคนที่จะเปลี่ยน

มาถึงบทสรุปกันแล้ว ต้องบอกว่าGalaxy Watch 9 Series เป็นอีกนาฬิกาที่พยายยามเน้นบทบาทของสมาร์ตวอทช์ในฐานะผู้ช่วยดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยไม่หยุดอยู่แค่การนับก้าวหรือบันทึกการออกกำลังกาย แต่พยายามวิเคราะห์ข้อมูลหลายด้านและแนะนำสิ่งที่ผู้ใช้ควรทำต่อ

ทำให้ Galaxy Watch 9 เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการนาฬิกาเบา ใส่สบาย และติดตามสุขภาพได้ครบ

ส่วน Galaxy Watch Ultra 2 เหมาะกับสายกีฬาและกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องการตัวเรือนแข็งแรง GPS แม่นยำ หน้าจอสว่าง และแบตเตอรี่ที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้นานกว่า และดูเปลี่ยนแปลงเยอะกว่า

ทั้งหมดนี้เป็นความรู้สึกจากการสัมผัสเครื่องเบื้องต้น ส่วนความแม่นยำของเซนเซอร์ แบตเตอรี่ และประสิทธิภาพในการใช้งานจริง ต้องรอการรีวิวฉบับเต็มอีกครั้ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล