[พรีวิว] ZTE AXON มือถือเรือธงของค่ายที่มีทุกสิ่งที่แตกต่างจากคู่แข่ง

[พรีวิว] ZTE AXON มือถือเรือธงของค่ายที่มีทุกสิ่งที่แตกต่างจากคู่แข่ง
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

    ZTE(แซดทีอี) เป็นอีก Brand มือถือจากประเทศจีนที่มาอยู่ในเมืองไทยสักพักหนึ่งแล้วแต่ส่วนมากเราจะเห็นเป็น OEM ให้กับมือถือหลายค่ายมิใช่น้อย แต่ครั้งนี้ พวกเขาพร้อมที่จะเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการโดยเปิดโรงกับรุ่นท็อปอย่าง Axon กันก่อน โดยรุ่นที่จำเข้ามาขายนั้นเป็นมี 3 รุ่นย่อย แต่ก่อนอื่นที่จะมาดูรุ่นย่อย มาดูคุณสมบัติของเครื่องในตระกูลนี้ที่เป็นพื้นฐานก่อนดีกว่า

    รูปร่างของ ZTE Axon จะมีขนาดหน้าจอ 5.0 - 5.5 นิ้วในรุ่นท็อป โดยมีหน้าจอความละเอียด 1920x1080 พร้อมกับหน้าจอ Gorilla Glass 2.5D และหน้าจอกันแบคทีเรียด้วย จุดเด่นของรูปร่างที่นอกจากกระชับกับมือและให้ความรู้สึกที่น้ำหนักเบาแล้ว ยังมีจุดเด่นในเรื่องการเลือกวัสดุในการประกอบเครื่องที่แน่นหนา และมีจุดเด่นคือการเลือกวัสดุที่มีความเบาแข็งแรงที่ใช้ทำเครื่องบินโบอิ้ง 787 เลยล่ะ และด้านหลังนั้น สำหรับรุ่น 5.0 จะมีกล้อง 1 เลนส์และมี LED Flash แต่ถ้ากล้องของรุ่น 5.5 นิ้ว จะมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และมีอีกเลนส์ที่ให้ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลเพื่อช่วยในเรื่องการโฟกัสให้สามารถทำเรื่อง Re Focus นั่นเอง ส่วนกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล

    ขุมพลังขอเล่าเพียงตัวเดียวคือ AXON 5.5 กับ CPU Qualcomm Snapdragon 810 (MSM8994) Octa Core (1.5 +2 GHz) พร้อมระบบระบายความร้อน พร้อมกับ RAM 3GB แบบ DDR4 ROM 32GB เพิ่มได้ด้วย Micro SD อีก 128GB WiFi 802.11 b/g/n/ac และ Bluetooth V4.0 พร้อมกับแบตเตอร์รี่ขนาด 3,000 mAh รองรับ Quick Charge 2.0 สเปคที่บอกมาถือว่าแรงระดับต้น ๆ และเมื่อทำงานกับ Android 5.0.2 ผ่าน MiFacor ทำให้การทำงานดูราบรื่นดี

    คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจ ของ ZTE AXON จะเน้น 3 เรื่องหลัก ๆ ได้แก่

- ระบบความปลอดภัย สามารถตั้งค่าความปลอดภัย 3 แบบได้แก่ เสียง (จะต้องใช้พื้นที่เงียบสักหน่อย) ระบบสแกนลายนิ้วมือที่แม่นยำ และเด็ดสุดคือ ระบบ สแกนดวงตา

- ระบบเสียงที่ใช้ Chipset  ALM4961 มอบเสียงที่ทรงพลังมากขึ้น ชัดเจน เน้นการเสียงร้อนผ่าน WiFi และระบบตัดเสียงรบกวนที่สามารถควบคุมเสียงรอบข้างได้ในรัศมี 20 ฟุต

- กล้องคู่ 13 + 2 ล้านพิกเซล เลนส์คู่ ที่สามารถ่ายภาพแบบ โบเก้ ที่ซับซ้อนได้ โดยมีรูปรับแสงที่สามารถขยายได้ตั้งแต่ f1.8 - f1.0 ผ่าน Software และสามารถโฟกัสได้รวดเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายวีดีโอ 4K พร้อมกัน 2 กล้องในเวลาเดียวกัน ถือว่ารวมความใหม่ของเครื่องพอสมควร

    จากที่ได้สัมผัสถือว่าเป็นเครื่องที่น้ำหนักเบาและพกพาง่ายไปอีกเครื่องหนึ่ง และมีลูกเล่นใช้งานง่าย แต่ผมรู้สึกว่าตัวเล็กก็ไม่เลวร้าย แต่ถ้าจัดเต็มจริงต้องเป็นรุ่น 5.5 นิ้วจะดีกว่า

    ความแตกต่างของรุ่นเล็กโดยเฉพาะ AXON Mini Premium คือหน้าจอแบบ Force Touch ที่จำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยนะครับ

    ส่วนราคานั้น ZTE Axon มีทั้งหมด 3 รุ่นเริ่มต้นที่ Axon Mini ราคา 12,900 บาท Axon Mini Premium ราคา 14,900 บาท และ Axon 5.5 นิ้ว ราคา 17,900 บาท โดยทั้งหมดนี้เริ่มจำหน่ายแล้ววันนี้และพบกันครั้งแรกในงาน Thailand Mobile Expo 2015 ในวันที่ 1-4 กันยายนนี้ครับ

เรื่องล่าสุดของหมวด Review and Spec

ดูหมวด Review and Spec ทั้งหมด